เซ็นทรัลฯ ล๊อนซ์ “The Great Chinese New Year 2026” ชู Next Asian Wave บูสต์กำลังซื้อ Q1 รับปีมะเมียมงคล
CPN ผนึกเครือข่ายเซ็นทรัลเปิดยุทธศาสตร์ “The Great Chinese New Year 2026” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไตรมาส 1 กางแผนรับอานิสงส์ C-Fashion และเทรนด์ Digital Fortune ดึงดูดกำลังซื้อทุกเจเนอเรชันผ่านกลยุทธ์ Segmentation ส่งยุทธศาสตร์ 3C เชื่อมงออมนิแชนเนล 62 จังหวัด หนุนเป้ารายได้ท่องเที่ยวไทย 3 ล้านล้านบาท คาดเม็ดเงินสะพัดตรุษจีนพุ่ง 5.1 หมื่นล้านบาท
27 มกราคม 2569—บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ผู้นำอสังหาริมทรัพย์และผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับกลุ่มเซ็นทรัลและกระทรวงวัฒนธรรม เปิดตัวแผนยุทธศาสตร์การตลาดระดับประเทศภายใต้แคมเปญ “The Great Chinese New Year 2026” เพื่อสร้างแรงส่ง (Momentum) ทางเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีมะเมีย โดยมุ่งเป้าเป็นเครื่องยนต์หลักในการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงไตรมาสแรกของปี
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา วิเคราะห์ทิศทางตลาดว่า ตรุษจีนในปี 2026 ถือเป็นจุดตัดสำคัญของกระแส Next Asian Wave ที่กำลังทรงอิทธิพลระดับโลก โดยเฉพาะอิทธิพลจากแฟชั่นจีน (C-Fashion) และคอนเทนต์บันเทิงสายเอเชีย ซึ่งเซ็นทรัลได้ใช้ความได้เปรียบทางฐานข้อมูลในการออกแบบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ Insight ของนักช้อปแต่ละกลุ่มอย่างแม่นยำ
"เรามองว่าตรุษจีนปี 2026 คือจุดเชื่อมโยงของ Next Asian Wave ที่ทรงอิทธิพลระดับโลก ทั้งในด้านแฟชั่นและบันเทิง โดยเซ็นทรัลได้ออกแบบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ Insight ของแต่ละกลุ่ม ตั้งแต่การมูเตลูผ่าน AI สำหรับ Gen Z ไปจนถึงกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมสำหรับกลุ่ม Baby Boomers ที่มีกำลังซื้อสูง" ดร.ณัฐกิตติ์ ระบุ
ในการเจาะตลาดเชิงลึก เซ็นทรัลพัฒนาได้แบ่งโครงสร้างกลุ่มเป้าหมาย (Customer Segmentation) ออกเป็น 3 แกนหลัก เพื่อเพิ่มอัตราการใช้จ่ายต่อคนให้สูงสุด ได้แก่:
- Gen Z (Identity Explorers): มุ่งเน้นการมูเตลูในรูปแบบดิจิทัลและแฟชั่น (Modern Mutelu) เช่น เครื่องรางมินิมอล และการพยากรณ์ผ่านระบบ AI
- Gen X-Y (Alpha Parenting): กลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าและกิจกรรมเสริมสร้างพัฒนาการบุตรหลาน
- Baby Boomers (Active Aging): กลุ่มที่มีความมั่งคั่งและยังคงยึดถือขนบธรรมเนียมดั้งเดิม ทั้งด้านการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และการเข้าชมการแสดงวัฒนธรรม
ขณะที่ฟากของภาคค้าปลีก คุณปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาด บมจ. เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) เปิดเผยว่าแคมเปญนี้จะเป็น “เครื่องยนต์หลัก” ในการเร่งกำลังซื้อผ่านยุทธศาสตร์ 3C (Celebrate – Change – Chance) เพื่อเชื่อมโยงโลกออฟไลน์และออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ ครอบคลุมธุรกิจทั้งห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, โรบินสัน, ท็อปส์ และเพาเวอร์บาย ใน 62 จังหวัดทั่วประเทศ
"ยุทธศาสตร์ 3C จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง สอดรับกับเป้าหมายของ ททท. ที่ตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวรวมในปี 2569 ไว้ที่ 3 ล้านล้านบาท โดยเราใช้ความแข็งแกร่งของสาขาครอบคลุมทั่วประเทศเป็นจุดกระจายรายได้" คุณปิยวรรณ กล่าวเสริม
สำหรับข้อมูลสถิติและตัวเลขเชิงเศรษฐกิจในปี 2569 คาดการณ์ว่าเม็ดเงินสะพัดในช่วงเทศกาลตรุษจีนจะพุ่งสูงถึง 51,000 ล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งกลุ่มเซ็นทรัล รีเทล ตั้งเป้ายอดขายในส่วนของท็อปส์ (Tops) ให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% โดยสถิติย้อนหลังชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมการซื้อในช่วง "วันจ่าย" จะส่งผลให้ขนาดตะกร้าสินค้า (Basket Size) ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 64% ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ฟื้นตัว
ทางด้าน คุณรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ระบุว่าการนำเทคโนโลยี Data Insights มาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อในช่วงเทศกาล ทำให้บริษัทสามารถนำเสนอดีลที่ตรงใจลูกค้าเฉพาะบุคคล (Personalized Offers) ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความต่อเนื่องของการจับจ่ายตลอดทั้งไตรมาสแรก
นอกจากนี้ การสนับสนุนจากภาครัฐโดย คุณโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ยังตอกย้ำถึงการใช้ Soft Power ทางวัฒนธรรมไทย-จีน เป็นจุดขายหลักในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มทราฟฟิกภายในศูนย์การค้าได้มากกว่า 20-30% ทั่วประเทศ การดำเนินแคมเปญในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการกระตุ้นยอดขายชั่วคราว แต่เป็นการวางรากฐานทางเศรษฐกิจให้มีความแข็งแกร่งตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นปี เพื่อรองรับความท้าทายในระดับมหภาคต่อไป