โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“มีน พีรวิชญ์” ปิดดราม่าแก๊ง “ท็อป-ก้อย” ย้ำทุกคนรักกันดี-เล่าโมเมนต์หวาน ดรีม เซอร์ไพรส์วันเกิด

Khaosod

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 04.15 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 04.15 น.

“มีน พีรวิชญ์” ปิดดราม่าแก๊ง “ท็อป-ก้อย” ย้ำทุกคนรักกันดี ขอตอบครั้งสุดท้าย พร้อมเล่าโมเมนต์หวาน ดรีม อภิชญา เซอร์ไพรส์วันเกิด 28 ปี

เพิ่งผ่านวันเกิดอายุครบ 28 ปีไปหมาดๆ สำหรับหนุ่มมีน พีรวิชญ์ ที่ล่าสุดเจ้าตัวมาร่วมงาน “Medyceles Recognition Night & Thank You Party 2026” ที่ Capella Hotel Bangkok พร้อมเปิดใจถึงโมเมนต์แฟนสาว ดรีม อภิชญา เซอร์ไพรส์ของขวัญที่เจ้าตัวเคยเปรยว่าอยากได้ โดยแอบไปซื้อตอนที่มีนอยู่ในโรงหนัง พร้อมเผยถึงภาพร่วมเฟรมของแก๊ง ก้อย นัตตี้ ดรีม และ ท็อป เฟย กาน แบบพร้อมหน้ากันอีกครั้ง

ปีนี้อายุกี่ขวบแล้ว?
“28 ครับ รู้สึกโต (รู้สึกโตขนาดไหน?) ที่ใช้คำว่าโตไม่ใช้คำว่าแก่ เพราะว่าคำว่าแก่มันละไว้ให้กับคนอื่นอะไรอย่างงี้ (โตแล้วแต่งงานได้แล้วมั้ง?) เฮ้ย! อย่าเพิ่งสิ”

วันเกิดปีนี้เป็นยังไงบ้าง?
“ทำงาน คือว่าปีนี้เป็นปีที่โอ้โห แน่น แน่นมากเลยครับ ตั้งแต่วีคที่แล้วมาถึงวีคนี้ โชคดีที่วันนี้งานเย็นเนาะ เมื่อเช้าก็ไปทำบุญกับที่บ้านมาครับผม”

ดรีมไปด้วยไหม?
“ไปๆ ดรีมไปด้วยครับ ก็เนี่ยชิงจริงเวลาช่วงเช้าบ้างอะไรบ้าง ช่วงกลางคืนช่วงเย็นบ้างอะไรเงี้ยครับ แต่ว่าถ้ากับดรีมยังไม่ได้มีแพลนครับ ว่างกันอีกทีวันที่ 9 เลยครับ เพราะแบบว่าคิวว่างทั้งคู่”

แสดงว่าเขายังไม่ให้ของขวัญ?
“ให้ของขวัญมาแล้ว ได้เสื้อตัวที่เราบ่นว่าเราอยากได้อะไรอย่างเงี้ย แล้วเขาก็แอบทำเซอร์ไพรส์เรา เพราะว่าวันนั้นที่เราไปงานกาล่าพี่นาค เราอยู่ในโรงหนัง จังหวะที่เราเข้าไปโรงหนัง เขาก็แอบมาซื้อแบบไม่บอกเราจริงๆ เขาอยู่ชั้นล่างนี่เอง เราอยู่ชั้นบน เขาก็แอบมาซื้อครับ”

แล้วเรามีวิธีบอกเขายังไงว่าเราอยากได้ของขวัญ?
“ผมไม่รู้ ผมลืมไปแล้วว่าผมอยากได้สิ่งนี้ แต่ว่าพอเขาซื้อมาผมก็ เออ มันคือสิ่งที่เราอยากได้”

