MALEE รุกตะวันออกกลาง ดันนวัตกรรม Foodtech เจาะตลาด UAE-ซาอุฯ ตั้งเป้า Global Wellbeing ในปี 2571
มาลี กรุ๊ป กางโรดแมป 3 ปี ยกระดับจากผู้ผลิตน้ำผลไม้สู่บริษัทนวัตกรรมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพระดับโลก (Global Wellbeing Company) ชูยุทธศาสตร์ "ตะวันออกกลาง" เป็นสปริงบอร์ดเชื่อมต่อตลาดแอฟริกาและเอเชียกลาง รับดีมานด์กลุ่มสินค้า Function Drink โตแกร่ง เร่งขยายฐานการค้าจากคูเวต-ซาอุดีอาระเบีย สู่เครือข่ายความร่วมมือใหม่ในบาห์เรน โอมาน และยูเออี ดันรายได้รวมโต 10-15%
3 กุมภาพันธ์ 2569 – บมจ. มาลี กรุ๊ป (MALEE) ประกาศยุทธศาสตร์การเติบโตในระดับสากล ผ่านการเข้าร่วมงาน Gulfood 2026 ณ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มุ่งเน้นการขยายส่วนแบ่งการตลาดในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีกำลังซื้อสูงและมีอัตราการขยายตัวของกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทฯ วางเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่การเป็น "Global Wellbeing Company" อย่างเต็มตัวภายในปี 2571
นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจของ MALEE ในปีนี้ให้ความสำคัญกับการเจาะตลาดต่างประเทศเชิงรุก โดยใช้กลุ่มผลิตภัณฑ์นวัตกรรม (Innovation-led Products) เป็นหัวหอกในการสร้างความแตกต่าง โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งมีประชากรกว่า 377 ล้านคน และมีพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนผ่านสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health) มากขึ้น
"ตะวันออกกลางไม่ได้เป็นเพียงคู่ค้า แต่คือยุทธศาสตร์สำคัญที่จะเปิดประตูพา Malee ข้ามพรมแดนสู่ยุโรป แอฟริกา และเอเชียกลาง เรามุ่งมั่นยกระดับแบรนด์ไทยให้เป็นผู้นำด้านสุขภาพในระดับสากลที่ทั่วโลกไว้วางใจ"
นวัตกรรมนำตลาด: จาก Commodity สู่ High-Value Products
ในการรุกตลาดครั้งนี้ MALEE ได้ปรับพอร์ตโฟลิโอสินค้าโดยเน้นมูลค่าเพิ่ม (Added Value) ผ่านนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Foodtech) เพื่อตอบโจทย์ Active Lifestyle และกลุ่มผู้บริโภคระดับพรีเมียม ประกอบด้วย:
- กลุ่มน้ำมะพร้าวแท้ 100% (Malee Coco) : ต่อยอดจากวัตถุดิบทางการเกษตรสู่สินค้ามาตรฐานสากล โดยเฉพาะ "Malee Coco Liposos" ที่ใช้เทคโนโลยีเสริมแร่ธาตุเพื่อกลุ่มผู้ใส่ใจรูปร่าง ซึ่งเป็น Segment ที่มีการเติบโตสูงในตลาดโลก
- กลุ่มฟังก์ชันนัลดริงก์ (Malee Power Plants) : การนำนวัตกรรมจุลินทรีย์ (Heat-killed L. paracasei) และไฟเบอร์ มาผสมผสานในน้ำผักผลไม้ เพื่อตอบโจทย์ด้านระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้ามกลุ่ม (Cross-category) : อาทิ "Malee Coconut Matcha" ซึ่งเป็นการผสานวัตถุดิบส่งออกหลักของไทยเข้ากับมัทฉะเกรดพรีเมียมจากญี่ปุ่น เพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มโรงแรมและซูเปอร์มาร์เก็ตระดับบน
กลยุทธ์ Localization และมาตรฐาน Halal
หัวใจสำคัญของการขยายตัวในภูมิภาคนี้ คือ การปรับใช้กลยุทธ์ Localization โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล (Halal) ในระดับสากล เพื่อลดอุปสรรคทางการค้าและสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าในกลุ่มประเทศสภาความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC)
ปัจจุบัน MALEE มีฐานการค้าที่แข็งแกร่งในประเทศคูเวตและซาอุดีอาระเบีย โดยแผนงานถัดไปคือการใช้เครือข่ายพันธมิตร (Global Partners) เพื่อกระจายสินค้าเข้าสู่บาห์เรน โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะส่งผลให้แบรนด์มีความครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาคในระยะเวลาอันใกล้
"การเข้าร่วมงาน Gulfood อย่างต่อเนื่องทำให้เราได้วางรากฐานธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง… เชื่อมั่นว่ายังมีโอกาสในการขยายส่วนแบ่งการตลาดอีกมาก ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้รายได้รวมของบริษัทฯ เติบโต 10-15% อย่างยั่งยืน"
มุมมองการลงทุนและเป้าหมายปี 2571
การมุ่งสู่การเป็น Global Wellbeing Company ในปี 2571 ไม่ได้เป็นเพียงการขยายช่องทางจำหน่าย แต่รวมถึงการปรับโครงสร้างรายได้ให้มีความหลากหลายและลดการพึ่งพาตลาดในประเทศเพียงอย่างเดียว การใช้ "นวัตกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ" มาเป็นแกนหลักในการพัฒนาสินค้า (R&D) จะช่วยให้ MALEE สามารถรักษาอัตรากำไร (Margin) ในระดับที่เหมาะสมท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดเครื่องดื่มโลกได้
สถานะทางการเงินและการขยายตัวในตลาดตะวันออกกลางนี้ คาดว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนถึงแนวโน้มการเติบโตของกำไรในระยะยาว จากการเปลี่ยนสถานะจากผู้รับจ้างผลิตหรือผู้ขายสินค้าเกษตรแปรรูปขั้นพื้นฐาน มาเป็นเจ้าของนวัตกรรมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีมูลค่าสูงในระดับสากล