“ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ” รับสถานการณ์ในอิหร่าน ยังน่าเป็นห่วง แต่ไม่หนักเท่าระลอกแรก
“ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ” รับสถานการณ์ในอิหร่าน ยังน่าเป็นห่วง แต่ไม่หนักเท่าระลอกแรก พร้อมอำนวยความสะดวกคนไทยกลับประเทศด้วยความปลอดภัย ด้าน นศ.ไทยคาดคนไทยประสงค์กลับไทยมากขึ้น
วันที่ 10 มี.ค. 69 ที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้สื่แข่าวรายงานว่าคนไทยจำนวน 23 คนที่พำนักอยู่ที่ประเทศอิหร่าน กลุ่มแรก เซ็ต 2 เดินทางกลับประเทศไทย โดยสายการบินเตอร์กีสแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 64 เดินทางจากท่าอากาศยานอิสตันบูล ประเทศตุรกี มาถึงที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ในเวลา 08.20 น. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา หลังจากเมื่อวานนี้คนไทยได้เดินกลับมาถึงไทยแล้วส่วนหนึ่ง 29 คน โดยมีนายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยให้การต้อนรับ พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่าตนได้รับมอบหมายจากนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซึ่งติดภารกิจประชุมคณะรัฐมนตรีให้มาเป็นตัวแทนรับคนไทยกลับจากอิหร่าน โดยขณะนี้มีคนคนอีก 69 คนที่กำลังเดินทางออกจากอิหร่าน โดยใช้เส้นทางเดียวกันไปที่เมืองวาน เดินทางเข้าตุรกี กรุงอิสตันบูลเพื่อจะเดินทางกลับประเทศไทย แต่ไม่มั่นใจว่าจะมีเที่ยวบินเดินทางกลับประเทศไทยได้เมื่อไหร่ โดยรู้สึกดีใจที่คนไทยเดินทางกลับมาด้วยความปลอดภัย ซึ่งเป็นการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดของกระทรวงการต่างประเทศ กรมการกงสุล รวมถึงกรมภูมิภาคต่างๆ สถานเอะอัครราชทูตไทย สถานกงสุลใหญ่ไทยในตะวันออกกลาง และที่กรุงเตหะราน เพื่อช่วยเหลือคนไทยให้เดินทางออกจากอิหร่านอย่างปลอดภัยที่สุดซึ่งเมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมาได้รับรายงานจากสถานทูตไทยที่ตุรกีว่าได้ส่งคนไทยทั้ง 23 คน ขึ้นเครื่องบินจากกรุงอิสตันบูลเรียบร้อยแล้ว และจากการพูดคุยกับคนไทยที่เดินทางมาถึงพบว่าทุกคนมีขวัญกำลังใจดีและรู้สึกดีใจที่ได้เดินทางกลับประเทศไทยแม้จะเหนื่อยพอสมควรเพราะต้องนั่งรถยนต์จากกรุงเตหะราน มายังตุรกี ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยถือว่าคนไทยกลุ่มแรกจำนวน 52 คนได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหลังจากนี้ก็จะมีคนไทยกลุ่มที่ 2 อีก 69 คน ออกเดินทางจากอิหร่านในวันนี้ไปยังตุรกี โดยใช้เส้นทางเดียวกับคนไทยกลุ่มแรก ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็ได้มีการประสานงานกับทางรัฐบาลอิหร่าน รัฐบาลอิสราเอลและรัฐบาลสหรัฐ เพื่อให้เกิดความแน่ใจว่าเส้นทางที่เดินทางจะมีความปลอดภัย โดยได้มีการแจ้งให้ทราบว่าจะมีคณะเดินทางของคนไทยเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายระหว่างการเดินทาง ยอมรับทุกคนย่อมเกิดความตื่นเต้นระหว่างการเดินทางเพราะไม่ทราบจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นหรือไม่อีกทัังมีด่านระหว่างทาง แต่การเดินทางก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ไม่ได้มีเรื่องกังวลสำหรับคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับเพิ่มเติม เพราะสถานทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ไทยในตะวันออกกลางพร้อมอำนวยความสะดวกและประสานงานกับรัฐบาลประเทศต่างๆเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น ทั้งนี้ก็ได้รับการประสานงานจากกงสุลใหญ่ ณ นครดูไบ ว่าได้ทำการสำรวจเส้นทางจากดูไบ ไปจุดผ่านแดนที่โอมาน เพื่อประสานงานและทำความรู้จักกับเจ้าหน้าที่ที่ด่านผ่านแดน เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยหากต้องอพยพคนไทยจริงๆ โดยคนไทยอีกทั้ง 23 คนที่เดินทางมาก็มีความยิ้มแย้ม แต่อาจจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ซึ่งได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดีในเรื่องน้ำและอาหาร
