โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

อยากให้ลูกมีเพื่อน : 4 วิธี สอนลูกให้เป็นเพื่อนร่วมทีมที่ดี

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2565 เวลา 02.01 น. • Features

เมื่อถึงเวลาลูกเข้าโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่ย่อม อยากให้ลูกมีเพื่อน เพื่อให้ลูกสนุกและมีความสุขกับการไปโรงเรียนมากขึ้นเด็กวัยอนุบาล เป็นช่วงวัยที่เต็มไปด้วยพลังของการเรียนรู้ ยึดตัวเองไว้เป็นศูนย์กลางจักรวาล และไม่คุ้นเคยกับการเข้าสังคม จึงปรับตัวเข้ากับคนอื่นไม่เก่ง คุณพ่อคุณแม่ที่ อยากให้ลูกมีเพื่อน จึงต้องสอนให้ลูกมีทักษะทางสังคม การอยู่ร่วมกับคนอื่น รวมถึงการทำตัวเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ดีงานวิจัยล่าสุดของ Germany’s Max Planck Institute for Evolutionary Anthropology and Duke University ระบุว่า เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี จะเริ่มเข้าใจการทำงานเป็นทีม แม้ว่าจะปฏิบัติจริงไม่ได้ แต่เด็กๆ ก็พร้อมที่จะเรียนรู้เสมอเมื่อเข้าสู่วัยอนุบาล หรือช่วงอายุ 3-5 ปี เด็กส่วนใหญ่จะเริ่มเข้าใจการเป็นผู้ให้และเป็นผู้รับ การแบ่งปัน และรู้จักแสดงความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น จึงนับเป็นช่วงเวลาที่ลูกพร้อมที่จะเรียนรู้วิธีทำงานกลุ่ม ทำงานเป็นทีม และการเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ดีDr. Claire Halsey นักจิตวิทยาคลินิกและผู้เชี่ยวชาญด้านครอบครัวและการเลี้ยงดูบุตร ระบุว่า คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมให้ลูกมีทักษะสังคม เรียนรู้วิธีการให้และรับ แบ่งปัน ผลัดกันเล่น และเป็นเพื่อนร่วมที่ดีได้ตั้งแต่ยังเล็กโดยไม่ต้องรอหรือกลัวว่าลูกจะเด็กเกินไปการเรียนรู้ที่จะทำงานเป็นทีม จะช่วยฝึกฝนทักษะทางสังคม เช่น ความอดทน ความเห็นอกเห็นใจ การสื่อสาร ให้เกียรติ ไว้วางใจ และให้ความช่วยเหลือผู้อื่นทักษะเหล่านี้จะทำให้ลูกเป็นที่รักของเพื่อนฝูง และจะเกิดขึ้นได้ เมื่อคุณพ่อคุณแม่ช่วยปลูกฝังการเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ดีให้กับลูกตั้งแต่ยังเล็ก ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ค่ะ1. รู้จักเล่นกับคนอื่น

Sergio Pellis นักวิจัยจาก University of Lethbridge ประเทศแคนาดา ระบุว่า การเล่นอย่างอิสระช่วยทำให้ของเซลล์สมองส่วนหน้าเชื่อมต่อกันได้ดี ยิ่งได้เล่น เซลล์สมองก็ยิ่งทำงาน ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้เต็มที่ ยิ่งการได้เล่นกับผู้อื่น เช่น เล่นกับเพื่อนในสนามเด็กเล่น จะทำให้ลูกได้เรียนรู้การเป็นผู้นำและผู้ตาม การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการเคารพกฎกติกาของสังคม#เล่นกับคนในครอบครัว คุณพ่อคุณแม่สามารถปลูกฝังการเป็นเพื่อนร่วมที่ดีได้ด้วยการสอนให้ลูกรู้จักการเล่นกับคนอื่น กิจกรรมที่ต้องอาศัยร่วมแรงร่วมใจในครอบครัว เช่น การวางแผนท่องเที่ยวประจำสัปดาห์ ช่วยกันทำงานบ้านหรือสร้างกิจกรรมพิเศษขึ้นมาในวันหยุด เช่น วันแสดงคอนเสิร์ต วันทำขนม วันประดิษฐ์ของขวัญ วันนักทดลอง โดยแบ่งหน้าที่ให้แต่ละคนรับผิดชอบและทำให้สำเร็จร่วมกัน#เล่นกับเพื่อนบ้าน คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้กิจกรรมที่ลูกเคยทำกับคนในครอบครัว ไปปรับใช้เป็นกิจกรรมให้ลูกเล่นกับเพื่อนบ้านได้2. ชมการแข่งขันกีฬาด้วยกัน

