โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Xiaomi ส่งหุ่นยนต์ทดลองงาน โรงงานรถยนต์ไฟฟ้า ปั๊มยอดผลิตทุก 76 วินาที

Thaiger

อัพเดต 8 มีนาคม 2569 เวลา 3.07 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

เสียวหมี่ (Xiaomi)ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจากจีน เริ่มทดสอบการใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่พัฒนาขึ้นเองในโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อยกระดับประสิทธิผลการผลิต เผยผลลัพธ์น่าทึ่ง หุ่นยนต์ 2 ตัวทำงานเสร็จถึง 90% ภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง พร้อมย้ำเป้าหมายในอนาคตต้องการให้หุ่นยนต์เข้ามาทำงานแทนที่มนุษย์ในบางส่วนและปฏิบัติภารกิจที่มนุษย์ทำไม่ได้

ลู่ เหว่ยปิง (Lu Weibing) ประธานบริษัทเสียวหมี่ (Xiaomi) เปิดเผยในการสัมภาษณ์ที่งานโมบาย เวิลด์ คองเกรส ที่เมืองบาร์เซโลนาของสเปน ถึงความคืบหน้าในการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มาใช้ในสายการผลิตจริง โดยพวกมันไม่ได้เข้ามาเพื่อเดินโชว์ตัว แต่ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง ทั้งการติดตั้งน็อตและการเคลื่อนย้ายวัสดุในโรงงานอีวี (EV)

สำหรับผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่ง ! เพราะหุ่นยนต์เพียง 2 ตัวสามารถจัดการเนื้องานที่ได้รับมอบหมายได้ถึง 90% ภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่การทำให้หุ่นยนต์ขยับได้เหมือนมนุษย์ แต่คือการทำให้มัน “เดินตามจังหวะ” ของสายพานการผลิตให้ทัน

รายงานจากซีเอ็นบีซี (CNBC) ของสหรัฐฯ ระบุ ในวันที่ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น “หุ่นยนต์เหล่านี้” คือ จิ๊กซอว์สำคัญที่จะเข้ามาอุดช่องว่างและทำงานที่ยากลำบากเกินกว่ามนุษย์จะทำได้ในระยะยาว แม้ปัจจุบันเสียวหมี่จะยังไม่เปิดขายหุ่นยนต์wไซเบอร์วัน (CyberOne) อย่างเป็นทางการ แต่นี่คือสัญญาณเตือนว่าค่ายเทคโนโลยีจากจีนกำลังเร่งเครื่องอย่างหนัก

แฟ้มภาพ @Xiaomi วันที่ 11 ส.ค. 2022
แฟ้มภาพ @Xiaomi วันที่ 11 ส.ค. 2022
แฟ้มภาพ @Xiaomi วันที่ 11 ส.ค. 2022

สมรภูมิหุ่นยนต์ “จีนปะทะสหรัฐฯ”

ไม่ใช่แค่เสียวหมี่ เท่านั้น เพราะคู่แข่งอย่าง เอ็กซ์เผิง (XPeng) และออเนอร์ (Honor) ต่างก็กำลังซุ่มพัฒนาหุ่นยนต์ของตัวเองเพื่อชิงเค้กในตลาดที่อาจมีมูลค่าสูงถึง 9 ล้านล้านดอลลาร์ ด้วยเหตุนี้สมรภูมิการผลิตรถยนต์ในอนาคตจึงไม่ใช่แค่เรื่องของเครื่องยนต์หรือแบตเตอรี่ แต่คือการวัดกันที่ว่า “สมองกล” ของใครจะฉลาดและรวดเร็วกว่ากัน

และในฐานะเด็กฝึกงานรุ่นแรก หุ่นยนต์ของเสียวหมี่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พวกมันพร้อมจะเลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นพนักงานประจำในไม่ช้า

ขณะเดียวกันความคืบหน้าการใช้งานหุ่นยนต์ในสหรัฐฯ ข้อมูลปี 2569 อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เจ้าพ่อเทสลา (Tesla) ประกาศใช้โรงงานในเมืองฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นฐานการผลิตหุ่นยนต์ ออพติมัส (Optimus) โดยปัจจุบันหุ่นยนต์รุ่นนี้ได้ถูกส่งลงทำงานจริงในโรงงานของเทสลาเองเพื่อเรียนรู้ภารกิจพื้นฐานผ่านการสังเกตการณ์มนุษย์ และมีแผนจะเริ่มการผลิตจำนวนมาก ภายในปีนี้

เช่นเดียวกับ “หุ่นยนต์ Digit” ของ “Agility Robotics” บริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ระดับโลกจากเมืองลุงแซม ซึ่งถือเป็นฮิวแมนนอยด์รุ่นแรกที่มีการใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง โดยบริษัทชั้นนำอย่าง อเมซอน (Amazon), จีเอ็กซ์โอ โลจิสติกส์ (GXO Logistics) และล่าสุดบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง แคนาดา ได้ทำข้อตกลงนำ “Digit” ไปช่วยงานด้านโลจิสติกส์และคลังสินค้า เช่น การยกและเคลื่อนย้ายกล่องสินค้าแล้ว

ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกจะมีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสหรัฐฯ และจีนจะเป็นสองมหาอำนาจหลักที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีนี้ ส่วนรูปแบบการให้บริการนั้น เริ่มเปลี่ยนไปสู่รูปแบบ “Robots-as-a-Service (RaaS)” โมเดลธุรกิจ “ให้เช่าหุ่นยนต์” หรือให้บริการหุ่นยนต์แบบครบวงจร ซึ่งรวมถึงการบำรุงรักษาและอัปเดตซอฟต์แวร์ ทำให้บริษัทต่างๆ สามารถนำหุ่นยนต์ไปใช้ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนมหาศาลในครั้งเดียว.

ฟรีดริช เมอร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ชมหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ชกมวย ขณะเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของบริษัท “Unitree Robotics” ในจีน ระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการ 26 ก.พ.2026 (Andres Martinez Casares/Pool Photo via AP)
หุ่นยนต์ของไชน่าโมบายล์ได้รับการช่วยเหลือให้ลุกขึ้นหลังจากล้มลงในตอนท้ายของการแสดงเต้นรำในงานแสดงสินค้าไร้สาย Mobile World Congress ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน 2 มี.ค. 2026 (AP Photo/Emilio Morenatti)
หุ่นยนต์ออเนอร์ (Honor) จำลองท่าทางของผู้ช่วยในงานแสดงสินค้าไร้สาย โมบายเวิลด์คองเกรสที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งบริษัทต่างๆ จากทั่วโลกได้นำผลิตภัณฑ์ใหม่มาจัดแสดง (AP Photo/Emilio Morenatti)
(AP Photo/Emilio Morenatti)

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...