โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โคแนน ยอดคนแดนเถื่อน (1) / การ์ตูนที่รัก : นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 21 ก.ค. 2565 เวลา 05.58 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2565 เวลา 10.00 น.

การ์ตูนที่รัก

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

โคแนน ยอดคนแดนเถื่อน (1)

หลายคนคงไม่ทราบว่า โรเบิร์ต อี โฮเวิร์ด ผู้เขียนโคแนน ยิงตัวตายเมื่ออายุ 30 ปี

คนส่วนใหญ่รู้จักโคแนน ยอดคนแดนเถื่อน จากหนังที่อาร์โนลด์ ชวาเซเนกเกอร์ เล่นเมื่อหลายสิบปีก่อน แม้จะมีการสร้างใหม่หลังจากนั้นแต่ภาพของอาร์โนลด์และโคแนนยังคงโดดเด่นเสมอมา

โคแนนถือกำเนิดเป็นนวนิยายก่อน มิใช่นวนิยายธรรมดา แต่เป็นเรื่องเล่าเลียนแบบเทพปกรณัมอย่างมีแบบแผนและโครงสร้างของเรื่องที่ชัดเจนตั้งแต่แรก ก่อนจะเป็นที่แพร่หลายในรูปแบบการ์ตูนต่อมาแล้วจึงกลายเป็นหนังและเกมในที่สุด

เนื่องในโอกาสที่เน็ตฟลิกซ์ไม่ปล่อยโคแนนเสียที การ์ตูนที่รักซึ่งรักโคแนนมากจะเล่าเรื่องวรรณกรรมต้นฉบับของโฮเวิร์ด หนังสือการ์ตูนโคแนนจำนวนมากทั้งที่เป็นของมาร์เวลและดาร์กฮอส กับบางส่วนของภาคภาษาไทยตั้งแต่ยุคก่อนลิขสิทธิ์

ประเดิมเรื่องแรก The Frost-Giant’s Daughter ธิดายักษ์น้ำค้างแข็ง

เปิดฉากมาในทุ่งน้ำแข็ง “The Clangor of the swords has died away” เสียงปะทะของดาบสิ้นแล้ว เลือดแดงฉานจากซากศพเกลื่อนกลาด นักรบตัวใหญ่ยักษ์สองคนกำลังประดาบถึงตาย จากบทสนทนาของคนทั้งสองทำให้ทราบว่าคนหนึ่งฆ่าหลายสิบคนไปก่อนแล้ว ตอนนี้มันเหลือศัตรูคนสุดท้าย

“บอกชื่อแกมา” ศัตรูคนสุดท้ายเข่าทรุดแล้ว

ผู้ชนะเหวี่ยงดาบปลิดชีวิต “โคแนนแห่งคิมเมอเรีย”

นี่เป็นฉากเปิดเรื่องคลาสสิค วีรบุรุษที่ตายแล้วต้องไปที่ วัลลาฮา (Vallaha) วิมานของผู้ถูกสังหารในแอสการ์ด แล้วโคแนนก็ล้มลง เขาต้องตายโดดเดี่ยวในทุ่งน้ำแข็งเวิ้งว้างนี้เป็นแน่ “The Glare of the sun on the snow cuts his eyes like a knife” แสงอาทิตย์แผดจ้าบนน้ำแข็งเฉือนตาเขาดังคมมีด

ทันใดนั้นปรากฏเทพธิดานุ่งน้อยห่มน้อยในชุดขาวขึ้นตรงหน้า เธอล่องลอยเข้ามาหาเขาและเมื่อโคแนนถามว่าเธอเป็นใคร มาปรากฏตัวในที่ที่ไม่มีหมู่บ้านใกล้เคียงเลยนี้ได้อย่างไร แล้วแต่งกายแบบนั้นได้อย่างไร สาวน้อยเสียงใสส่งเสียงยั่วยวนแล้วพลิ้วกายจากไปบนพื้นน้ำแข็งขาวโพลนนั้น

