โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปอนด์ ณราวิชญ์ ตื่นเต้น ประเดิมงานพากย์เสียงครั้งแรกในชีวิต! น้อมรับทุกคำติชม

Khaosod

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปอนด์ ณราวิชญ์ ตื่นเต้น ประเดิมงานพากย์เสียงครั้งแรกในชีวิต! น้อมรับทุกคำติชม ยินดีนำไปปรับปรุง - พร้อมเล่าประสบการณ์ไปแฟชั่นวีกที่มิลาน

เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของนักแสดงหนุ่มมาแรง“ปอนด์ ณราวิชญ์” ที่ได้ประเดิมงานพากย์เสียงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในชีวิต กับบท“ทอมกิ้งก่า” ในแอนิเมชันฟอร์มยักษ์จาก Disney และ Pixar เรื่อง “Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์” ล่าสุดวันที่ 2 มี.ค. เจ้าตัวได้มาร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์ ณ SF World Cinema เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมเล่าความรู้สึกในการพากย์เสียงครั้งแรกในชีวิต และพูดถึงการไปแฟชั่นวีกที่มีมิลานครั้งแรก

โดยปอนด์เล่าว่านี่คือการพากย์เสียงครั้งแรกในชีวิตที่ทั้งดีใจ และตื่นเต้นมาก พร้อมน้อมรับทุกคำชมและคำติ หากมีข้อผิดพลาดก็ยินดีนำไปปรับปรุงตัวเองต่อ ยอมรับว่าตอนนี้ติดใจงานพากย์เข้าแล้ว แต่ก็ยังเปิดใจรับทุกโอกาสใหม่ๆ ที่เข้ามาอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังเล่าถึงประสบการณ์ไปร่วมงานมิลานแฟชั่นวีกกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Prada ว่าเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญที่ทั้งตื่นเต้นและมีความสุข พร้อมขอบคุณทุกโอกาสที่เข้ามา

งานวันนี้? “สวัสดีครับทุกคนวันนี้มาในบทบาทของ ทอมกิ้งกา จากภาพยนตร์เรื่อง “Disney & Pixar’s Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์” ครับ“

เป็นการพากย์เสียงครั้งแรกไหม? ”ครั้งแรกในชีวิตเลยครับ บอกเลยว่าดีใจแล้วก็ตื่นเต้นมากๆ ขอบคุณทาง Disney & Pixar’s มากๆ ที่มอบโอกาสนี้ให้นะครับ“

ตอนเค้าติดต่อมาเตรียมตัวยังไง? ”บอกเลยว่าตอนแรกตื่นเต้นมากๆ ด้วยความที่มันเป็นอะไรใหม่ๆ สำหรับเรามาก ตอนแรกเราเคยทำแค่การเต้น การแสดง หรือร้องเพลงขึ้นสเตจ แต่อันนี้บอกเลยว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ใหม่มากสำหรับเรา ดีใจมาก“

การพากย์เสียงมันแตกต่างจากงานอื่นของเรายังไง? “แตกต่างมากเลยครับบอกเลยว่าใช้เสียงคนละแบบเลย อย่างเวลาเราแสดงหรือร้องเพลงเราก็ใช้อีกโทนเสียงนึง แต่อันนี้เราต้องฝึกโปรเจ็กต์เสียง ซึ่งตอนที่เราทำการอัดก็จะมีครูคอยโค้ชให้ว่าต้องใช้เสียงไหน พอพากย์เสียงเราต้องตะเบ็งขึ้นมาเยอะกว่าปกติ”

ต้องเรียนรู้บุคลิกของตัวละครไหม? “จริงๆ ดูมาก่อนบ้าง คือทางทีมงานเค้าไม่สปอยล์เรา เค้าอยากให้เราใหม่ เราก็เลยต้องมารู้หน้างานเลย แต่ก็จะมีการบอกว่าพากย์เป็นตัวละครนี้ก่อนหน้าที่จะอัดประมาณสามสี่วัน”

แฟนๆ เค้าเดาถูกว่าเราจะพากย์เป็นตัวไหน? “จริงๆ แล้วผมรู้สึกว่าแฟนๆ เดาถูกกันเร็วมากเลยนะ เดาถูกตั้งแต่เราไปทริปซานฟรานซิสโกแล้วแหละ ผมเห็นที่แฟนคลับตัดคลิปคุณธีร์กับทอมกิ้งก่าก็คล้ายจริง พอเราดูเราเห็นทุกคนชอบมีความสุข มันก็ทำให้เราฟูฟีลไปด้วย ถ้าเกิดทุกคนว่าเหมือนก็เหมือนก็ได้ครับ ตัวละครนี้ผมว่าน่ารักมากๆ เลยนะ”

