โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เมื่อโลกเจอสงคราม-ความขัดแย้ง หุ้นอเมริกา S&P 500 กระทบนานแค่ไหน ?

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

เมื่อโลกเจอสงครามและความขัดแย้ง หุ้นอเมริกา S&P 500 บวกหรือลบ กระทบนานแค่ไหน ?

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล กลุ่มประเทศในตะวันออกกลางตอนนี้ กำลังทวีความซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ มีหลายประเด็นที่เกี่ยวพันกับคนทั่วโลก ทั้งการกระจายตัวของสงครามตัวแทนทั่วภูมิภาค นโยบายการเมืองของประเทศมหาอำนาจ ตลอดจนการประกาศระงับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งพลังงานทั่วโลก

ทำให้เกิดผลกระทบต่อการตัดสินใจในการลงทุน หลายคนมีอาการ Panic Sell รีบตัดขายสินทรัพย์เสี่ยง หรือบางคนก็เกิดอารมณ์ Panic Buy ด้วยการเร่งไล่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในราคาที่พุ่งสูงขึ้นเกินปัจจัยพื้นฐาน

คำถามก็คือจากสถิติย้อนหลังที่ผ่านมา เหตุการณ์ความไม่สงบระดับโลกที่สร้างความผันผวนในระยะสั้น แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ผลตอบแทนของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นอเมริกาเป็นอย่างไร จะร่วงแรงแค่ไหน และใช้เวลานานเท่าไรจึงจะฟื้นตัว

วันนี้เราได้ดึงข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 1941 จาก LPL Research, S&P Dow Jones Indices และ CFRA ที่แสดงการปรับตัวของดัชนี หุ้นอเมริกา S&P 500 หลังเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์สำคัญในอดีต สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมตลาดที่น่าสนใจ ดังนี้

หุ้นอเมริกา

1. เหตุการณ์รุนแรง กระทบหุ้นหนัก แต่ฟื้นตัวได้

Attack on Pearl Harbor ปี 1941
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 19.8% และใช้เวลา 307 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม

Iraq invades Kuwait ปี 1990
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 16.9% และใช้เวลา 189 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม

North Korea invades South Korea ปี 1950
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 12.9% และใช้เวลา 82 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม

Terrorist attacks on U.S. ปั 2001
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 11.6% และใช้เวลา 31 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม

จะเห็นได้ว่าเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสงครามเต็มรูปแบบ หรือการโจมตีโดยตรงต่อสหรัฐ มักสร้างแรงกดดันต่อตลาดในระดับเลขสองหลัก ใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่ากรณีอื่น

2. เหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ผลกระทบจำกัด และฟื้นตัวเร็ว

Gulf of Tonkin incident ปี 1964
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 2.2% และใช้เวลา 41 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม

Yom Kippur War ปี 1973
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 0.6% และใช้เวลา 6 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม

Six-Day War ปี 1967
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 1.5% และใช้เวลา 2 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม

Bombing of Syria ปี 2017
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 1.2% และใช้เวลา 18 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม

Iranian general killed in airstrike ปี 2020
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 0.7% และใช้เวลา 5 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม

U.S. pulls out of Afghanistan ปี 2021
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 0.1% และใช้เวลา 3 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม

Saudi Aramco drone strike ปี 2019
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 4.0% และใช้เวลา 41 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม

หากโฟกัสเฉพาะเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตะวันออกกลางโดยตรง ตัวเลขในอดีตสะท้อนภาพที่แตกต่างออกไป แม้บางเหตุการณ์จะสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานโลก แต่ผลกระทบต่อ S&P 500 โดยรวมอยู่ในกรอบจำกัด และใช้เวลาฟื้นตัวค่อนข้างสั้น

หุ้นอเมริกา

3. วิกฤติอื่น ๆ ทั่วโลก ตลาดใช้เวลาปรับตัวไม่นาน

เช่น Cuban missile crisis (1962) หุ้นลดลง 6.6% ฟื้นตัวใน 18 วัน, Madrid bombing (2004) ลดลง 2.9% กลับมาใน 20 วัน และ Boston Marathon bombing (2013) ลดลง 3.0% และกลับมาใน 15 วัน เป็นต้น

โดยในหลายกรณี ตลาดปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย และสามารถฟื้นกลับได้ภายในเวลาไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ เพราะฉะนั้น จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นว่า เหตุการณ์รุนแรงระดับสงครามโลกหรือโจมตีสหรัฐ โดยตรง สร้างผลกระทบสูงสุด ส่วนเหตุการณ์ในตะวันออกกลางส่วนใหญ่ กระทบตลาดในกรอบจำกัด และมีเพียงไม่กี่เหตุการณ์ที่ใช้เวลาฟื้นตัวเกิน 3 เดือน

ประวัติศาสตร์บอกเราว่า ตลาดหุ้นสหรัฐ S&P 500 มักตอบสนองเชิงลบในช่วงแรกเมื่อเกิดเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ แต่ในหลายกรณีการปรับตัวลงเป็นเพียงระยะสั้น และตลาดสามารถกลับสู่ระดับเดิมได้ในเวลาไม่นาน

อ่านข่าวเพิมเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...