รัฐบาลต้องทุบเขมรเคลมไทย
ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาก็ต้องคิดถึงกระแสที่กระทบไปถึงการเลือกตั้งกลางเทอมปลายปีนี้ ทรัมป์เองก็ต้องระวังฐานเสียงรีพับบลิกันของตัวเอง ที่ไม่ต้องการนำอเมริกาเข้าสู่ภาวะสงคราม
ขณะเดียวกัน ในประเทศไทยก็ยังวุ่นวายอยู่กับประเทศด้าน 15 นาฬิกา คือกัมพูชา ซึ่งเผลอไม่ได้เป็นลอบกัด เป็นหาทางแซะ ข่าวว่า ทหาร-พลเรือนเขมรพยายามเลื่อนตู้คอนเทนเนอร์ที่ทหารไทยตั้งแบ่งพื้นที่ไว้ ต้องเข้าไปเคลียร์กันวุ่นวายหลายรอบ การเคลื่อนไหวในเวทีโลกก็เป็นที่ชวนตะลึงถึงความหน้าหนา ไม่ว่าเวทีไหนก็พยายามไปฟ้องโลกว่า ถูกไทยรังแก ขับไล่ประชาชนนับแสนออกจากพื้นที่เคยอยู่อาศัยเดิม ซึ่งพูดเช่นนี้ก็พอรู้ว่า หวังให้ต่างชาติแทรกแซง
แต่“รมต.อ้วน”สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ตบปากกลับได้ทุกแมทช์ อย่างประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ( UNHRC ) ก็ไล่ให้ไปดูว่าพื้นที่ที่อ้างเป็นพื้นที่ของประเทศใด และว่าเขมรก็ยังยั่วยุ รมต.อ้วนจบด้วยวาทะเด็ด “ไทยยังยึดมั่นในการเจรจา แต่ขณะเดียวกันก็มีหน้าที่ปกป้องอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนโดยปราศจากเงื่อนไข กัมพูชาต้องการเลือกเส้นทางแห่งสันติภาพ หรือเส้นทางแห่งความตึงเครียดและความขัดแย้งต่อไป”
ความพยายามบ่อนทำลายไทยของคนประเทศนี้ไม่ยอมจบสิ้น เป็นวิธีที่น่าสนใจด้วยว่า “ประเทศนี้เขาเรียนหนังสือกันอย่างไร” เมื่อการต่อสู้โดยตรงสู้ไม่ได้ ก็ใช้“วิธีทางซอฟต์พาวเวอร์” คือการสื่อสารเพื่อแย่งชิงวัฒนธรรม เอา“ความเป็นไทย”ที่ตัวเองอยากได้ไปอ้างเป็นเขมร เผยแพร่โดยเฉพาะสื่อโซเชี่ยลฯ ซึ่งมีข้อดีตรงที่สามารถทำให้แพร่กระจายได้ง่าย และเร็ว เขมรเอารูปชุดสไบไทยไปแปะธงประเทศมัน แล้วอ้างว่าเป็นวัฒนธรรมเขมร
ถึงได้น่าสงสัยว่าประเทศนี้เรียนหนังสือกันอย่างไร อยู่ๆ เอาเครื่องแต่งกายเพื่อนบ้านมาอ้างเป็นของตัวเองแบบไร้ที่มา ทั้งที่ก่อนละคร“บุพเพสันนิวาส”ฉาย ยังห้ามใส่ชุดไทยเข้านครวัดอยู่เลยบอกเป็นชุดเสียม ความที่ปีนี้ ไทยยื่นจดชุดไทยพระราชนิยมเป็นมรดกโลก ธาตุริษยาเขมรกำเริบหนัก จะยื่นขึ้นทะเบียนพิธีแต่งงานแบบเขมร โดยสอดไส้ชุดไทยเป็นชุดแต่งงาน ซึ่งมันชวนให้หัวเราะ ก็เหมือนเรื่อง“โสนน้อยเรือนงาม”นางกุลาขี้ข้ารูปชั่วแอบเอาเครื่องทรงนายไปใส่ แต่ความพยายามสื่อสารในโลกโซเชี่ยลฯของเขมรมันทำให้ไม่ควรขำ เพราะมันพยายามถึงขั้นเปลี่ยนการรับรู้ของอัลกอริธึ่ม
กล่าวคือ การรับรู้ของคอมพิวเตอร์จะเพี้ยน ไปคิดว่าวัฒนธรรมไทยเป็นของเขมร มันยังพยายามเคลมอาหารไทย ที่เห็นขยันเอาไปติดธงเขมรจัง คือห่อหมก ที่เขมรเรียกว่าอาม็อก ยังอ้างขนมครก ผัดไทยเป็นของมันอีก ล่าสุดจะเอาสงกรานต์แบบจะให้ชื่อสงกรานต์ให้ได้ จากที่เดิมมีโจนชนัมทเมย..ตกเป็นทาสริษยาแบบว่า ไทยมีอะไรต้องอ้างว่ามันคิดมาก่อน แล้วว่าไทยขโมย เขมรสู้ไทยไม่ได้เลยพยายามบิดเบือนความจริง โกหกก็ได้ขอให้เหนือว่า
ในมิติสื่อสารด้านสงครามอีกเรื่อง เขมรระดมศิลปินสร้างภาพวาดขนาดใหญ่ในกรุงพนมเปญ อ้างเป็นงานสันติภาพ แต่จริงๆ แล้วเป็นภาพเขียนที่ใช้โจมตีว่าไทยเป็นผู้รุกราน ทำให้เขมรตกอยู่ในความสูญเสีย ซึ่งภาพแสดงถึง 3 พ.ค.69
เรื่องเขมรเคลมไทย ไปดูกระแสในโลกโซเชี่ยล เรียกหา “รมต.ดีด้า”ซาบีดา ไทยเศรษฐ รมว.วัฒนธรรมกันขรม ถามว่าทำอะไรอยู่ที่ไม่มีการสื่อสารทั้งเชิงรุก คือการชี้แจงอย่างเป็นทางการ หรือการสื่อสารลักษณะซอฟต์พาวเวอร์ คือทำสื่อที่เสนอภาพวัฒนธรรม เอกลักษณ์ไทยในเชิงอำนาจเบากล่อมเกลาให้ชื่นชอบ และเป็นที่จดจำในสายตาชาวโลก การขโมยอัตลักษณ์เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เอะอะๆ ปัดว่าเป็นวัฒนธรรมร่วม ยอมๆ กันไปได้
รมว.ต่างประเทศเป็นที่ชื่นชมมาก แล้ว รมว.วัฒนธรรมจะขยับเรื่องเขมรเคลมเมื่อไร ???