นอกจากนี้ยังมีคนไทยอีก 130 คน ที่อิหร่าน โดยสถานทูต และรัฐบาลไทยพยายามประสานให้เดินทางออกเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตามก็เป็นการตัดสินใจของแต่ละบุคคล แต่สถานทูตก็จะติดตามอย่างต่อเนื่อง ส่วนคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับนอกจากอิหร่านแล้วก็ยังมี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือ UAE และบาห์เรน ซึ่งโดนโจมตีค่อนข้างหนัก ขณะที่ UAE ยังมีเที่ยวบินสามารถเดินทางได้ตามปกติ โดยยังมีช่องทางที่สามารถเดินทางได้สำหรับคนที่ประสงค์จะเดินทางกลับ ซึ่งสถานทูตไม่ได้ให้อพยพแต่มีการอำนวยความสะดวกในเรื่องการติดต่อวีซ่า การติดต่อรัฐบาลของประเทศนั้นๆ และพยายามจัดหารถยนต์เพื่อลำเลียงคนไทยเดินทางออก รวมถึงจัดหาถุงยังชีพให้กับคนไทยที่ยังคงพำนักอยู่ ขณะที่สถานการณ์การสู้รบในอิหร่านขณะนี้ยังไม่หนักเท่ากับระรอกแรกที่มีการโจมตี แต่ถือว่ายังมีการโจมตีอยู่ทุกวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลเพราะสถานการณ์ยังไม่ยุติง่ายๆในเร็ววัน
ด้านนาย อาดิล สุขศาสน์กวิน นักศึกษาไทยในอิหร่าน กล่าวว่า นักศึกษาไทยรู้สึกขอบคุณรัฐบาล ที่ประสานงานตั้งแต่เริ่มมีการโจมตี และรู้สึกอุ่นใจที่คนไทยได้ช่วยเหลือกัน สำหรับการเดินทางจากกรุงเตหะรานไปตุรกีก็มีความลำบากอยู่บ้าง เนื่องจากระยะเวลาในการเดินทางค่อนข้างไกล โดยที่ตัดสินใจเดินทางกลับนั้น ก็เป็นเรื่องความปลอดภัย เพราะก่อนหน้านี้ได้รับคำแนะนำจากสถานทูต ให้ลงไปอยู่ชั้นใต้ดินเพราะสถานการณ์รุ่นแรงมากยิ่งขึ้น รวมถึงนักศึกษาประเทศอื่นๆ ก็ได้เดินทางกลับประเทศตัวเอง นอกจากนี้ขณะที่มีการโจมตีกันนั้น ทางมหาวิทยาลัยก็ได้มีการปิดการเรียนชั่วคราว แต่สถานการณ์ในพื้นที่จริงไม่ได้น่ากลัวตามที่ปรากฏในข่าว เพราะมีการโจมตีกันแค่บางจุดเท่านั้น โดยเฉพาะสถานที่ราชการ
เบื้องต้น ตนยังไม่มีข้อมูลว่ามีคนไทยที่อยู่ในอิหร่านไม่ประสงค์เดินทางกลับ แต่จากการสอบถาม ส่วนมากก็ประสงค์จะเดินทางกลับไทย รวมถึงเพื่อนของตนที่จะเดินทางกลับในกลุ่มถัดไป (69คน) อย่างไรก็ตามนายอาดิล กล่าวทิ้งท้ายว่า “การปกป้อง ประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่การปกป้องอธิปไตยก็เป็นสิ่งที่สำคัญกว่า ซึ่งชาวอิหร่านตอนนี้ก็ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยอยู่”
ด้านนางสาวญาเซมัญ สินารา อายุ 28 ปี คนไทยในอิหร่าน กล่าวว่า ตนอาศัยอยู่ประเทศไทยเป็นหลัก แต่ว่า มีครอบครัวอยู่ที่อิหร่าน ซึ่งตั้งใจจะไปเยี่ยมญาติ โดยได้ไปอยู่ที่อิหร่านได้ประมาณ 10 วันก็เกิดเหตุการณ์ขึ้น ซึ่งตนเองมีแผนที่จะบินกลับไทยอยู่แล้ว แต่เกิดเหตุการณ์ขึ้นก่อน ยอมรับว่า รู้สึกกลัวมาก และรู้สึกกลัวตาย เพราะในชีวิตไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ และไม่คิดว่าจะใกล้ตัวมาก เพราะบางที ระเบิดลงใกล้บ้าน จนทำให้ตัวบ้านสะเทือน เพราะไม่รู้ว่า ระเบิดจะมาลงที่บ้านเราหรือไม่ แม้ว่า ส่วนใหญ่ระเบิดจะลงตามสถานที่ราชการ โดยคนในครอบครัวที่อยู่อิหร่าน แม้เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวมาหลายครั้ง ก็มีความกังวลอยู่บ้าง เพราะในประเทศอิหร่านจะไม่มีหลุมหลบภายใต้ไต้ดิน แต่การใช้ชีวิต ส่วนใหญ่คนอิหร่านจะใช้ชีวิตแบบปกติทั่วไป
นางสาวญาเซมัญ กล่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์ ตนได้รับสัญญาณเตือนอะไร จากประเทศอิหร่านมีการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต โทรออกก็ไม่ได้ แต่สามารถโทรออกภายในประเทศได้ จึงทำให้ตนสามารถโทรติดต่อสถานทูตไทยได้ แต่โทรออกนอกประเทศไม่ได้
ด้านนายอะเดล ทาบิอิ คุณพ่อชาวอิหร่าน ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยนานกว่า 35 ปี จนได้สัญชาติไทย กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุการณ์ตนอยู่ที่ต่างจังหวัด ซึ่งลูกสาวได้โทรหาตนเองตอนประมาณ 01.30 น. ซึ่งเวลานั้นมีระเบิดลงห่างจากบ้านเพียง 500 เมตร แต่ว่า บ้านไม่ได้รับความเสียหาย
นางสาวญาเซมัญ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์วันนั้นคาดว่า จะเกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา เพราะตอนอยู่บ้านคนเดียว และจำได้ว่า วันนั้นระเบิดลงทั้งวันในช่วงเวลากลางคืน จนบ้านสั่น ซึ่งเวลานั้นเราไม่รู้เลยว่า จะมีความปลอดภัยจริงไหม ตามที่คนพูดให้มีความสบายใจ โดยคนอิหร่านส่วนใหญ่ไม่มีใครรู้เลยว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้น มารู้พร้อมกันตอนประเทศอิสราเอลยิงแล้ว