เรามีความอิมโพไวท์เข้าไปไหม? “นิดนึงแล้วกัน ผมว่ามันต้องใช้ความประยุกต์แล้วก็ผสมกันไป ด้วยความที่การพากย์เป็นอะไรที่ใหม่มากสำหรับเรา เราก็ต้องดูแล้วก็ประยุกต์ไปในเวอร์ชันของเราด้วย กับทางทีมว่าเค้าต้องการอะไร”

การไปสตูดิโอที่นู้นเป็นยังไงบ้าง? “บอกเลยว่าเป็นหนึ่งในทริปทำงานที่ฟูฟีลมากเลยครับ ด้วยความที่เราเป็นแฟนของทาง Disney & Pixar’s อยู่แล้ว ซึ่งการที่เราเข้าไปดูมันทำให้เราเห็นโครงสร้างว่ากว่าเค้าจะทำเป็นหนึ่งเรื่องเค้าทำยังไงบ้าง อย่างเรื่องนี้เราได้ไปเห็นวิธีการสร้างทั้งหมดเลย ว่าเค้าต้องศึกษาอะไรบ้าง บอกเลยว่าทางทีมงานเค้าใช้เวลาหลายปีมากๆ เลยครับ“

การที่ได้ไปถึงสถานที่ที่เราชอบ? ”บอกเลยว่าฟูฟีลมาก เราเพิ่งรู้เลยว่าเค้าเต็มที่มากๆ ในการสร้างภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องหนึ่งขึ้นมา ซึ่งผมเข้าใจเลยว่าทำไมแต่ละเรื่องถึงมีความรีเลทกับใจผู้ชม“

ตื่นเต้นไหมเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง? ”จริงคือแบบ…มาได้เห็นว่าเค้าออกแบบยังไง โทนสีต่างๆ ซึ่งบอกเลยว่าเค้าใส่ใจมากจริงๆ ซึ่งบอกเลยว่ามันไม่ง่ายเลยจริงๆ“

สิ่งที่คิดกับสิ่งที่เห็นต่างไหม? ”ต่างมากเลยครับ ในวัยเด็กเรารับชมเพื่อความสนุกเนาะ เราก็คิดว่าอาจจะเป็นแค่ภาพยนตร์อนิเมชั่นเข้าคอมพิวเตอร์ คิดโครงเรื่องก็ทำได้แล้ว แต่ว่าจริงๆ แล้วอย่างเรื่องนี้เค้าจะเล่าเรื่องผ่านหนองน้ำ ก็จะมีการไปศึกษาที่จริงว่าบีเวอร์ใช้ชีวิตยังไง มีความเป็นอยู่ยังไง ต้องเป็นเหตุการณ์ไหนเค้าถึงจะอพยพหนีไป“

ติดใจในงานพากย์ไหม? “ติดใจ ผมชอบอยู่แล้ว ด้วยความที่วัยเด็กเราเป็นคนชอบชมพากย์ไทยกว่าซาวด์แทร็ก เราก็จะได้ยินเสียงเวลาเป็นพากย์ไทย คนพากย์เค้าก็จะใส่อินเนอร์มากกว่าปกติ และเราก็รู้สึกว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเราอยากลองบ้าง และก็ได้ลองแล้ว ก็เชื่อเลยว่ามันแตกต่างจากการแสดงมากจริงๆ”

โอเคไหมกับการที่จะมีคำวิพากษ์วิจารณ์? “จริงๆ ผมรับได้เลยนะ ด้วยความที่มันเป็นการพากย์ผลงานแรกของผม ซึ่งเราถือว่าพร้อมรับคำติ และคำชม ด้วยความที่มันเป็นอะไรที่ใหม่มากสำหรับเรา ถ้าเกิดว่ามันไม่ได้ดีมากเราก็พร้อมที่จะรับคำติและไปปรับปรุง“

วันนี้จะมีแฟนๆ บางส่วนได้ดูแล้ว? “ตื่นเต้น ผมคิดว่าแฟนๆ น่าจะหลงรักในตัวละครนี้มากๆ จริงๆ น่าจะหลงรักในทุกตัวละครเลยแหละ แต่ผมคิดว่าตัวละครกิ้งก่ามันเป็นเหมือนสีสันที่จะเติมความสุขให้ทุกคนได้แน่นอน ยังไงก็อยากให้ทุกคนติดตามกัน ครบรสมากๆ ซึ้ง สนุก ตลก มีหมด”

