โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMART จับเมกะเทรนด์ ออกสินค้า Green Product

ทันหุ้น

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 14.50 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 17.30 น.

#SMART #ทันหุ้น – SMART ออเดอร์แน่น งานรัฐ–เอกชน EEC ดีมานด์มาแรง เดินเกมขยายฐานลูกค้าทั่วประเทศโฟกัส บ้านแนวราบ ตลาดรีโนเวต แตกไลน์สินค้าใหม่รับเทรนด์ Green Product คุมต้นทุนเข้มรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 30%

นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SMART ผู้ผลิตและจำหน่ายอิฐมวลเบาด้วยระบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูงเพื่อใช้ในงานก่อสร้างและงานกั้นผนังอาคาร เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจไตรมาส 1/2569 บริษัทยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ และภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังชะลอตัวต่อเนื่องจากปีก่อน อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงมีคำสั่งซื้อจากโครงการภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะโครงการในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ซึ่งมีความต้องการใช้อิฐมวลเบา สำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า อาคารสำนักงาน รวมถึงโครงการที่พักอาศัยแนวราบ และแนวสูง

วางกลยุทธ์

SMART วางกลยุทธ์การตลาดขยายฐานลูกค้าในทุกภูมิภาคที่มีศักยภาพ โดยเน้นกลุ่มบ้านแนวราบและตลาดรีโนเวท ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการผลิต การพัฒนาสินค้าใหม่กลุ่มงานโครงสร้างและบล็อกตกแต่ง เพื่อตอบโจทย์เมกะเทรนด์ด้านความยั่งยืนและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Product) สร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ เสริมความเชื่อมั่นของลูกค้า

นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมต้นทุนการผลิต ค่าใช้จ่ายในการบริหารให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม รักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 30% ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวส่งผลให้ SMART มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีศักยภาพในการแข่งขัน และสามารถขยายธุรกิจรองรับโอกาสการฟื้นตัวของตลาดในระยะถัดไปได้อย่างมั่นคง

โดยปัจจุบันบริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 82.72 ล้านบาท และมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 7.31 เท่า อีกทั้งมีหนี้สินอยู่ในระดับต่ำที่92.84 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.14 เท่า

ผลงานฉลุย

สำหรับผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 432.94 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 585.53 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 32.30 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 87.02 ล้านบาท

ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 มีรายได้รวม 102.96 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้รวม 123.90 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 9.22 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 11.13 ล้านบาท โดยผลประกอบการปรับตัวลดลงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การแข่งขันด้านราคา ต้นทุนพลังงานที่ผันผวน และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันทางการเงิน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...