โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ประธาน ตลท. ฝากโจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่ 'ปลดล็อกกฎหมายค้าง–เร่งคดีทุจริต–ตั้งวอร์รูมเศรษฐกิจ'

PostToday

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในช่วงเวลาที่ตลาดทุนไทยกำลังถูกตั้งคำถามจากนักลงทุนทั่วโลก คำว่า"ความเชื่อมั่น" ไม่ได้เป็นเพียงศัพท์สวยหรูในรายงานเศรษฐกิจ แต่คือหัวใจของเกมใหญ่ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นิ่ง แต่ชัดเจนว่า ปัญหาของตลาดทุนไทยวันนี้ ไม่ใช่การขาดไอเดีย แต่คือ ความล่าช้าของกฎหมาย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีกฎหมายและร่างพระราชกำหนดจำนวนมากที่ถูกออกแบบมาเพื่อปลดล็อกการลงทุน สร้าง Trust & Confidence และยกระดับตลาดทุนไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก กฎหมายเหล่านี้ผ่านการศึกษาอย่างรอบคอบตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน ทว่าในความเป็นจริง หลายฉบับยังค้างอยู่กลางทาง บางเรื่องหยุดนิ่งในกระบวนการนิติบัญญัติ บางเรื่องยังวนเวียนอยู่ในชั้นกฤษฎีกา

"ปัญหาไม่ใช่ว่าเราไม่รู้ว่าควรทำอะไร แต่คือเมื่อจะออกกฎหมาย มันช้าเหลือเกิน"

ด้วยเหตุนี้ "ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์" จึงเสนอแนวคิดที่ตรงไปตรงมาว่า "รัฐบาลใหม่ควรตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจและตลาดทุน" เป็นกลไกเร่งรัดการตัดสินใจ รวมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม

ยกตัวอย่างชัดเจน เช่น โครงการออมหุ้น TISA ที่สามารถเดินหน้าต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ หรือการเปิดทางให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยการแก้กฎหมายที่เด็ดขาดและรวดเร็ว

"ถ้ามีคณะกรรมการชุดพิเศษคอยติดตาม เชื่อว่าจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นจากต่างประเทศกลับมาได้"

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

แต่ความเชื่อมั่นไม่ได้เกิดจากนโยบายส่งเสริมเพียงอย่างเดียว หากยังต้องมาจาก ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย นายกิติพงศ์มองว่า หนึ่งในกฎหมายเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่ต้องผลักดัน คือการให้อำนาจ สำนักงาน ก.ล.ต. สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีความผิดในตลาดทุนได้โดยตรง

ปัจจุบัน คดีขนาดใหญ่หลายคดียังไม่มีความคืบหน้า ความล่าช้าเหล่านี้ไม่ได้กระทบแค่คู่กรณี แต่กัดกร่อนความเชื่อมั่นของทั้งระบบ

"ถ้ามีการทุจริตในตลาดทุนไทย การดำเนินคดีต้องเร็ว และบทลงโทษต้องเด็ดขาด"

อย่างไรก็ดี รัฐบาลใหม่ต้องกล้าปรับโครงสร้างภาษีให้สอดรับกับความจริงของเศรษฐกิจไทย ที่กำลังแบกรับภาระหนี้ครัวเรือนสูง รายได้ต่อหัวโตช้า และประชาชนจำนวนมากยังเปราะบาง การช่วยเหลือจึงต้อง ตรงจุดมากกว่านโยบายแบบเดิมที่อาจไม่ยั่งยืนในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ปัจจัยภายนอกยังคงผันผวน ทั้ง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีสหรัฐ แม้ไทยจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ก็อาจโดนแรงกระแทกจากสงครามการค้าได้เสมอ และในปีนี้ ยังไม่เห็นสัญญาณข่าวดีจากต่างประเทศที่จะมาช่วยพยุงตลาดหุ้นไทย

ในสมการที่ปัจจัยภายนอกควบคุมไม่ได้ สิ่งเดียวที่ไทยควบคุมได้ คือ ความต่อเนื่องของนโยบาย และความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมาย

และนี่คือสารสำคัญที่ประธานบอร์ดตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องการส่งถึงรัฐบาลใหม่ หากไม่ต้องการให้ตลาดทุนไทยเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่คิดนโยบายใหม่ทั้งหมด แต่คือ เร่งเครื่องในสิ่งที่พร้อมแล้ว และทำให้กฎหมายมีพลังจริงในทางปฏิบัติ

เพราะในโลกการลงทุน เรื่องของความเชื่อมั่น รอไม่ได้!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...