โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MGC-ASIA โชว์ผลงานปี 68 กำไรทุบสถิติสูงสุด เดินหน้าธุรกิจ Mobility Ecosystem รับกระแส EV โตแรง

The Better

อัพเดต 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
MGC-ASIA ประกาศผลประกอบการปี 2568 เติบโตโดดเด่น ทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ จากความแข็งแกร่งของธุรกิจในระบบนิเวศ Mobility Ecosystem พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ EV ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตโดดเด่น พร้อมทำสถิติกำไรสุงสุดใหม่ จากความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจภายใต้ระบบนิเวศ Mobility Ecosystem ที่เชื่อมโยงตั้งแต่การจำหน่ายยานยนต์พรีเมียม รถยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจการเงิน ประกันภัย บริการหลังการขาย และรถเช่า ซึ่งช่วยสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทมีฐานกำไรที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากยอดขายรถยนต์พรีเมียม การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า รายได้จากบริการหลังการขาย และการฟื้นตัวของธุรกิจการเงินและประกันภัย ทำให้อัตรากำไรและกระแสเงินสดของกลุ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมยึดแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม MGC-ASIA กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของบริษัท พร้อมสร้างสถิติกำไรสูงสุดใหม่ สะท้อนผลสำเร็จของการวางโครงสร้างแบรนด์พอร์ตโฟลิโอและระบบนิเวศ Mobility Ecosystem ที่เกื้อหนุนธุรกิจในทุกมิติ รวมถึงกลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Technology-led Differentiation) ซึ่งช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจและความยั่งยืนในระยะยาว

ปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้ามากกว่า 700,000 ราย และมีเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

วางโครงสร้างแบรนด์พอร์ตโฟลิโอ หนุนการเติบโต

ความสำเร็จของ MGC-ASIA มาจากการวางกลยุทธ์ภายใต้ Mobility Ecosystem และการจัดโครงสร้างแบรนด์อย่างสมดุล โดยมีแบรนด์หลักอย่าง BMW ที่กำลังก้าวสู่ยุคเทคโนโลยีใหม่ผ่านแพลตฟอร์ม Neue Klasse ซึ่งเน้น 3 เสาหลัก ได้แก่ แบตเตอรี่เจเนอเรชัน 6 ประสิทธิภาพสูง ประสบการณ์ดิจิทัลยุคใหม่ และแนวคิดด้านความยั่งยืน

ขณะที่ MINI กำลังเดินหน้าสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ส่วนความสำเร็จของรถยนต์พรีเมียม โดยเฉพาะ BMW i7 สะท้อนความเชี่ยวชาญในการบริหารผลิตภัณฑ์ระดับลักชัวรี่ ซึ่งเป็นฐานสำคัญต่อการเติบโตในระยะกลางและระยะยาว

ด้านแบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง Honda ก็ได้เปิดตัว STEP WGN รถยนต์อเนกประสงค์รุ่นใหม่ที่ได้รับความสนใจจากตลาด

เดินหน้ากลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้า นำโดยเทคโนโลยี

ในส่วนของกลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้า บริษัทมุ่งเน้นการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าจีนระดับพรีเมียมอย่าง XPENG และ ZEEKR โดยใช้แนวทาง Technology-led Differentiation ที่เน้นจุดเด่นด้านเทคโนโลยีและสมาร์ทฟีเจอร์ แทนการแข่งขันด้านราคา

ทั้งสองแบรนด์ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในประเทศไทย และบริษัทเตรียมขยายเครือข่ายบริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน Honda ยังเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น e ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและสมรรถนะที่ครบครัน

บริการครบวงจร สร้างรายได้ระยะยาว

กลุ่มธุรกิจบริการหลังการขายยังคงสร้างรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการ BMW, MINI และ Honda รวมถึง MMS ศูนย์บริการรถยนต์มาตรฐานสากลที่มีถึง 19 สาขาทั่วประเทศ

ด้านธุรกิจรถเช่า SIXT Thailand เติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทถือเป็นผู้บุกเบิกบริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมรายแรกในประเทศไทย และในปี 2568 ได้เพิ่มรถ XPENG และ ZEEKR เข้ามาในบริการเช่าทั้งระยะสั้นและระยะยาว เปิดโอกาสให้ลูกค้าทดลองใช้เทคโนโลยี EV ก่อนตัดสินใจซื้อ

การดำเนินงานดังกล่าวยังช่วยสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจรถเช่าและธุรกิจจำหน่าย พร้อมทั้งบริหารอายุสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาผลตอบแทนในระยะยาว

ธุรกิจการเงิน–ประกันภัยฟื้นตัว

ธุรกิจการเงินและประกันภัยของกลุ่มเริ่มกลับเข้าสู่รอบการเติบโตอีกครั้ง โดยพอร์ตสินเชื่อ Alpha X ที่เน้นกลุ่มลูกค้า High Net Worth ผ่านบริการ Wealth Lending มีการเติบโตต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน Howden Maxi ธุรกิจนายหน้าประกันภัย มีรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมใบอนุญาตนายหน้าประกันภัยทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ประกันวินาศภัย ประกันชีวิต และประกันภัยต่อ

บริษัทฯ ยังมีแพลตฟอร์ม MGC-MOBILIFE โปรแกรมลอยัลตี้สำหรับลูกค้าในเครือ ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้านำคะแนนสะสมจากการซื้อรถยนต์หรือใช้บริการ มาแลกรับสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว และบริการต่าง ๆ

ขยายเครือข่าย พร้อมพัฒนาบุคลากร

ปัจจุบัน MGC-ASIA มีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการรวม 20 แบรนด์ในประเทศไทย พร้อมขยายการดำเนินงานในภูมิภาค โดยมีเครือข่าย SIXT ใน สปป.ลาว 2 สาขา และมาเลเซีย 8 สาขา รวมเครือข่ายทั้งหมด 130 สาขา

บริษัทมีพื้นที่ใช้สอยกว่า 290,000 ตารางเมตร พร้อมเครือข่ายบริการหลังการขาย 44 สาขา 331 ช่องซ่อม และช่างเทคนิคที่ผ่านการรับรองจากผู้ผลิตรวม 324 คน

นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านการฝึกอบรมด้านเทคนิค ทักษะ soft skills และการใช้ AI เพื่อเสริมศักยภาพการทำงานในยุคดิจิทัล

ล่าสุด มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ยังได้รับรางวัล SUSTAINABLE AWARDS 2025 สาขา “Outstanding Contribution to CO2 Reduction” จาก BMW Group ประเทศไทย จากการดำเนินโครงการลดการปล่อยคาร์บอน เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ ลดค่าไฟได้ 35% การเปลี่ยนระบบไฟเป็น LED ลดการใช้พลังงาน 5.4% การใช้ระบบดิจิทัลลดกระดาษ และโครงการปลูกป่า 10 ต้นต่อการส่งมอบรถ 1 คัน

ทั้งนี้ MGC-ASIA ยังผ่านการประเมิน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 เป็นปีแรก ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...