เราเคยเปรยให้เขารู้ว่านานแล้วหรือยังไง?
“ก็อาจจะเคยเปรย คือผมคิดว่าความสัมพันธ์ของคู่เรา มันไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่แบบโอ้โห ให้ของชิ้นใหญ่ ให้บ้าน ให้รถ ให้แบรนด์เนม ให้ที่ดินอะไรเงี้ย (ถ้าเขาให้มาไม่อยากได้?) อยากได้ (หัวเราะ) คือไม่ได้แอบบอก อุ๊ย ถ้าได้มาก็ไม่กล้ารับ คือถามว่าแบบนั้นน่ะอยากได้ไหม มันก็อยากได้แหละ แต่ถ้าถามว่าให้เทียบกับของที่เราเผลอพูดออกไปว่า "เฮ้ย ชิ้นนี้สวยเนาะ" อะไรอย่างเงี้ย แล้วเขาจำรายละเอียดได้ แล้วเขาก็ซื้อมาถึงมือเราในวันที่เราอาจจะแบบลืมไปแล้ว อะไรแบบเนี้ยครับ”

เขาอวยพรเรายังไงบ้าง?
“ก็โอ้โห ยาวอยู่ ก็ผมคิดว่าเขาก็อวยพรว่าอยากให้เป็นปีที่ผมสนุกกับชีวิตเยอะๆ อ่ะครับ”

มันมีสิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือหน้าเรา หน้าเราหล่อตั้งแต่เข้าวงการจนวันนี้หน้ามันก็เหมือนเดิม?
“คือผมอยากพูดเรื่องความหล่อของผมมาก แต่พอพี่นักข่าวเปิดหัวมาว่าหน้าไม่เคยเปลี่ยน ผมกลัวว่าคนจะเอารูปเมื่อ 10 ปีที่แล้วมาเทียบ (มันก็ได้อยู่นะ?) มันได้ ได้เห็นพัฒนาการ (หัวเราะ) คือเราคิดเองนะว่าเราก็โตขึ้นทุกวันแหละ ถ้าเราหน้าเหมือนเดิมเมื่อ 10 ปีที่แล้วเราคงเสียใจ เพราะว่าเราอ่ะพยายามพัฒนาตัวเอง ปรับปรุงตัวเอง พยายามลองทำนู่นทำนี่ ดูแลตัวเอง จนมาเป็นเวอร์ชันนี้ ก็เลยรู้สึกว่าอย่างที่วันนี้เราคุยกันเนาะ ว่าเทรนด์ของ Self-love มันมา แล้วก็ทุกคนรักตัวเองไง แล้วเราก็เราคิดว่าสำหรับเรา การรักตัวเองคือการที่ได้ทดลอง แล้วมีความสุขในการทดลองในทุกๆ ก้าวที่เราเดินไป”

มีนพูดเหมือนมีนต้องเดินทางมาเยอะเพื่อจะมีเวอร์ชันวันนี้?
“ก็เยอะนะ คือเป็นคนที่นิสัยไม่ดี นิสัยเสียอย่างหนึ่งของเราอ่ะ คือเราชอบมองหาจุดด้อยตัวเอง คือเวลาทำงานเนี้ย คนอาจจะบอกว่า เออ มีนดีมากเลย 8 เต็ม 10 9 เต็ม 10 10 เต็ม 10 แต่เราชอบเป็นคนคิดว่าเราพัฒนาได้อีก เราก็มักจะมองหาว่าเราพลาดตรงไหน แต่ว่าเราไม่ได้มองว่ามันคือความผิดพลาดนะ เราก็มองว่าถ้าเราทำให้มันดีขึ้น มันจะเป็นยังไง ก็เป็นคนที่พัฒนาตัวเองแบบนี้มาตลอด ทั้งในแง่ของการทำงาน ในอาชีพนักแสดงเองก็ตาม หรือว่ารูปร่างหน้าตาเองก็ตาม อะไรเงี้ย ก็ต้องพยายามพัฒนาอยู่ตลอด”

