สภาพอากาศวันนี้ -8 มี.ค.ไทยมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกบางแห่ง
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศวันนี้ -8 มีนาคม พ.ศ. 2569 (พยากรณ์อากาศล่วงหน้า) ในช่วงวันที่ 3 – 6 มี.ค. 69 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครรวมทั้งปริมณฑลและภาคเหนือ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่
หลังจากนั้นอากาศจะคลายความร้อนลง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และอ่าวไทย ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน
หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 7 – 8 มี.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับจะมีลมตะวันตกในระดับบนพัดปกคลุมบริเวณดังกล่าว
สำหรับภาคใต้ในช่วงวันที่ 2 – 5 มี.ค. 69 มีฝนน้อยเนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงเหนือพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังอ่อน โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 6 – 8 มี.ค. 69 จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งเกิดขึ้นได้ เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้นเป็นปานกลาง โดยอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ข้อควรระวังในช่วงวันที่ 3 – 6 มี.ค. 69
- ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่า โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้
- สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น กับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศรายภาค 2 – 8 มีนาคม พ.ศ. 2569
ภาคเหนือ
วันที่ 2 – 3 มี.ค. 69
- มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 15 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 – 38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 - 15 กม./ชม.
วันที่ 4 - 8 มี.ค. 69
- อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 17 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 - 15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
วันที่ 3 – 6 มี.ค. 69
- อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 - 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 - 37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 - 25 กม./ชม.
วันที่ 7 – 8 มี.ค. 69
- มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31- 35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.
ภาคกลาง
วันที่ 2 – 3 มี.ค. 69
- มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 - 39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10 - 15 กม./ชม.
วันที่ 4 – 6 มี.ค. 69
- อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง
วันที่ 7 – 8 มี.ค. 69
- มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
วันที่ 2 – 3 มี.ค. 69
- มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 – 38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 - 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
วันที่ 4 – 6 มี.ค. 69
- อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง
วันที่ 7 – 8 มี.ค. 69
- มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 - 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
วันที่ 2 – 5 มี.ค. 69
- มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่
- ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
วันที่ 6 – 8 มี.ค. 69
- มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 36 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
วันที่ 2 – 5 มี.ค. 69
- ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
วันที่ 6 – 8 มี.ค. 69
- มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. คลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
วันที่ 2 – 3 มี.ค. 69
- มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 – 37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.
วันที่ 4 – 6 มี.ค. 69
- อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง
วันที่ 7 – 8 มี.ค. 69
- มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.