ด้วยกระแสของเรามันอาจจะทำให้คนหันมาดูพากย์ไทยมากขึ้น? “ผมว่าไม่เกี่ยวหรอก ก็อยากจะฝากผลงานว่าเราครั้งหนึ่งในชีวิตมากกว่า เพราะจริงๆเค้ามีทั้งซาวด์แทร็กด้วย แล้วก็มีพากย์ไทยด้วย ผมว่าสนุกเหมือนกันหมด แต่อาจจะสนุกคนละแบบ อยู่ที่ว่าใครจะชอบแบบไหน”

แอบใส่ความเป็นคนไทยเข้าไปบ้างไหม? “มีๆ เดี๋ยวต้องรอติดตาม”

ฝากภาพยนตร์เรื่องนี้? ”ฝากด้วยนะครับกับผลงานการพากย์เรื่องแรกในชีวิตผมเลย ทอมกิ้งก่า จากภาพยนตร์เรื่อง Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์ สามารถรับชมได้แล้วนะครับอีกสองวัน ยังไงฝากทุกคนติดตามด้วยนะครับ“

สร้างปรากฏการณ์ห้างแตกอย่างต่อเนื่อง? “ดีใจมากเลย เราเพิ่งกลับมาเนาะ ก็ค่อนข้างเหนื่อย แต่พอมาเจอแฟนๆ ค่อนข้างเยอะ ได้รับกำลังใจก็หายเหนื่อยแล้ว”

ก่อนหน้านี้ที่มีการรวมพลที่นี่กลายเป็นปรากฏการณ์เพราะคนมาเยอะมาก? “ช็อกมากเลย อย่างที่บอกว่าพวกผมสองคนไม่ได้เจอแฟนๆ เลย หลังจากซีรีส์มีสติหน่อยคุณธีร์จบไป คือเราเจอกันแหละแต่เจอกันในฮอลล์ แต่เราเห็นว่าแฟนคลับทุกคนคิดถึงเรา แล้วเราทำงานแยกกันด้วยไง ด้วยความที่มันอยู่ใกล้ๆ กันก็เลยอยากจัดรวมพลให้แฟนๆ ได้เจอเราครับ”

เราคิดไหมว่ามันจะเต็มลาน จะมาเยอะขนาดนั้น? “ผมไม่คาดหวังเลย แค่รู้สึกว่าคิดถึงแฟนๆ อยากเจอแฟนๆ แค่นั้นเลย แต่พอเห็นแล้วมันมีความสุขมากๆ จริง”

หลังจากซีรีส์จบไปแฟนคลับเรามันเหมือนโตอย่างก้าวกระโดดเลย? “ผมรู้สึกอยากขอบคุณครับ อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่ากว่าจะเดินทางมาถึงตรงนี้มันใช้เวลามากๆ เราก็ค่อนข้างมีลองผิดลองถูกมาค่อนข้างเยอะ แต่วันนี้ที่เรามีคนรักเรามากขึ้นขนาดนี้ ผมรู้สึกว่าอยากขอบคุณทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่วันแรก หรือเพิ่งเข้ามา ทุกคนเป็นครอบครัวเรา ถึงแม้ว่าผมอาจจะไม่รู้จักคุณ คุณอาจจะเป็นทีมหน้าจอ แต่ผมมีความสุขมากๆ และรักทุกคนเท่ากันจริงๆ“

จากภาพวันนั้นเราได้คุยกับภูวินทร์ว่ายังไงบ้าง? “ร้องไห้เลยวันนั้น มันมีความสุขมากๆ จริงๆ พวกผมสองคนเราทำงานด้วยแพสชั่น เราก็ไม่ได้โฟกัสว่าการไปออกงานนี้จะต้องมีคนมาหาเยอะมากแค่ไหน เราแค่รู้สึกว่าอยากจะทำงานที่เราได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด แต่ในเมื่อวันนั้นมีคนมาให้กำลังใจเยอะขนาดนี้ มันเหมือนเป็นการตอบแทนในสิ่งที่เราตั้งตั้งใจทำงาน แต่ในวันนี้ทุกคนมีความสุขกับผลงานเราและมาให้กำลังใจเราเยอะมากๆ”