แต่ว่าในมุมคนอื่นมองว่าของเราต้องดีอยู่แล้ว ทำไมมีนยังมองว่าเราต้องพัฒนาเรื่องหน้าตา?
“คือคำว่าหน้าตาดีมันก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่คำว่าหน้าตาที่เราชอบ หน้าตาที่เราส่องกระจกแล้วเรามีความมั่นใจ มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทุกคนรู้สึกว่าอุ๊ย ถ้าได้เป็นหน้าตาแบบนี้คงจะดีนะ แต่ว่าวันหนึ่งผมส่องกระจกแล้วผมรู้สึกว่า เอ้ย หน้าผมมันถ้าได้อีกสักนิดหนึ่งอาจจะดี อาจจะมั่นใจขึ้นอะไรเงี้ย เราก็ไปศึกษาหาข้อมูล ไปทำนู่นทำนี่ จนแบบก็พัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ”

เราไม่อยากแบบรักษาหน้าตัวเองให้เหมือนเดิมตลอดเวลา?
“ไม่เคยอยากเลยรู้ไหม ไม่เคยอยากแบบฉันจะฟีซหน้านี้ไว้ตลอดไป อะไรเงี้ย ไม่เคย เพราะเรารู้สึกว่าเราในฐานะนักแสดง ทุกบทบาทที่เราเล่นเราก็จะเปลี่ยนไป เราก็ไม่อยากให้คนจำว่าเราคือ มีน พีรวิชญ์ ตลอดเาลา อยากให้คนจำเราว่าเราเป็นนักแสดงคนนั้น เป็นนักแสดงคนนี้ แล้วเราก็อยากให้ตัวเราเองเปลี่ยนไปในทางที่ดี ทางที่เราชอบขึ้นทุกวัน เราไม่ได้กลัวว่าเราจะแก่ ไม่ได้กลัวว่าเราจะโต แต่เราสนุกและตื่นเต้นทุกครั้งว่า เฮ้ย เราจะกลายเป็นคนแบบไหน เราจะมีความสุขกับชีวิตเราได้ยังไง หน้าเริ่มออกหรือเปล่า กินเยอะไปหน่อย เราจะเอ็นจอยกับมันได้ยังไง ออกกำลังกายไหม เข้าคลินิกหรือเปล่า”

แสดงว่าเราอยากให้คนจำคาแรกเตอร์เรามากกว่า?
“ใช่ ผมสุดท้ายแล้วผมอยากให้คนรัก ชื่นชอบ และติดตามที่เราเป็นเรา เรามีความสามารถแบบนี้คนก็เลยตาม ไม่ว่าหน้าตาเราจะเปลี่ยนไปยังไง จะไปรับบทแบบไหน จะต้องทำตัวยังไง แต่สุดท้ายแล้วเราเป็นเราแล้วคนก็รักในผลงาน รักในฝีมือของเรา”

เบื่อหน้าตัวเองเวลาส่องกระจกไหม?
“ชอบส่องกระจก รู้ไหมสิ่งที่ผมชอบที่สุดในชีวิตคือ เวลาผมไปโรงแรม ผมจะเลือกโรงแรมที่มีกระจกที่มันพลิกขึ้นมาแล้วเป็นซูม ชอบ พอซูมแล้วเราก็จะจ้องมัน คือเราไม่ได้ Manifest เองแล้วเราก็ดูแล้วก็ เออๆ ดี ได้อยู่ หรือว่าบางทีก็จะแบบ เอ๊ย สิวขึ้น เครียด อะไรอย่างเงี้ย แต่ว่าเป็นคนชอบ แต่ว่าเราก็จะไม่อามันมาเป็นทุกข์ แต่เราดูว่าสิวขึ้นตรงนี้นะ หรือว่าหน้ามันดูเหมือนไม่ค่อยเท่ากันเลย”

