โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลาก่อน ที่รัก-กรมพระรณฤทธิ์อัญเจียแขฺมร์ / อภิญญา ตะวันออก

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 17 ธ.ค. 2564 เวลา 02.14 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2564 เวลา 02.14 น.

อัญเจียแขฺมร์ / อภิญญา ตะวันออก

 

ลาก่อน ที่รัก-กรมพระรณฤทธิ์

 

ในฐานะที่ “โอรสนโรดม” คือหนึ่งในหัวข้อหนึ่งที่สร้างแรงจูงใจในการเขียนบทความของฉัน การตายของเขา จึงทำให้ฉันตกอยู่ในห้วงอาลัยอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ไม่ผิดนักหรอกกับทั้งหมดที่ผ่านมา สำหรับโอรสพระบาทนโรดมที่ 1 ของราชสกุลนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยการเผชิญหน้ากับปัญหาการเมืองสมัยอาณานิคม

แต่ในภาคปัจจุบัน ฉันกลับพบกับโอรสนโรดมองค์นั้น องค์ที่ประวัติของเขา ช่างเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว และการต่อสู้ที่พ่ายแพ้แก่ทุกๆ ฝ่ายในครั้งแล้วครั้งเล่า

ภาคที่เป็นนโรดมยุค 2 ใน พระบาทสมเด็จพระรัตนโกศนโรดม สีหนุ และรัชกาลปัจจุบัน ที่จารีตระบอบกษัตริย์ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก และในหมู่โอรสของพระองค์ ซึ่งต่างประสบเคราะห์อันเกี่ยวเนื่องกับการเมืองนั้น มิทางใดก็ทางหนึ่งโอรสกษัตริย์มักตกเป็นเหยื่อแห่งการถูกกระทำ

อาทิ องค์มจะนโรดม นราธิปโป (โอรสองค์ที่ 6) ที่ถูกสังหารโดยเขมรแดง

และ สมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ (โอรสองค์ที่ 2) กับภารกิจพรรคฟุนซินเปกและมรดกทางการเมืองของพระบิดา ที่คล้ายจะบั่นทอนชีวิตพระองค์ให้ประสบกับชะตากรรมอันน่าลำเค็ญ

ต้นทุนที่เสียไปกับการเมืองที่ต้องจ่ายไปด้วยชีวิตและต้นทุนทั้งหมดที่ผ่านมา

ประสูติจากมารดาหม่อม พัต กันฮุล ที่ทูลลาฐานันดรในฐานะนางรำแห่งราชสำนักและหม่อมมะเนียง ไปตั้งแต่องค์รณฤทธิ์ยังไม่สามขวบ หม่อมเลือกที่จะทิ้งวังไปสมรสกับข้าราชการและใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนในเสียมเรียบ แม้เดิมทีนั้นทั้งเจ้าหญิงบุปผา เทวีและรณฤทธิ์ก็อยู่ในความดูแลของพระอัยกากษัตริยานี สมเด็จสีสุวัตถิ์ กุสุมา นารีรัตน์

รณฤทธิ์จึงไม่เคยเห็นหน้าแม่ ความสุขเดียวที่เขามี คือได้รับการตามใจมากจากสมเด็จย่า สิ่งเดียวที่เขาไม่เคยได้รับจากพระบิดา

ในขณะที่นโรดมองค์อื่นๆ ได้รับสิ่งที่แตกต่าง สิ่งนั้นคือ “มรดกการเมือง” ซึ่งในที่สุดแล้ว กลับทำให้ชีวิตของตรุงล้มลุกคลุกคลาน

ตลอด 2 ทศวรรษแห่งความบอบช้ำ

ยังจำได้ถึงความหอมหวานในการเมืองยุคแรกที่ทรงรณฤทธิ์ ตอนที่ “ตรุง” หรือ “ทรง” ภาษาเขมรที่ใช้เรียกแทนตัว “พระองค์เจ้า” หรือกรมพระเพิ่งกลับมายังประเทศและมีตำแหน่งเป็นถึงนายกรัฐมนตรีคนที่

1ตรุงและชายาเคยออกงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ที่เพิ่งฟื้นฟูกลับมาไม่นานหลังการสถาปนาระบอบกษัตริย์ขึ้นมาอีกครั้ง

กรมพระรณฤทธิ์ครานั้นจึงรับเป็น “พระพลเทพ” ทำหน้าที่ไถพรวน ส่วนชายา นโรดม มารี นั้น ก็รับบท “เนียงเทวี” คอยหว่านเมล็ดข้าวตามหลังคันไถ