คิดไหมว่าวันนึงเราจะเดินทางมาถึงจุดนี้? “ไม่เลยครับ ก่อนเราถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ เรารู้แค่ว่าเรื่องนี้มันสนุกมันตลก ไม่คิดเหมือนกันว่ามันจะเดินทางมาถึงจุดที่แบบผู้ชมทางบ้านจะมีความสุข และนำไปทำเป็นมีมต่างๆ คิดแค่ว่าตอนนั้นทำให้มันเต็มที่ ถ้าเรามีความสุขและตลกกับมันคนดูก็จะมีความสุขเหมือนกัน เป็นสิ่งที่ผู้กำกับบอกกับเราตลอดว่าเราทำให้มันเต็มที่ ถ้าเราทำให้มันมีความสุขคนดูก็จะมีความสุข”

ทุกวันนี้คนเรียกเราว่าอะไร? “สลับกันไป ท่านปอนด์สลับกับคุณธีร์ (ตอนมีคนเรียกเราว่าคุณธีร์รู้สึกยังไง?) รู้สึกว่าสิ่งที่เราตั้งใจทำให้คนดูมีความสุขมันสำเร็จแล้ว อย่างล่าสุดผมไปที่มิลานมา จะไปซื้อไอติมไง คือกำลังจะจ่ายเงิน เค้าบอกว่า I know you khun Thee (ฉันรู้ว่าคุณคือคุณธีร์) อย่างนี้ แสดงว่าเรื่องนี้สามารถสร้างความสุขให้คนหลายๆ ที่ได้มากจริง ชื่นใจมาก“

ไปแฟชั่นที่มิลานเป็นยังไงบ้าง? “เป็นครั้งแรกในชีวิตเหมือนกัน รู้สึกมีความสุขครับ ขอบคุณ Prada มากๆ ที่มอบโอกาสยิ่งใหญ่ขนาดนี้ให้ผม มันจะเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ครั้งหนึ่งเราได้ไปมิลานแฟชั่นวีกนะ เตรียมตัวหนักเหมือนกัน”

แฟชั่นของเราที่งานเป็นยังไงบ้าง? “ตื่นเต้นมากนะครับพี่ มันเป็นครั้งแรกไง เราก็ไม่รู้ว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน เราไม่เคยมาเลย และใหม่มากสำหรับสิ่งๆ นี้ แต่เราก็พยายามเต็มที่ในการพรีเซนต์ตัวเรากับแบรนด์นี้ให้ได้มากที่สุด จริงๆ ก็ทำการบ้านค่อนข้างหนักเหมือนกัน เราก็จะมีถาม พี่วิน เมธวิน ว่าทำยังไงบ้าง“

เราจะต้องเตรียมตัวยังไงต่อ? “ผมคุมอาหารก่อนเลยอย่างแรก สิ่งหนึ่งเลยคือผมคุมอาหารค่อนข้างหนัก ด้วยความที่เราทำงานค่อนข้างเยอะ มันก็จะอยากมีการกินของเค็มๆ ของหวานบ้าง แต่เราต้องห้ามใจ ก็ต้องพยายามบาลานซ์ให้ได้มากที่สุดกับการเตรียมตัวไปแฟชั่นวีก”

ก็ต้องมีครั้งต่อไปแน่นอน? “สาธุเลยครับ ผมคิดว่ามันขึ้นอยู่กับคาแรกเตอร์ของแต่ละคนมากกว่า แต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งเราได้ทำเต็มที่แล้ว (ปีนี้จะเดินสายแฟชั่นทั้งปีเลยไหม?) พร้อมเปิดโอกาสสำหรับทุกแบบนะ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นเอง หรืองานวงการบันเทิงหลายๆ แบบ อยากลองอะไรใหม่ๆ เปิดโอกาสทุกอย่างแหละครับ“

มีโอกาสได้ให้รางวัลตัวเองไหม? “แฟนๆ ทุกคนเป็นความสุขอยู่แล้วนะ คือเราทำงานในสิ่งๆ นี้ สิ่งหนึ่งเลยคือเราอยากมีแฟนๆ ที่คอยซัพพอร์ต อยากมีคนรักมากขึ้นตลอด อย่างเช่นเราเหนื่อยใช่ไหม รางวัลของเราก็คือการมาเจอแฟนๆ หรือมาเจอพี่ๆ ทุกคนมันก็เป็นรางวัลนะ“

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปอนด์ ณราวิชญ์ ตื่นเต้น ประเดิมงานพากย์เสียงครั้งแรกในชีวิต! น้อมรับทุกคำติชม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...