ทำไม ปชป. ไม่ร่วมรัฐบาล? ‘อัษฎางค์’ วิเคราะห์ 5 เหตุผลเบื้องหลัง
ทำไม ปชป. ไม่ร่วมรัฐบาล? "อัษฎางค์" วิเคราะห์ 5 เหตุผลเบื้องหลัง ชี้การเป็นฝ่ายค้านคือการบริหารประเทศรูปแบบหนึ่ง
วานนี้ (8 มี.ค.)นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ว่า ทำไม ปชป. ไม่ร่วมรัฐบาล ?
ในหน้าฉากการเมืองที่มีการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลอย่างเข้มข้น ประชาชนจำนวนไม่น้อยย่อมคาดหวังที่จะเห็นนักการเมืองเข้าไปร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์แสดงท่าทีไม่ตอบรับการร่วมรัฐบาลโดยง่าย กลับถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า"เย่อหยิ่ง" หรือ"เล่นตัว"
ทว่าหากเราถอยออกมามองผ่านเลนส์การวิเคราะห์เชิงการเมืองและสังคมอย่างรอบด้าน นี่คือเหตุผลเบื้องหลังที่หลายคนอาจมองข้าม
1. อำนาจการต่อรองตามหลัก "คณิตศาสตร์การเมือง"
ด้วยจำนวน สส. 21 เสียง ปชป. ทราบดีถึงน้ำหนักของตัวเองในสมการนี้ การจัดตั้งรัฐบาลเป็นสิทธิ์ขาดของพรรคแกนนำที่มีเสียงอยู่ในมือ การไม่เสนอตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง จึงไม่ใช่ความหยิ่งยโส แต่คือความเข้าใจในบริบททางการเมืองอย่างถ่องแท้ พรรคที่มี 21 เสียงไม่ใช่ผู้กำหนดเกม การเลือกที่จะไม่ฝืนเข้าไปอยู่ในสมการที่ไม่ลงตัว จึงเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของความเป็นจริง
2. ต้นทุนทางการเมืองที่สูงกว่าผลประโยชน์
การเข้าร่วมรัฐบาลโดยไม่มีเงื่อนไขทางนโยบายหรืออุดมการณ์ที่สอดคล้องกันอย่างแท้จริง ย่อมมี "ต้นทุนทางการเมือง" ที่สูงลิ่ว การเข้าไปเป็นเพียงส่วนเติมเต็มโดยขาดอำนาจต่อรองในการทำเพื่อประชาชน อาจได้ไม่คุ้มเสียในระยะยาว
3. คำถามสำคัญที่สะท้อน "ศักดิ์ศรีทางการเมือง"
พรรคประชาธิปัตย์มีต้นทุนทางการเมืองอยู่ที่ภาพลักษณ์ของการยึดหลักการ ความถูกต้อง และความชอบธรรม แม้วันนี้พรรคอาจไม่ได้ใหญ่เหมือนในอดีต แต่สิ่งที่ยังเป็นแกนกลางสำคัญคือศักดิ์ศรี การปฏิเสธที่จะวิ่งเต้นเพื่อแลกเก้าอี้ จึงไม่ได้แปลว่าเล่นตัว แต่พรรคกำลังตั้งคำถามสำคัญกับตัวเองว่า
• เข้าไปแล้วได้ทำประโยชน์จริงหรือไม่?
• เข้าไปแล้วรักษาหลักการได้หรือไม่?
• เข้าไปแล้วคุ้มค่ากับต้นทุนทางศีลธรรมและการเมืองหรือไม่?
4. ฝ่ายค้าน: กลไกบริหารราชการแผ่นดินที่คนมักมองข้าม
คนส่วนใหญ่มักติดภาพจำว่ามีเพียง "รัฐบาล" เท่านั้นที่บริหารประเทศและทำประโยชน์ให้ประชาชนได้ แต่ในความเป็นจริงตามระบอบรัฐสภา การเป็น "ฝ่ายค้าน" ก็คือการบริหารราชการแผ่นดินทางตรงรูปแบบหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐ การกลั่นกรองกฎหมาย หรือการพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งล้วนเป็นกลไกที่ขาดไม่ได้ในระบบประชาธิปไตย
5. บทสรุป: คุณค่าที่แท้จริงของการสงวนท่าที
หากการเข้าร่วมต้องแลกมาด้วยการสูญเสียจุดยืน การเลือกเป็นฝ่ายค้านอย่างมีคุณภาพย่อมเป็นคำตอบที่สง่างามกว่า เพราะ 21 เสียงที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพ สามารถทำหน้าที่ทำประโยชน์เพื่อชาติและประชาชนได้ทัดเทียมกับฝ่ายบริหาร
การวิจารณ์โดยขาดความเข้าใจในเกมอำนาจและมองข้ามคุณค่าของฝ่ายค้าน จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและไม่ยุติธรรมต่อผู้ที่พยายามรักษามาตรฐานทางการเมือง ในยุคที่อุดมการณ์มักถูกสั่นคลอนด้วยผลประโยชน์
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- อนุทิน ปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง ผลัก กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์ นั่งฝ่ายค้าน
- ภท.เตรียมคุย เพื่อไทย-กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์ ร่วมรัฐบาล ตามลำดับ
- ทิ้งทวนหาเสียง! พรรคประชาธิปัตย์ ดาวกระจายรอบ กทม. ปลุกพลังเงียบ มั่นใจคุมเกมรัฐบาลแก้ทุจริต
ติดตามเราได้ที่