โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทิสโก้ แนะธีมลงทุน รับแรงสั่นสะเทือนตะวันออกกลาง ชู พลังงาน-ทอง-เฮลธ์แคร์ เด่น!

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP® Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะสร้างความผันผวนในระยะสั้นต่อภาพรวมการลงทุน เพราะการศึกษาเหตุการณ์สงครามและความไม่สงบในต่างประเทศนับตั้งแต่ปี 1939 หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา พบว่าตลาดหุ้นมักฟื้นตัวในช่วง 3 – 6 เดือนหลังเหตุการณ์ โดยดัชนี S&P 500 จะปรับตัวลงโดยเฉลี่ย -8.6% และใช้เวลาประมาณ 16 วันในการปรับตัวลงไปแตะจุดต่ำสุด และราคาหุ้นมักจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาที่เดิมโดยใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 3 เดือน

ทั้งนี้ ภายใต้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ธนาคารทิสโก้โดยทีม Wealth Advisory แนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตลงทุนตาม 3 ธีมหลัก เพื่อรับมือกับความผันผวนและสร้างโอกาสการลงทุนในหลายสถานการณ์ และเป็นกลยุทธ์ลงทุนที่ดีกว่าการพยายามคาดเดาทิศทางตลาดเพียงด้านเดียว โดย 3 ธีมที่แนะนำลงทุนในช่วงนี้ ได้แก่

1.กลุ่มที่ได้แรงหนุนจากความขัดแย้งโลก (Geopolitical Play)

ประกอบด้วยอุตสาหกรรมเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พลังงาน และทองคำ ซึ่งมักได้รับอานิสงส์จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะเมื่อประเทศต่าง ๆ เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม และความต้องการพลังงานและสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น ทั้งนี้จากสถิติ พบว่า สถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 1990 พบว่า ดัชนี S&P500 Aerospace & Defense ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 15% ใน 6 เดือน หลังเหตุการณ์ความขัดแย้งปะทุ

2.กลุ่มที่มีเสถียรภาพท่ามกลางความผันผวน (Resilience Play)

ได้แก่ กลุ่มเฮลธ์แคร์(Healthcare) และสาธารณูปโภค (Utilities) ซึ่งมีลักษณะธุรกิจที่มีความทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนที่ผันผวน ทำให้พอร์ตการลงทุนมีเสถียรภาพหากสงครามกินเวลานาน ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง และเสี่ยงเกิดสภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก หุ้นกลุ่มนี้ยังเป็นสินค้าและบริการที่จำเป็น มีรายได้สม่ำเสมอ และความต้องการไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ อีกทั้งยังสามารถปรับขึ้นราคาสินค้าท่ามกลางเงินเฟ้อได้

3.กลุ่มรอฟื้นตัวเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย (Recovery Play)

ประกอบด้วย ตลาดหุ้นเอเชีย ไทย จีน และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักได้รับแรงกดดันในช่วงที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจาก ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากหลายประเทศในเอเชียเป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันหุ้น กลุ่มเทคโนโลยี อาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากความกังวลว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) อาจปรับตัวสูงขึ้นตามความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม แม้ราคาหุ้นในกลุ่มดังกล่าวอาจปรับตัวลงในระยะสั้น แต่พื้นฐานการเติบโตของเศรษฐกิจเอเชียและภาคเทคโนโลยียังคงแข็งแกร่ง อีกทั้งการปรับฐานของราคาหุ้นยังทำให้ระดับมูลค่าการลงทุน (Valuation) กลับมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจมากขึ้น

“วิกฤตคือโอกาสเสมอ หากนักลงทุนสามารถกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม พอร์ตการลงทุนจะสามารถรับแรงกระแทกจากความผันผวน และยังสร้างโอกาสในการเติบโตได้เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ” นายณัฐกฤติกล่าว

*คาดระยะสั้นราคาน้ำมันไม่ทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ในส่วนมุมมองราคาน้ำมันนั้น ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ประเมินว่าโอกาสที่ราคาน้ำมันจะพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล “เกิดขึ้นได้ยาก” เนื่องจากต้องเกิดเหตุการณ์หยุดชะงักของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่องยาวนานกว่า 2–3 สัปดาห์ ซึ่งถือว่ามีความเป็นไปได้ต่ำ เพราะหลายฝ่ายพยายามผลักดันให้เส้นทางเดินเรือกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ อีกทั้งความรุนแรงของการโจมตียังมีแนวโน้มลดลงหลังผ่านช่วงแรก โดยในระยะสั้นราคาน้ำมันอาจผันผวนสูงแต่หากสถานการณ์คลี่คลายมีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไรจนราคาปรับฐานลงได้

สำหรับแนวโน้มระยะยาว TISCO ESU ยังคงมุมมองบวกต่อทิศทางราคาน้ำมันจากปัจจัยโครงสร้างสำคัญ ได้แก่ กำลังการผลิตส่วนเกินของ OPEC ที่ลดลงกว่าที่ตลาดคาด และยังกระจุกตัวในเพียงซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำให้การเพิ่มกำลังผลิตยังมีข้อจำกัด ขณะเดียวกันอุปสงค์น้ำมันโลกยังเติบโตต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มทยอยปรับขึ้นต่อ แม้จะมีความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เป็นช่วงๆ ก็ตาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...