คุณพ่อคุณแม่สามารถชวนลูกวัยอนุบาลให้รู้จักดูการแข่งขันกีฬา โดยเฉพาะกีฬาที่มีการเล่นแบบทีม เช่น ฟุตบอล แบดมินตันแบบคู่ วอลเล่ย์บอล หรือกีฬาที่ต้องอาศัยทีมเวิร์ก#เป็นผู้รับชม ระหว่างการรับชม คุณพ่อคุณแม่สามารถอธิบายกติกาการแข่งขัน ชี้ชวนให้ลูกเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสนาม เช่นความร่วมแรงร่วมใจ ความสามัคคี ความขัดแย้ง การแก้ปัญหา การเจรจาต่อรอง ฯลฯ ซึ่งเป็นทักษะที่ลูกจำเป็นต้องเรียนรู้ในการใช้ชีวิตต่อไป#ตั้งคำถามชวนลูกสะท้อนคิด ระหว่างดูกีฬา คุณพ่อคุณแม่สามารถตั้งคำถามชวนให้ลูกคิดต่อ เช่น ถ้าเพื่อนในทีมบาดเจ็บ ลูกจะทำยังไงดี, ลูกคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากลูกกับเพื่อนในทีมเกิดทะเลาะกัน เพื่อให้ลูกลองใช้จินตนาการสร้างสถานการณ์สมมติ คิดวิธีแก้ปัญหา เตรียมทางออกที่ดีที่สุดเอาไว้ปรับใช้ในสถานการณ์จริงได้3. ส่งเสริมให้ลูกเล่นกีฬาเป็นทีม

เพื่อให้ลูกวัยอนุบาล ได้ออกกำลังกาย ใช้พลังงาน และเรียนรู้ทักษะทางสังคม คุณพ่อคุณแม่อาจจะลองให้ลูกได้เล่นกีฬาที่ต้องเล่นเป็นทีม หรือฝึกซ้อมร่วมกับคนอื่น เช่น ฟุตบอล เทนนิส แบดมินตันแต่ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตความชอบและความสนใจของลูก ไม่จำเป็นต้องบังคับหรือกดดันให้ลูกต้องเล่นกีฬาที่ไม่ชอบ ไม่ถนัด แต่สามารถเปลี่ยนเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกับคนอื่นและลูกก็มีความสุขด้วยจะดีที่สุดค่ะ4. คุณพ่อคุณแม่คือ ต้นแบบที่ดี

Rebecca Mannis ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ของเด็ก และผู้ก่อตั้ง Ivy Prep แนะนำว่า เด็กๆ จะเรียนรู้วิธีการปฏิบัติต่อการทำงานเป็นทีม หรือการเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ดีได้ดี ด้วยการได้เห็นบรรยากาศเหล่านั้นใช้ชีวิตประจำวัน และคุณพ่อคุณแม่ก็คือ ต้นแบบของการเรียนรู้ที่สำคัญ ดังนั้น นอกจากการสอนและส่งเสริมด้วยวิธีต่างๆ แล้วการทำให้ลูกได้เห็นนั่นแหละ คือวิธีที่ดีที่สุดอ้างอิงverywellfamilytheschoolruncrisisprevention

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...