เชื้อพระวงศ์ชั้นสูงในชุดพระน้ำพระยาทำพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญกับพระชายา (ราวปี 1994) ช่างสมกันราวต้นแบบของกษัตริย์ที่กลับมารื้อฟื้นอีกครั้ง โดยปีให้หลัง เจ้าชายนโรดม จักราวุธ และ เจ้าหญิงนโรดม รัตนา พี่น้อง ก็เคยรับบทพระยาแรกนาและนางเทวี

หลังจากผ่านยุคแย่งชิงพรรคฟุนซินเปกกับนโรดมพี่น้องและในที่สุด ฟุนซินเปกก็ตกเป็นมรดกของกรมพระรณฤทธิ์แล้ว ถ้าไม่มี รัฐประหาร กรกฎาคม 1997 เสียแล้ว ครรลองชีวิตของกรมพระรณฤทธิ์คงไม่ทรุดโทรมตกต่ำ และทำให้ตรุงต้องสูญเสียไปหมดทุกอย่าง และแม้จะกลับมาได้ แต่ทุกอย่างไม่เคยเหมือนเดิม

นั่นเป็นความสูญเสียครั้งแรก ลูกแก้ว เมียขวัญ หรือแม้แต่พรรคการเมือง แม้แต่ “แคนดิเดตกษัตริย์” เขาผ่านมาหมดแล้ว ในอุบัติเหตุการเมือง แต่ในวันสิ้นหวัง มันเกือบจะพรากชีวิตของเขาไปด้วยกันและสิ้นแล้วซึ่งความฝัน

แต่ทั้งหมดภายหลัง อาจไม่สำคัญเท่ากับการสูญเสียครั้งใหญ่ในปี 2018 ที่ตรุงประสบอุบัติเหตุทางรถยนตร์ระหว่างการหาเสียงโค้งสุดท้ายที่เมืองกำโปด

ไม่มีใครคิดว่า ครั้งนั้น คือการที่ตรุงสูญเสียหม่อมพอลลา ชายาคนที่ 2 จากอุบัติเหตุ ส่วนตรุงเองก็บาดเจ็บสาหัสต้องส่งตัวมารักษาที่กรุงเทพฯ

ที่วัดบัวตุมวไต, พนมเปญ พิธีศพของหม่อมพอลลา ชายานางรำผู้ร่วมทุกข์สุขกับพระองค์ตลอดสิบกว่าปีให้หลัง ช่างเป็นไปอย่างเศร้าสร้อย มีแต่โอรสน้อยที่ยังเยาว์นัก ขณะสวามีกรมพระฯ ยังเจ็บหนักที่ไอซียู

ฟากหนึ่งใกล้ๆ กันนั้น สมเด็จพระเรียมบุปผาเทวี พระภคินีต่างพระมารดาในกษัตริย์พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี และพี่เรียมของรณฤทธิ์ก็กำลังรักษาอาการโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ในเดือนพฤศจิกายนปีถัดมา บุปผาเทวีก็ทิวงคต

น่าประหลาดคือ สองพี่น้อง ยังเกิดในเดือนมกราคม ห่างกันเพียงคนละปี เมื่อถึงแก่ทิวงคตนั้น ก็ยังพ้องเดือนกันอีก โดยสมเด็จพระเรียมนั้นคือ 2 พฤศจิกายน 2018 ส่วนกรมพระรณฤทธิ์ คือ 28 พฤศจิกายนนี้ และมีชันษา 76 และ 77 ปี ตามคะเนีย

อีกครั้งหนึ่งที่กรมพระนโรดม รณฤทธิ์ไม่มีโอกาสร่วมในพิธีถวายเพลิงพระศพ ทั้งยังประกาศมอบหน้าที่ประธานพรรคฟุนซินเปกแก่ลูกชายจักราวุธ ไม่มีอีกแล้วพวกสกรรมงที่คิดจะเล่นงานพระองค์

มันจบสิ้นแล้วการเมือง และมรดกอันวิบาก

ก็สิ่งนี้เอง ไม่ใช่หรือ? ที่กระทำต่อเขา อย่างครั้งแล้วครั้งเล่า?

