เมื่อโลกเจอสงคราม-ความขัดแย้ง หุ้นอเมริกา S&P 500 กระทบนานแค่ไหน ?
เมื่อโลกเจอสงครามและความขัดแย้ง หุ้นอเมริกา S&P 500 บวกหรือลบ กระทบนานแค่ไหน ?
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล กลุ่มประเทศในตะวันออกกลางตอนนี้ กำลังทวีความซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ มีหลายประเด็นที่เกี่ยวพันกับคนทั่วโลก ทั้งการกระจายตัวของสงครามตัวแทนทั่วภูมิภาค นโยบายการเมืองของประเทศมหาอำนาจ ตลอดจนการประกาศระงับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งพลังงานทั่วโลก
ทำให้เกิดผลกระทบต่อการตัดสินใจในการลงทุน หลายคนมีอาการ Panic Sell รีบตัดขายสินทรัพย์เสี่ยง หรือบางคนก็เกิดอารมณ์ Panic Buy ด้วยการเร่งไล่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในราคาที่พุ่งสูงขึ้นเกินปัจจัยพื้นฐาน
คำถามก็คือจากสถิติย้อนหลังที่ผ่านมา เหตุการณ์ความไม่สงบระดับโลกที่สร้างความผันผวนในระยะสั้น แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ผลตอบแทนของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นอเมริกาเป็นอย่างไร จะร่วงแรงแค่ไหน และใช้เวลานานเท่าไรจึงจะฟื้นตัว
วันนี้เราได้ดึงข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 1941 จาก LPL Research, S&P Dow Jones Indices และ CFRA ที่แสดงการปรับตัวของดัชนี หุ้นอเมริกา S&P 500 หลังเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์สำคัญในอดีต สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมตลาดที่น่าสนใจ ดังนี้
1. เหตุการณ์รุนแรง กระทบหุ้นหนัก แต่ฟื้นตัวได้
Attack on Pearl Harbor ปี 1941
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 19.8% และใช้เวลา 307 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม
Iraq invades Kuwait ปี 1990
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 16.9% และใช้เวลา 189 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม
North Korea invades South Korea ปี 1950
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 12.9% และใช้เวลา 82 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม
Terrorist attacks on U.S. ปั 2001
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 11.6% และใช้เวลา 31 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม
จะเห็นได้ว่าเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสงครามเต็มรูปแบบ หรือการโจมตีโดยตรงต่อสหรัฐ มักสร้างแรงกดดันต่อตลาดในระดับเลขสองหลัก ใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่ากรณีอื่น
2. เหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ผลกระทบจำกัด และฟื้นตัวเร็ว
Gulf of Tonkin incident ปี 1964
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 2.2% และใช้เวลา 41 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม
Yom Kippur War ปี 1973
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 0.6% และใช้เวลา 6 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม
Six-Day War ปี 1967
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 1.5% และใช้เวลา 2 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม
Bombing of Syria ปี 2017
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 1.2% และใช้เวลา 18 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม
Iranian general killed in airstrike ปี 2020
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 0.7% และใช้เวลา 5 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม
U.S. pulls out of Afghanistan ปี 2021
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 0.1% และใช้เวลา 3 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม
Saudi Aramco drone strike ปี 2019
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 4.0% และใช้เวลา 41 วัน ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม
หากโฟกัสเฉพาะเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตะวันออกกลางโดยตรง ตัวเลขในอดีตสะท้อนภาพที่แตกต่างออกไป แม้บางเหตุการณ์จะสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานโลก แต่ผลกระทบต่อ S&P 500 โดยรวมอยู่ในกรอบจำกัด และใช้เวลาฟื้นตัวค่อนข้างสั้น
3. วิกฤติอื่น ๆ ทั่วโลก ตลาดใช้เวลาปรับตัวไม่นาน
เช่น Cuban missile crisis (1962) หุ้นลดลง 6.6% ฟื้นตัวใน 18 วัน, Madrid bombing (2004) ลดลง 2.9% กลับมาใน 20 วัน และ Boston Marathon bombing (2013) ลดลง 3.0% และกลับมาใน 15 วัน เป็นต้น
โดยในหลายกรณี ตลาดปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย และสามารถฟื้นกลับได้ภายในเวลาไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ เพราะฉะนั้น จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นว่า เหตุการณ์รุนแรงระดับสงครามโลกหรือโจมตีสหรัฐ โดยตรง สร้างผลกระทบสูงสุด ส่วนเหตุการณ์ในตะวันออกกลางส่วนใหญ่ กระทบตลาดในกรอบจำกัด และมีเพียงไม่กี่เหตุการณ์ที่ใช้เวลาฟื้นตัวเกิน 3 เดือน
ประวัติศาสตร์บอกเราว่า ตลาดหุ้นสหรัฐ S&P 500 มักตอบสนองเชิงลบในช่วงแรกเมื่อเกิดเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ แต่ในหลายกรณีการปรับตัวลงเป็นเพียงระยะสั้น และตลาดสามารถกลับสู่ระดับเดิมได้ในเวลาไม่นาน
อ่านข่าวเพิมเติม
- ตลท. ชี้หุ้นไทยร่วงหนัก 81.90 จุด ตามทิศทางหุ้นทั่วโลก เกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด
- SET หยุดซื้อขายชั่วคราว ตามมาตรการ Circuit Breaker หลังหุ้นไทยดิ่งแรง 117 จุด!!
- ‘ทรีนีตี้’ แนะปรับพอร์ตรับสงคราม!! ส่อง 5 กลุ่มหุ้นที่ยังถือต่อได้
ติดตามเราได้ที่