ในวัย 28 ปีมีเป้าหมายในชีวิตยังไง?
“มีครับ ก็มีเป้าระยะสั้นกับเป้าระยะยาว เป้าหมายระยะสั้นเนี่ยเราก็อยากจะมีความสุขกับปีนี้ ไม่อยากใช้ชีวิตเหมือนคนแก่ ไม่ได้บอกว่าเราแก่นะ แต่ไม่อยากใช้ชีวิตเหมือนคนที่อยู่ในวงการมาเป็น 10 ปีแล้ว คือผมมาอยู่ในวงการมา 10 กว่าปีแล้ว แล้วเราก็รู้สึกว่าไม่อยากมองว่า บางคนมอง อุ๊ย มีนอยู่วงการมา 10 ปี เป็นไงบ้าง ขอสัมภาษณ์หน่อย ไม่อ่ะ เรารู้สึกเหมือนทุกๆ ปีมันคือปีแรกของเรา เรายังสนุกกับมันอยู่เลย เรายังเจออะไรใหม่ๆ อยู่เลย วันเนี้ยมาโอ้โห เปิดตัวพรีเซนเตอร์ ไม่เคยได้ร่วมงานมาก่อนเลย อันนี้คือเดย์วันของเรานะ ใช่ไหมฮะ เราก็เลยอยากเป้าหมายระยะสั้นของเรา คืออยากให้ทุกๆ วันเป็นเหมือนปีแรกที่เข้ามาในวงการบันเทิง ส่วนเป้าหมายระยะยาวเราก็คงอยากอยู่กับที่แห่งเนี้ยไปได้นานๆ อย่างมีความสุข”

คำว่าอยากมีความสุข ความสุขของมีนคืออะไร?
“ผมได้ยินนักแสดงหลายคนพูดกันว่า เออ มีงานก็รับไปเถอะ ดีแล้ว มีงานก็ดีแล้ว หรือว่ายังมือีกหลายคนที่ไม่มีงานนะ เรามีงานก็ดีแล้ว ผมไม่อยากเป็นแบบนั้นนะ หมายถึงว่าผมไม่อยากเป็นคนที่ทำงานเพราะว่ามีก็ดีแล้ว แต่ผมอยากเป็นคนที่ทำงานที่เราเชื่อว่าดี แล้ว ทำงานที่เขาเชื่อว่าเรามีดี เขาเลยเลือกเรา เราเป็นแบบนี้แล้วเราก็ทำแบบนี้มาตลอด เราเลยคิดว่าการมีความสุขในทุกๆ งานที่เราทำอ่ะ มันคือสิ่งที่ดีที่สุดในอาชีพนักแสดงและ เราไม่ได้ทำเพื่อให้มันผ่านไปวันๆ เราทำเพื่อให้มันดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้”

ก็คือถ้าทำงานออกมาได้ดี มีนก็มีความสุขแล้ว?
“ใช่ แล้วเราก็ยอมรับว่าเป็นคนเลือกงาน ยอมรับเลยว่าเป็นคนเลือกงานมาก เพราะถ้าเรารู้สึกว่าถ้างานเนี้ยไม่เหมาะกับเรา เราจะไม่รับ ถ้างานเนี้ยมีคนที่น่าจะดีกว่าเรา เราก็จะไม่รับเหมือนกัน หรือเราทำได้ไม่ดีเท่าที่เขาจะคาดหวัง เราก็ไม่รับ เรารู้สึกว่ามันคือการบาลานซ์กันระหว่างอาชีพศิลปิน ลูกค้าที่จะมาจ้างเรา แล้วก็คนที่จะมาซื้อผลิตภัณฑ์ หรือแม้กระทั่งมาติดตามผลงานเราอีกทีหนึ่ง เราคือตัวกลางของเรื่องราวเหล่านี้ ฉะนั้นการที่เราจะอยู่ได้ยาว คือการที่เราจริงใจแล้วเราก็เป็นตัวเรา ให้ทั้งลูกค้ารักเราแล้วก็คนดูรักเรา”

