MINT เล็งตั้ง REIT มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ พร้อมดัน “ไมเนอร์ ฟู้ด” เข้า IPO ฮ่องกง
MINT เตรียมนำโรงแรม 14 แห่งในยุโรปและไทยเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ พร้อมศึกษานำ “ไมเนอร์ ฟู้ด” เข้าจดทะเบียนในฮ่องกง
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.14 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารรายใหญ่ของไทย เตรียมจัดตั้งทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) แห่งแรก มูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์ พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการนำไมเนอร์ ฟู้ด เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เพื่อนำเงินไปชำระหนี้และเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน
Dillip Rajakarier ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า บริษัทจะนำโรงแรม 14 แห่งในยุโรปและไทยเข้าไปอยู่ใน REIT ดังกล่าว โดยมีแผนจดทะเบียนกองทรัสต์ในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ภายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
ขณะเดียวกันบริษัทยังอยู่ระหว่างการพิจารณานำไมเนอร์ ฟู้ด เข้าจดทะเบียนในฮ่องกง โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปขั้นสุดท้ายในไตรมาส 2 และอาจเข้าตลาดภายในปีนี้ เหตุผลที่เลือกฮ่องกงเนื่องจากมีศักยภาพในการให้มูลค่าหุ้นที่สูงกว่า และเข้าถึงฐานนักลงทุนที่กว้างขึ้น
ไมเนอร์ อินเตอร์ฯ ซึ่งมีโรงแรมในประเทศไทยที่เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ดัง White Lotus เดินหน้าลดภาระหนี้ต่อเนื่อง หลังการเข้าซื้อกิจการ NH Hotel Group SA ในปี 2561 ส่งผลให้ระดับหนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทตั้งเป้าลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ลงเหลือประมาณ 1.4 เท่าในปีนี้ จาก 1.8 เท่า ณ สิ้นปี 2568
ซีอีโอ ระบุว่า การลดหนี้จะช่วยคลายแรงกดดันต่อราคาหุ้น และเสริมความเชื่อมั่นนักลงทุน
แผนการระดมทุนในต่างประเทศยังสะท้อนภาพตลาดหุ้นไทยที่เผชิญแรงกดดันจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอและความไม่แน่นอนทางการเมือง แม้ว่าตลาดหุ้นจะฟื้นตัวหลังการเลือกตั้งก็ตาม
ในด้านแนวโน้มธุรกิจ บริษัทคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตเฉลี่ยสูงสุดราว 20% ต่อปีในช่วง 3 ปีข้างหน้า จากการขยายโรงแรมและร้านอาหารในต่างประเทศ โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนโรงแรมภายใต้การบริหารเป็น 850 แห่งภายในปี 2571 จาก 636 แห่งในปีก่อนหน้า
นอกจากนี้บริษัทยังตั้งเป้าขยายจำนวนร้านอาหารเป็นมากกว่า 4,000 สาขาภายในปี 2571 จากเกือบ 3,000 สาขาในปีก่อน โดยเน้นการเติบโตในตลาดเอเชีย เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม
ทั้งนี้ราคาหุ้นไมเนอร์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7% ตั้งแต่ต้นปี แต่ยังปรับขึ้นน้อยกว่าดัชนี SET ซึ่งเพิ่มขึ้น 17% ในช่วงเดียวกัน
อ้างอิง : www.bloomberg.com