MGC-ASIA โชว์ผลงานปี 68 กำไรทุบสถิติสูงสุด เดินหน้าธุรกิจ Mobility Ecosystem รับกระแส EV โตแรง
บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตโดดเด่น พร้อมทำสถิติกำไรสุงสุดใหม่ จากความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจภายใต้ระบบนิเวศ Mobility Ecosystem ที่เชื่อมโยงตั้งแต่การจำหน่ายยานยนต์พรีเมียม รถยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจการเงิน ประกันภัย บริการหลังการขาย และรถเช่า ซึ่งช่วยสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทมีฐานกำไรที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากยอดขายรถยนต์พรีเมียม การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า รายได้จากบริการหลังการขาย และการฟื้นตัวของธุรกิจการเงินและประกันภัย ทำให้อัตรากำไรและกระแสเงินสดของกลุ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมยึดแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์
ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม MGC-ASIA กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของบริษัท พร้อมสร้างสถิติกำไรสูงสุดใหม่ สะท้อนผลสำเร็จของการวางโครงสร้างแบรนด์พอร์ตโฟลิโอและระบบนิเวศ Mobility Ecosystem ที่เกื้อหนุนธุรกิจในทุกมิติ รวมถึงกลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Technology-led Differentiation) ซึ่งช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจและความยั่งยืนในระยะยาว
ปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้ามากกว่า 700,000 ราย และมีเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
วางโครงสร้างแบรนด์พอร์ตโฟลิโอ หนุนการเติบโต
ความสำเร็จของ MGC-ASIA มาจากการวางกลยุทธ์ภายใต้ Mobility Ecosystem และการจัดโครงสร้างแบรนด์อย่างสมดุล โดยมีแบรนด์หลักอย่าง BMW ที่กำลังก้าวสู่ยุคเทคโนโลยีใหม่ผ่านแพลตฟอร์ม Neue Klasse ซึ่งเน้น 3 เสาหลัก ได้แก่ แบตเตอรี่เจเนอเรชัน 6 ประสิทธิภาพสูง ประสบการณ์ดิจิทัลยุคใหม่ และแนวคิดด้านความยั่งยืน
ขณะที่ MINI กำลังเดินหน้าสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ส่วนความสำเร็จของรถยนต์พรีเมียม โดยเฉพาะ BMW i7 สะท้อนความเชี่ยวชาญในการบริหารผลิตภัณฑ์ระดับลักชัวรี่ ซึ่งเป็นฐานสำคัญต่อการเติบโตในระยะกลางและระยะยาว
ด้านแบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง Honda ก็ได้เปิดตัว STEP WGN รถยนต์อเนกประสงค์รุ่นใหม่ที่ได้รับความสนใจจากตลาด
เดินหน้ากลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้า นำโดยเทคโนโลยี
ในส่วนของกลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้า บริษัทมุ่งเน้นการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าจีนระดับพรีเมียมอย่าง XPENG และ ZEEKR โดยใช้แนวทาง Technology-led Differentiation ที่เน้นจุดเด่นด้านเทคโนโลยีและสมาร์ทฟีเจอร์ แทนการแข่งขันด้านราคา
ทั้งสองแบรนด์ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในประเทศไทย และบริษัทเตรียมขยายเครือข่ายบริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน Honda ยังเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น e ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและสมรรถนะที่ครบครัน
บริการครบวงจร สร้างรายได้ระยะยาว
กลุ่มธุรกิจบริการหลังการขายยังคงสร้างรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการ BMW, MINI และ Honda รวมถึง MMS ศูนย์บริการรถยนต์มาตรฐานสากลที่มีถึง 19 สาขาทั่วประเทศ
ด้านธุรกิจรถเช่า SIXT Thailand เติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทถือเป็นผู้บุกเบิกบริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมรายแรกในประเทศไทย และในปี 2568 ได้เพิ่มรถ XPENG และ ZEEKR เข้ามาในบริการเช่าทั้งระยะสั้นและระยะยาว เปิดโอกาสให้ลูกค้าทดลองใช้เทคโนโลยี EV ก่อนตัดสินใจซื้อ
การดำเนินงานดังกล่าวยังช่วยสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจรถเช่าและธุรกิจจำหน่าย พร้อมทั้งบริหารอายุสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาผลตอบแทนในระยะยาว
ธุรกิจการเงิน–ประกันภัยฟื้นตัว
ธุรกิจการเงินและประกันภัยของกลุ่มเริ่มกลับเข้าสู่รอบการเติบโตอีกครั้ง โดยพอร์ตสินเชื่อ Alpha X ที่เน้นกลุ่มลูกค้า High Net Worth ผ่านบริการ Wealth Lending มีการเติบโตต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน Howden Maxi ธุรกิจนายหน้าประกันภัย มีรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมใบอนุญาตนายหน้าประกันภัยทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ประกันวินาศภัย ประกันชีวิต และประกันภัยต่อ
บริษัทฯ ยังมีแพลตฟอร์ม MGC-MOBILIFE โปรแกรมลอยัลตี้สำหรับลูกค้าในเครือ ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้านำคะแนนสะสมจากการซื้อรถยนต์หรือใช้บริการ มาแลกรับสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว และบริการต่าง ๆ
ขยายเครือข่าย พร้อมพัฒนาบุคลากร
ปัจจุบัน MGC-ASIA มีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการรวม 20 แบรนด์ในประเทศไทย พร้อมขยายการดำเนินงานในภูมิภาค โดยมีเครือข่าย SIXT ใน สปป.ลาว 2 สาขา และมาเลเซีย 8 สาขา รวมเครือข่ายทั้งหมด 130 สาขา
บริษัทมีพื้นที่ใช้สอยกว่า 290,000 ตารางเมตร พร้อมเครือข่ายบริการหลังการขาย 44 สาขา 331 ช่องซ่อม และช่างเทคนิคที่ผ่านการรับรองจากผู้ผลิตรวม 324 คน
นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านการฝึกอบรมด้านเทคนิค ทักษะ soft skills และการใช้ AI เพื่อเสริมศักยภาพการทำงานในยุคดิจิทัล
ล่าสุด มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ยังได้รับรางวัล SUSTAINABLE AWARDS 2025 สาขา “Outstanding Contribution to CO2 Reduction” จาก BMW Group ประเทศไทย จากการดำเนินโครงการลดการปล่อยคาร์บอน เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ ลดค่าไฟได้ 35% การเปลี่ยนระบบไฟเป็น LED ลดการใช้พลังงาน 5.4% การใช้ระบบดิจิทัลลดกระดาษ และโครงการปลูกป่า 10 ต้นต่อการส่งมอบรถ 1 คัน
ทั้งนี้ MGC-ASIA ยังผ่านการประเมิน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 เป็นปีแรก ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต