ตะวันออกกลางเดือด! อิหร่าน เตือนอังกฤษอย่าร่วมโจมตี - เตหะรานเจอฝนพิษหลังคลังน้ำมันถูกถล่ม
ตะวันออกกลางเดือด! อิหร่าน เตือนอังกฤษอย่าร่วมโจมตี – “ทรัมป์” ชี้เหตุโรงเรียนหญิงล้วน 165 ศพ อิหร่านยิงพลาดเอง จีนหนุนหยุดยิง ขณะเตหะรานเจอฝนพิษหลังคลังน้ำมันถูกถล่ม
วันที่ 8 มี.ค. 2569 เซเยด อาลี มูซาวี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำกรุงลอนดอน ออกมาเตือนรัฐบาลอังกฤษ ให้ “ระมัดระวังอย่างยิ่ง” ต่อการเข้าไปมีบทบาทในสงครามตะวันออกกลางที่กำลังทวีความตึงเครียด
มูซาวี ระบุว่า อิหร่าน มี “สิทธิในการป้องกันตนเอง” หากอังกฤษเข้าร่วมกับอังกฤษ และอิสราเอล ในการโจมตีอิหร่านโดยตรง พร้อมย้ำว่าอิหร่านคาดหวังให้รัฐบาลอังกฤษและประเทศอื่น ๆ ดำเนินการอย่างรอบคอบและระมัดระวังอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ก่อนหน้านี้ อังกฤษได้อนุญาตให้สหรัฐใช้ฐานทัพของตนสำหรับการโจมตีเชิงป้องกันต่อเป้าหมายของอิหร่าน แต่ไม่ได้เข้าร่วมในปฏิบัติการโจมตีโดยตรงแต่อย่างใด โดยมูซาวีระบุว่า เป็นเรื่องที่ดีที่อังกฤษยังไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการรุกรานครั้งนี้ และเชื่อว่ารัฐบาลอังกฤษได้เรียนรู้บทเรียนจาก 2003 Iraq War แล้ว
แม้ว่าประธานาธิบดีอิหร่านจะออกมาขอโทษประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่มูซาวีย้ำว่า อิหร่านจะยังคงโจมตีฐานทัพของสหรัฐในภูมิภาคต่อไป หากการโจมตีต่ออิหร่านยังคงดำเนินต่อเนื่อง
เขายังเตือนว่า หากมีการใช้โครงสร้างพื้นฐาน ทรัพย์สิน หรือฐานทัพใดเป็นฐานในการโจมตีอิหร่าน สิ่งเหล่านั้นจะถูกถือว่าเป็น “เป้าหมายทางทหารที่ชอบด้วยกฎหมาย”
ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา หลายประเทศในอ่าวเปอร์เซีย เช่น Qatar และ United Arab Emirates เผชิญการโจมตีจากอิหร่าน ขณะที่สหรัฐและอิสราเอลยังคงเปิดปฏิบัติการโจมตีอย่างต่อเนื่อง เข้าสู่สัปดาห์ที่สองของสงครามในภูมิภาค
เมื่อถูกถามว่า อิหร่านจะหยุดโจมตีฐานทัพในประเทศอื่น ๆ ของตะวันออกกลางหรือไม่ มูซาวีระบุว่า อิหร่านมีความตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยงการโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็ยืนยันว่าประเทศของตนมีสิทธิ์โจมตีเป้าหมายทางทหารทั่วทั้งภูมิภาค หากฐานทัพเหล่านั้นถูกใช้ในการโจมตีอิหร่าน
มูซาวีกล่าวว่า การตอบโต้ของอิหร่านขึ้นอยู่กับการดำเนินการของสหรัฐและอิสราเอล หากการรุกรานยังดำเนินต่อไป อิหร่านก็จำเป็นต้องปกป้องตนเอง และหากฝ่ายตรงข้ามใช้ฐานทัพต่าง ๆ ในภูมิภาค อิหร่านก็พร้อมตอบโต้ตามความเหมาะสม
เอกอัครราชทูตอิหร่านยืนยันว่า การโจมตีของอิหร่านเป็นเพียงการตอบโต้ต่อการรุกรานจากอิสราเอลและสหรัฐเท่านั้น และไม่ได้มีเป้าหมายให้พลเรือนในตะวันออกกลางตกอยู่ในอันตราย หรือทำให้สงครามยืดเยื้อโดยไม่จำเป็น
ทั้งนี้ มูซาวีย้ำว่า อิหร่านจะยังคงโจมตีอิสราเอลและฐานทัพทหารของสหรัฐในตะวันออกกลางต่อไป ไม่ว่าฐานทัพเหล่านั้นจะตั้งอยู่ที่ใด ตราบใดที่การโจมตีจากอิสราเอลและสหรัฐยังไม่ยุติ
พร้อมกันนี้ เขาปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าอิหร่านเป็นฝ่ายเริ่มต้นความขัดแย้ง และยังปฏิเสธข้อเรียกร้องของ Donald Trump ที่ให้ประเทศของเขายอมจำนน โดยระบุว่า แม้อิหร่านจะกล่าวขอโทษต่อประเทศเพื่อนบ้านสำหรับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่คำขอโทษดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าสงครามครั้งนี้จะยุติลงในเร็ววัน
"ทรัมป์" ชี้เหตุถล่มโรงเรียนหญิงล้วน ดับ 165 ราย "อิหร่าน" ยิงพลาดเอง
วันที่ 8 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ ถูกถามถึงเหตุโจมตีโรงเรียนหญิงล้วนทางตอนใต้ของอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 165 ราย โดยถามว่า มีส่วนรับผิดชอบต่อการโจมตีโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ใกล้ฐานทัพของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) หรือไม่
ทรัมป์ ตอบว่า จากข้อมูลที่เขาเห็น เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นฝีมือของอิหร่านเอง สหรัฐฯ มองว่าเป็นการกระทำของอิหร่าน อาวุธของอิหร่านมีความแม่นยำต่ำ และเหตุโจมตีดังกล่าวน่าจะเกิดจากการยิงที่ผิดพลาดของฝ่ายอิหร่าน
“หวัง อี้” เตือนอย่าใช้กฎแห่งป่าปกครองโลก หนุนหยุดยิงตะวันออกกลางทันที ชี้สงครามไม่มีผู้ชนะ
วันที่ 8 มี.ค. 2569 หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ สาธารณรัฐประชาชนจีน แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน นอกรอบการประชุม การประชุมสองสภาจีน ที่กรุง ปักกิ่ง โดยชี้แจงท่าทีและแนวนโยบายด้านการต่างประเทศของรัฐบาลจีนต่อประเด็นสถานการณ์โลกในปัจจุบัน
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกสื่อสอบถาม คือสถานการณ์ความตึงเครียดใน ตะวันออกกลาง ซึ่งหวัง อี้ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ควรเกิดขึ้น และไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใด พร้อมย้ำว่าจีนยึดจุดยืนเป็นกลาง ไม่เลือกข้าง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงและยุติความรุนแรง เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม
หวัง อี้ กล่าวว่า ท่าทีของจีนตั้งอยู่บนหลักการที่ชัดเจนและได้ประกาศมาอย่างต่อเนื่อง โดยสาระสำคัญคือการผลักดันให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงและยุติการสู้รบ พร้อมอ้างภูมิปัญญาจีนโบราณที่เตือนว่า “อาวุธเป็นเครื่องมือที่น่าหวาดกลัว และไม่ควรถูกใช้โดยปราศจากวิจารณญาณ” พร้อมระบุว่า เมื่อเห็นสถานการณ์ในตะวันออกกลางปะทุขึ้น ก็ยิ่งตอกย้ำว่านี่คือสงครามที่ไม่ควรเกิดขึ้น และไม่มีฝ่ายใดได้ประโยชน์จากความขัดแย้งดังกล่าว
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า ประวัติศาสตร์ของตะวันออกกลางได้เตือนประชาคมโลกซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า การใช้กำลังไม่ใช่หนทางแก้ปัญหา และการพึ่งพาอาวุธมีแต่จะก่อให้เกิดความเกลียดชังและวิกฤตการณ์ใหม่ ๆ ดังนั้นจีนจึงเรียกร้องอีกครั้งให้ยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการบานปลายของสถานการณ์และป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงกว้าง