ด้วยแรงกำหนัด โคแนนรวบรวมเรี่ยวแรงคว้าดาบตามไป “And I’ll tear apart the mountains to find you,I’ll follow you to hell.” ข้าจะฉีกทำลายทั้งขุนเขาเพื่อตามหาเจ้า ข้าจะตามเจ้าไปถึงนรก เทพธิดาน้อยลวงเขาไปพบยักษ์สองตน นักรบฝาแฝดที่ตัวใหญ่กว่าโคแนนสองเท่า โคแนนรวมพลังกำดาบฟาดฟันทั้งสองตายคาที่

โคแนนรวบสาวน้อยไว้แนบตัว เสียงน้ำค้างแข็งแตก สาวน้อยร้องเรียกพ่อให้ช่วยเหลือ ปรากฏเพลิงน้ำแข็งกลางท้องฟ้า สายฟ้าสีฟ้าฟาดลงมาแล้วหล่อนก็หายไป โคแนนมืดดับไปในตอนนั้น

พรรคพวกของโคแนนตามมาพบและช่วยชีวิตของโคแนนที่ใกล้แข็งตายไว้ได้ พวกเขาไม่พบซากยักษ์สองตนที่โคแนนเล่า ทุกคนว่าโคแนนเห็นภาพหลอนหรือฝันไปเอง

แต่ในมือของโคแนนมีผ้าคลุมสีขาวของเทพธิดา-จบ

ฉากหลังของเรื่องนี้เป็นสงครามระหว่างเทพที่ดำเนินมายาวนาน โคแนนเป็นส่วนหนึ่งของสงครามนี้ บทเปิดตัวแสดงให้เห็นว่าโคแนนเป็นนักรบที่มีพลังไม่จำกัด พลังนั้นมาจากมัดกล้ามและจิตวิญญาณวีรบุรุษของนอร์ส “ถึงรู้ว่าต้องตายโดยไม่ชนะก็จะไม่ยอมวางดาบ”

คำว่าคนเถื่อน The Barbarian เหมาะสมกับโคแนนด้วยประการทั้งปวง

เทพอพอลโล (Apollo) มีคนรักมากมายดังที่รู้กัน หนึ่งในนั้นคือ แดฟเน (Daphne) แดฟเนเป็นธิดาของเพเนอัส (Peneius) เทพประจำแม่น้ำ วันหนึ่งอพอลโลไปพบแดฟเนงดงามจึงวิ่งไล่ติดตามไม่ลดละ แดฟเนไม่รักตอบวิ่งหนีเป็นทางไกล เมื่อเห็นจวนตัวแล้วจึงขอพระบิดาช่วย เทพเพเนอัสบันดาลให้เธอกลายเป็นต้นลอเรล (Laurel) ลงรากที่ริมฝั่งน้ำนั้นเสีย เมื่ออพอลโลตามมาพบจึงดึงเอาต้นลอเรลไปเป็นต้นไม้ประจำตัวนับแต่นั้น บางตำราว่านี่เป็นการล้างแค้นของคิวปิด (Cupid) ที่ทำกับอพอลโลด้วยการแผลงศรรักให้แก่อพอลโลและแผลงศรไม่รักให้แก่แดฟเน

ฉากหลังของโคแนนคือ ยุคไฮบอเรีย (Hyborian Age) โคแนนเป็นชาวคิมเมอเรีย (Cimmerian) เขาเป็นส่วนหนึ่งในกำลังรบของเทพเอซีร์ (Aesir) ที่กำลังทำสงครามกับเทพวาเนียร์ (Vanir) สาวน้อยนั้นคือ อะตาลี (Atali) ธิดาของเทพยิมีร์ (Ymir) ยักษ์ตนแรก โฮเวิร์ดสร้างยุคไฮบอเรียขึ้นมาทั้งยุคอิงเทพปกรณัมนอร์ส เพื่อรองรับเรื่องราวทั้งหมดของโคแนน

การ์ตูนเรื่องนี้หาอ่านได้สองเวอร์ชั่น เวอร์ชั่นแรกเป็นของ Roy Thomas และ Barry Smith ตีพิมพ์เป็นลายเส้นขาวดำใน The Savage Sword of Conan อีกเวอร์ชั่นหนึ่งเป็นของ Kurt Busiek และ Cary Nord ตีพิมพ์เป็นภาพสี่สีสวยงามมากใน Conan the Barbarain

โรเบิร์ต อี โฮเวิร์ด (Robert E Howard 1906-1936) เขียน Conan the Barbarian เอาไว้ 21 เรื่อง ตีพิมพ์ในนิตยสาร Weird Tales 17 เรื่อง กับในนิตยสาร Fantasy Fan 1 เรื่อง อีกสามเรื่องที่เหลือตีพิมพ์หลังการตายของเขา และส่วนที่เขียนไม่จบอีกบางส่วน ไม่นับเรื่องที่เขียนโดยผู้อื่น

และเมื่อถึงยุคการ์ตูนเส้นเรื่องจึงแตกแขนงออกไปมากมายด้วยฝีมือนักเขียนนักวาดอีกหลายคน

บทความชุดนี้จะยึดเอาหนังสือ Conan ของ Robert E Howard สำนักพิมพ์ Castanea Group ลาสเวกัส ปี 2021 เป็นเส้นเรื่องหลัก

หนังสือเล่มนี้มีลักษณะพิเศษคือไม่มีคำนำและคำลงท้ายใดๆ

เป็นการตีพิมพ์งานเขียน 18 เรื่องของโฮเวิร์ดอย่างเดียวจริงๆ

หนังสือหนาสองนิ้วเริ่มบทแรกด้วยบทกวี Cimmeria เล่าสภาพแวดล้อมของโลกที่โหดร้ายเวลานั้น

โคแนนเป็นชาวคิมเมอเรีย ชื่อ Conan the Barbarian จะถูกเรียกในอีกชื่อหนึ่งว่า Conan the Cimmerian

หลังจากกวีนิพนธ์ไพเราะยาวสองหน้าแล้วจึงเข้าสู่เนื้อเรื่องดั้งเดิมของโฮเวิร์ด 18 เรื่อง จากนั้นปิดท้ายด้วยความเรียงเรื่อง The Hyborian Age – Conan’s World อธิบายโลกยุคไฮบอเรียนและแผ่นดินชาวเหนือในยุคนั้นซึ่งไม่มีจริงทั้งสองเรื่อง

โฮเวิร์ดสร้างโลกสมมุติขึ้นมาใหม่ด้วยตัวคนเดียว คล้ายๆ กับที่ เจ เจ อาร์ โทลเคียน หรือ ซี ดับลิว ลูอิส ทำ

นักเขียนเหล่านี้ไม่เพียงเล่าเรื่องแต่วางฉากหลังเอาไว้อย่างแน่นหนาและอิงเรื่องเล่า ตำนาน หรือเทพปกรณัมเอาไว้เป็นช่วงๆ อย่างแนบเนียน

หนังสือ Conan นี้เริ่มเรื่องแรกด้วย Gods of the North เทพเจ้าแห่งชาวเหนือ

แต่มิใช่เรื่องแรกที่เขาเขียนอีกทั้งเป็นเรื่องเดียวที่มิได้ตีพิมพ์ในนิตยสาร Weird Tales ซึ่งตีพิมพ์ 17 เรื่องของเขาระหว่างปี 1932-1936 เรื่องนี้ไปลงในนิตยสาร Fantasy Fan magazine เมื่อปี 1934 แทน

เมื่อเป็นการ์ตูน ชื่อเรื่อง “เทพเจ้าแห่งชาวเหนือ” ถูกเปลี่ยนเป็น “ธิดายักษ์น้ำแข็ง” ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องที่ได้รับคำชมเชยสูงสุด ทั้งต้นฉบับเดิมและเมื่อเป็นคอมิกส์

ท่านที่รู้ภาษาอังกฤษควรหาต้นฉบับอ่านเพื่อดื่มด่ำความงามของภาษาที่โฮเวิร์ดใช้ •

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...