ในสายตาของคนอื่น ตรุงคือคนขี้แพ้ และเห็นแก่ประโยชน์ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น การขายที่ทำการพรรคฟุนซินเปกมาเป็นทรัพย์สินส่วนตัว จนถูกฟ้องร้องจากลูกน้องผู้แปรพักตร์ไปเข้ากับฝ่ายศัตรู

อีกกรณีน่าอับอาย คือ การถูกฟ้องหย่าจากเจ้าหญิงนโรดม มารี ในข้อหาอุกฉกรรจ์ ด้วยการอยู่กับหม่อมพอลลา จนกลายเป็นความผิดร้ายแรงของผู้มีตำแหน่งทางการเมือง ถูกปลดตำแหน่งทางการเมือง จนเป็นข่าวฉาวโฉ่

และนั่น คือช่วงเวลาของชีวิตที่กรมพระรณฤทธิ์ได้ทำขึ้นเพื่อตัวเองแต่เพียงครั้งเดียว นั่นคือ สมรสกับอดีตนางรำราชสำนักที่คล้ายกับทรงโหยหามานาน สำหรับจริตในฝัน อันถอดแบบมาจากมารดาพัต กันฮุล บุคคลที่สาบสูญ ไปจากตรุงแต่ยังเยาว์ นับเป็นเรื่องแปลก นี่คือช่วงเวลาที่เขาผ่อนคลายและหลุดจากขนบ

แต่ก็ยังกลับไปเล่นการเมืองอีกในนามพรรครณฤทธิ์ที่ไม่ประสบความสำเร็จ ขณะที่ฟุนซินเปกก็ล้มเหลว

ในที่สุด ตรุงก็กลับมาบัญชาการอีกครั้ง และคราวนี้มันคือการเลือกตั้งปี ค.ศ.2018 ซึ่งเป็นเดือนมิถุนายน ไม่กี่สัปดาห์ก่อนการลงคะแนนจะมาถึง ตรุงและหม่อมพอลลาได้เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวจากกำโปดไปสีหนุวิลล์

และนั่น คือวันสุดท้ายของคนทั้งสอง

หม่อมได้จากเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ ส่วนกรมพระรณฤทธิ์ถูกส่งไปแอดมิตที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ

แม้รอบปีมานี้ มีข่าวเศร้าเกี่ยวกับเจ้านายระดับสูง ตั้งแต่ต้นปี สมเด็จนโรดม ยุวนาถ (77) และพระองค์เจ้าสีสุวัตถิ์ สามีล มุนีพงษ์ (79) ปีกลายที่ฝรั่งเศส

แต่สมเด็จพระกษัตรีย์ นโรดม มุนีนาถ สีหนุ พระวรราชมารดาในชันษา 85 ทรงให้กำลังใจกรมพระรณฤทธิ์ โดยเฉพาะหลังฟื้นฟูจากการผ่าตัด

แต่ดูเหมือน ตรุงเองกลับหมดสิ้นเรี่ยวแรงกายใจ

ความกลมเกลียว ที่กลับมาหลังเคราะห์กรรมของรณฤทธิ์ ดูจะนำไปสู่การลบเลือนรอยร้าวอันยาวนานที่ผ่านมาอย่างหมดสิ้น มันยังถูกแทนที่อย่างอบอุ่นที่ตามมาหลังการสูญเสียในแต่ละครั้ง

แต่เชื่อไหม ในวันที่ตรุงไม่ต้องการจะมีชีวิตต่อไปแล้ว ผู้ที่ทุ่มเทดูแลเขาให้กลับมามีกำลังใจ กลับเป็นอดีตพระชายา ในฐานะเพื่อนเก่าที่เคยร่วมชายคา และสิ่งที่รณฤทธิ์กับพอลลาได้ทิ้งไว้ให้เธอได้สานต่อ

ดูเหมือนความขุ่นมัวเจ็บปวดที่ผ่านมาได้หายไปจนหมดแล้ว มันช่างโง่เขลาเสียยิ่งกระไร เมื่อนึกถึงวันเวลาอันแสนสั้นที่กำลังจะผ่านไป และทิ้งไว้แต่ความว่างโหวงในจิตใจ

ในบางขณะ ฉันก็สงสัยว่า การที่ตรุงเหลือรอดชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งก่อน หรือพระพลเทพจะอยากชดเชยเวลากับเนียงเทวีที่กำลังโปรยข้าวตอกดอกไม้ลงผืนดินที่เย็นชืดของต้นเดือนธันวาคม

และกระซิบว่า หลับให้สบายเถิดนะที่รัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...