หวัง อี้ ยังระบุว่า จีนพร้อมทำงานร่วมกับประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง เพื่อช่วยฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยในภูมิภาค พร้อมสนับสนุนแนวทางคลี่คลายความตึงเครียดที่ตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ ได้แก่ การเคารพอธิปไตยของรัฐ การไม่ใช้กำลังในทางที่ผิด การไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น และการหันกลับไปใช้การเจรจาทางการเมืองแทนการใช้กำลังทางทหาร
รัฐมนตรีต่างประเทศจีนยังย้ำว่า การใช้กำลังอย่างจงใจไม่ใช่เครื่องพิสูจน์ถึงความเข้มแข็งของประเทศใดประเทศหนึ่ง และโลกไม่ควรถูกปกครองด้วย “กฎแห่งป่า” (Law of the Jungle)
นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงกระแสความพยายามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองใน อิหร่าน หวัง อี้ ระบุว่า การวางแผนก่อการปฏิวัติหรือโค่นล้มรัฐบาลจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอิหร่าน พร้อมย้ำว่าประชาชนในตะวันออกกลางคือผู้กำหนดอนาคตของภูมิภาค และกิจการของตะวันออกกลางควรถูกกำหนดทิศทางโดยประเทศในภูมิภาคเอง ไม่ใช่โดยอำนาจจากภายนอก
อิหร่าน เตือน ‘ฝนพิษ’ ควันดำปกคลุมเตหะราน หลังถูกโจมตีคลังน้ำมันจากอิสราเอล
วันที่ 8 มีนาคม 2569 สำนักข่าว CNN รายงานบรรยากาศในกรุง เตหะราน ของ อิหร่าน หลังเกิดปรากฏการณ์ “ฝนสีดำ” ภายหลังการโจมตีครั้งใหม่ของ อิสราเอล ที่มุ่งเป้าไปยังคลังเก็บน้ำมัน โดยชาวเมืองรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า เมืองทั้งเมืองตกอยู่ในความมืด ท้องฟ้ากลายเป็นสีดำสนิทและถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆหนาทึบ จนทำให้รู้สึกอึดอัดเหมือนหายใจไม่ออก
ชายชาวอิหร่านรายดังกล่าวกล่าวว่า ภาพที่เห็นไม่เหมือนสิ่งใดที่เคยพบมาก่อน และให้ความรู้สึกราวกับวันสิ้นโลก หรือภาพนรกตามจินตนาการของเขา พร้อมเล่าว่า เขาเห็นแรงระเบิดขนาดใหญ่จากการโจมตี ซึ่งทำให้ท้องฟ้าสว่างวาบขึ้นมาในชั่วขณะ
ทีมข่าวของ CNN รายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ท้องฟ้าเหนือกรุงเตหะรานถูกปกคลุมด้วยควันสีดำหนาทึบ ขณะที่น้ำฝนที่ตกลงมามีคราบสีดำปะปน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลกระทบจากการโจมตีคลังน้ำมัน
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า Iranian Red Crescent Society ได้ออกคำเตือนประชาชนให้ระวังความเสี่ยงจากสิ่งที่เรียกว่า “ฝนพิษ” โดยระบุว่า น้ำฝนอาจก่อให้เกิดแผลไหม้ที่ผิวหนัง และอาจสร้างความเสียหายต่อระบบทางเดินหายใจหรือปอดได้
หน่วยงานดังกล่าวยังเผยแพร่คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยแก่ประชาชน ได้แก่
หลีกเลี่ยงการออกจากบ้านโดยเด็ดขาดในช่วงที่มีฝนตก
หากอยู่กลางแจ้ง ให้รีบหลบเข้าใต้โครงสร้างที่มีหลังคาคอนกรีตหรือโลหะ และหลีกเลี่ยงการหลบใต้ต้นไม้
หากฝนสัมผัสผิวหนัง ห้ามถูบริเวณที่โดนฝน และให้ล้างออกด้วยน้ำเย็นอย่างต่อเนื่อง
เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกฝนทันที และนำไปใส่ถุงที่ปิดผนึกอย่างมิดชิดเพื่อป้องกันการปนเปื้อน