ถ้าสมมติว่าปฏิเสธงานไปแล้ว แล้วงานชิ้นนั้นมันปังมาก เราจะรู้สึกเสียดายไหม?
“บ่อย บ่อยนะที่ปฏิเสธงานแล้วสุดท้ายงานมันปังกว่าที่เราคิด แต่เราก็ไม่เสียดายครับ เสียดายแต่ไม่เสียใจดีกว่า เพราะเรารู้สึกว่าแปลว่าเขาได้ส่วนประกอบที่มันเหมาะ เราปฏิเสธไปแต่ว่าคนที่ขึ้นมาแทนมันเหมาะสมมากๆ เราไปอยู่ตรงนั้นเราอาจจะไม่ทำให้งานเขาปังเท่านี้ก็ได้ เราคิดแบบนี้แล้วกัน แล้วเราก็ยินดีกับทุกคน”

ล่าสุดเห็นรูปภาพรวมแก๊ง ก้อย นัตตี้ ดรีม ท็อป?
“นั่นแหละ รูปรวมก็อย่างที่เราเห็นเนาะ เพราะรักกันจะตาย”

มีอินไซด์จากรูปนี้ไหม?
“ไม่รู้เลย จริงๆ ไม่รู้จริงๆ รู้แค่ว่าเขาไปประชุมกันแล้วก็ถ่ายรูปด้วยกันนั่นแหละ ก็ผมรู้สึกว่าเขารักกันอ่ะ ทุกเรื่องที่มันเกิดขึ้นในโซเชียล ไม่ได้แปลว่าต้องมีคนถูกแล้วก็ไม่ได้แปลว่าต้องมีคนผิด เราไม่อยากให้ใครตามล่าหาคนที่ผิดที่สุดหรือถูกที่สุด เราว่าทุกอย่างมันคือเรื่องของความสัมพันธ์ มีให้กำลังใจ มีเสียใจ มีเสียดาย แต่สุดท้ายทุกคนเรายินดี แล้วเราก็มีความสุขกับทุกๆ ความสัมพันธ์ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ที่เป็นเพื่อนกันตลอดไปมันดีที่สุด”

รูปสยบดราม่าเลยเนาะ?
“สาธุ สาธุ (ไหว้) ไม่อยากตอบเรื่องนี้แล้ว ขอตอบเรื่องนี้เป็นที่สุดท้าย”

ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ท็อปตอบแล้ว?
“พรุ่งนี้เหรอ? ที่ไหน จะได้ไปดูด้วย (หัวเราะ) พรุ่งนี้เขามีงานนี่ ช่องไหนไลฟ์บ้าง (ทุกช่อง)“

แต่ที่ผ่านมาแก๊งเราค่อนข้างเครียด?
”ใช่ๆ เราว่าใครเจอเรื่องแบบนี้เราก็เครียดแหละครับผม แต่ว่าก็หวังว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี แล้วก็หวังว่าทุกๆ คนจะเข้าใจ“

ถือว่าดราม่ามันแรงกว่าที่เราคาดคิดไว้ไหม?
“ส่วนตัวไม่ได้คาดว่ามันจะเป็นดราม่าเลยนะ พูดตรงๆ เลยนะ ส่วนตัวผมเอง เพราะในวันที่เราทราบข่าว สิ่งเดียวที่เรารู้สึกคือเรายินดี ฉะนั้นการที่มันเกิดดราม่าขึ้น คิดว่ามันไม่ได้อยู่ในความคาดหมายของเราเลยแหละ แต่ก็ไม่เป็นไรครับ มันก็เข้าใจได้ว่าทุกๆ คนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่อย่างที่เราบอกว่าอยากให้ทุกคนใจดีกัน แล้วก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหาคนผิดแหละ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “มีน พีรวิชญ์” ปิดดราม่าแก๊ง “ท็อป-ก้อย” ย้ำทุกคนรักกันดี-เล่าโมเมนต์หวาน ดรีม เซอร์ไพรส์วันเกิด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...