โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รัฐบาลต้องทุบเขมรเคลมไทย

เดลินิวส์

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ขณะนี้ทั่วโลกมุ่งสนใจไปที่สถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ต่างก็ต้องทำนายกันว่าจะยืดเยื้อหรือไม่เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ได้ถูก โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงาน ฝ่ายหนึ่งก็ว่าไม่น่าจะยาวนาน เพราะภูมิประเทศของอิหร่านทำให้สหรัฐฯ ยังชั่งใจที่จะส่งทหารราบเข้าไป ยังประเมินอาวุธหนักของอิหร่านยังไม่ได้

ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาก็ต้องคิดถึงกระแสที่กระทบไปถึงการเลือกตั้งกลางเทอมปลายปีนี้ ทรัมป์เองก็ต้องระวังฐานเสียงรีพับบลิกันของตัวเอง ที่ไม่ต้องการนำอเมริกาเข้าสู่ภาวะสงคราม

ขณะเดียวกัน ในประเทศไทยก็ยังวุ่นวายอยู่กับประเทศด้าน 15 นาฬิกา คือกัมพูชา ซึ่งเผลอไม่ได้เป็นลอบกัด เป็นหาทางแซะ ข่าวว่า ทหาร-พลเรือนเขมรพยายามเลื่อนตู้คอนเทนเนอร์ที่ทหารไทยตั้งแบ่งพื้นที่ไว้ ต้องเข้าไปเคลียร์กันวุ่นวายหลายรอบ การเคลื่อนไหวในเวทีโลกก็เป็นที่ชวนตะลึงถึงความหน้าหนา ไม่ว่าเวทีไหนก็พยายามไปฟ้องโลกว่า ถูกไทยรังแก ขับไล่ประชาชนนับแสนออกจากพื้นที่เคยอยู่อาศัยเดิม ซึ่งพูดเช่นนี้ก็พอรู้ว่า หวังให้ต่างชาติแทรกแซง

แต่“รมต.อ้วน”สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ตบปากกลับได้ทุกแมทช์ อย่างประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ( UNHRC ) ก็ไล่ให้ไปดูว่าพื้นที่ที่อ้างเป็นพื้นที่ของประเทศใด และว่าเขมรก็ยังยั่วยุ รมต.อ้วนจบด้วยวาทะเด็ด “ไทยยังยึดมั่นในการเจรจา แต่ขณะเดียวกันก็มีหน้าที่ปกป้องอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนโดยปราศจากเงื่อนไข กัมพูชาต้องการเลือกเส้นทางแห่งสันติภาพ หรือเส้นทางแห่งความตึงเครียดและความขัดแย้งต่อไป

ความพยายามบ่อนทำลายไทยของคนประเทศนี้ไม่ยอมจบสิ้น เป็นวิธีที่น่าสนใจด้วยว่า “ประเทศนี้เขาเรียนหนังสือกันอย่างไร” เมื่อการต่อสู้โดยตรงสู้ไม่ได้ ก็ใช้“วิธีทางซอฟต์พาวเวอร์” คือการสื่อสารเพื่อแย่งชิงวัฒนธรรม เอา“ความเป็นไทย”ที่ตัวเองอยากได้ไปอ้างเป็นเขมร เผยแพร่โดยเฉพาะสื่อโซเชี่ยลฯ ซึ่งมีข้อดีตรงที่สามารถทำให้แพร่กระจายได้ง่าย และเร็ว เขมรเอารูปชุดสไบไทยไปแปะธงประเทศมัน แล้วอ้างว่าเป็นวัฒนธรรมเขมร

ถึงได้น่าสงสัยว่าประเทศนี้เรียนหนังสือกันอย่างไร อยู่ๆ เอาเครื่องแต่งกายเพื่อนบ้านมาอ้างเป็นของตัวเองแบบไร้ที่มา ทั้งที่ก่อนละคร“บุพเพสันนิวาส”ฉาย ยังห้ามใส่ชุดไทยเข้านครวัดอยู่เลยบอกเป็นชุดเสียม ความที่ปีนี้ ไทยยื่นจดชุดไทยพระราชนิยมเป็นมรดกโลก ธาตุริษยาเขมรกำเริบหนัก จะยื่นขึ้นทะเบียนพิธีแต่งงานแบบเขมร โดยสอดไส้ชุดไทยเป็นชุดแต่งงาน ซึ่งมันชวนให้หัวเราะ ก็เหมือนเรื่อง“โสนน้อยเรือนงาม”นางกุลาขี้ข้ารูปชั่วแอบเอาเครื่องทรงนายไปใส่ แต่ความพยายามสื่อสารในโลกโซเชี่ยลฯของเขมรมันทำให้ไม่ควรขำ เพราะมันพยายามถึงขั้นเปลี่ยนการรับรู้ของอัลกอริธึ่ม

กล่าวคือ การรับรู้ของคอมพิวเตอร์จะเพี้ยน ไปคิดว่าวัฒนธรรมไทยเป็นของเขมร มันยังพยายามเคลมอาหารไทย ที่เห็นขยันเอาไปติดธงเขมรจัง คือห่อหมก ที่เขมรเรียกว่าอาม็อก ยังอ้างขนมครก ผัดไทยเป็นของมันอีก ล่าสุดจะเอาสงกรานต์แบบจะให้ชื่อสงกรานต์ให้ได้ จากที่เดิมมีโจนชนัมทเมย..ตกเป็นทาสริษยาแบบว่า ไทยมีอะไรต้องอ้างว่ามันคิดมาก่อน แล้วว่าไทยขโมย เขมรสู้ไทยไม่ได้เลยพยายามบิดเบือนความจริง โกหกก็ได้ขอให้เหนือว่า

ในมิติสื่อสารด้านสงครามอีกเรื่อง เขมรระดมศิลปินสร้างภาพวาดขนาดใหญ่ในกรุงพนมเปญ อ้างเป็นงานสันติภาพ แต่จริงๆ แล้วเป็นภาพเขียนที่ใช้โจมตีว่าไทยเป็นผู้รุกราน ทำให้เขมรตกอยู่ในความสูญเสีย ซึ่งภาพแสดงถึง 3 พ.ค.69

เรื่องเขมรเคลมไทย ไปดูกระแสในโลกโซเชี่ยล เรียกหา “รมต.ดีด้า”ซาบีดา ไทยเศรษฐ รมว.วัฒนธรรมกันขรม ถามว่าทำอะไรอยู่ที่ไม่มีการสื่อสารทั้งเชิงรุก คือการชี้แจงอย่างเป็นทางการ หรือการสื่อสารลักษณะซอฟต์พาวเวอร์ คือทำสื่อที่เสนอภาพวัฒนธรรม เอกลักษณ์ไทยในเชิงอำนาจเบากล่อมเกลาให้ชื่นชอบ และเป็นที่จดจำในสายตาชาวโลก การขโมยอัตลักษณ์เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เอะอะๆ ปัดว่าเป็นวัฒนธรรมร่วม ยอมๆ กันไปได้

รมว.ต่างประเทศเป็นที่ชื่นชมมาก แล้ว รมว.วัฒนธรรมจะขยับเรื่องเขมรเคลมเมื่อไร ???

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...