Toyota เตรียมเลิกใช้ e-TNGA ปรับกลยุทธ์หวังลดต้นทุนรถยนต์ไฟฟ้าแข่ง BYD
Toyota (โตโยต้า) ตกเป็นข่าวว่ากำลังวางแผนปรับกลยุทธ์ใหม่สำหรับซัพพลายเออร์ มุ่งลดต้นทุนรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อแข่งขันกับ Tesla และ BYD
สำนักข่าว Asahi รายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า แผนงานใหม่ของ Toyota สำหรับซัพพลายเออร์นั้นจะได้รับการเปิดเผยภายในช่วงต้นปีหน้า โดยมีกรอบการดำเนินงาน 3 ปี และจะสิ้นสุดในช่วงต้นปี 2026
ตลอดหลายเดือนทีผ่านมา ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นพยายามหาวิธีการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า โดยต้องการเร่งการพัฒนาชุดระบบขับเคลื่อน ซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ชุดอิเลคโทรนิค และแบตเตอรี่ รวมถึงระบบการระบายความร้อน
การเปลี่ยนแปลงของกลยุทธ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้แผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของ Toyota ล่าช้าหรือถูกเลื่อนออกไปจากแผนเดิมที่วางไว้
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ Toyota ยังรวมถึงการลดต้นทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้เท่าเทียมกับ Tesla ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่าค่ายรถสัญชาติอเมริกันมีกำไรในการผลิตรถอีวี 1 คันมากกว่าถึง 8 เท่าตัวเลยทีเดียว
ต้นทุนที่ต่ำลงยังทำให้ Toyota สามารถกำหนดราคาจำหน่ายที่พอฟัดพอเหวี่ยงกับ BYD ค่ายรถสัญชาติจีนที่นำเสนอรถยนต์หลายรุ่นด้วยค่าตัวที่ย่อมเยา
ด้านสำนักข่าว Reuters รายงานว่า ตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา Toyota เริ่มทบทวนแผนการลงทุนมูลค่า 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐซึ่งประกาศออกมาเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยมีการระงับโปรเจคต์การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่น ดำเนินงานโดยคณะทำงานซึ่งนำโดยชิเงกิ เทราชิ อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแข่งขันของบริษัทฯ
ยกเลิกแพลตฟอร์มเดิม
คณะทำงานของเทราชิ ได้รับมอบหมายให้ยกระดับประสิทธิภาพของรถยนต์ไฟฟ้า Toyota ซึ่งหนึ่งในโซลูชั่นสำคัญคือการพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่มาแทนที่ e-TNGA
ปัจจุบัน แพลตฟอร์ม e-TNGA มีอายุใช้งานนาน 3 ปี โดยถูกต่อยอดจากแพลตฟอร์มเครื่องยนต์สันดาปซึ่งนักวิจัยและพัฒนาของ Toyota มองว่าควรจะหันไปใช้แพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะเพื่อยกระดับเทคโนโลยีให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น
ข้อดีของการใช้โครงสร้าง e-TNGA คือการเอื้อให้ Toyota สามารถขึ้นสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าบนไลน์เดียวกับรถเครื่องยนต์สันดาปภายในได้ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการผลิต
อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของ e-TNGA คือการถูกจำกัดการยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรมของตัวรถ ซึ่งวิศวกรของ Toyota ตระหนักว่าหากยังใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวอยู่ก็ไม่สามารถสู้กับจุดแข็งโป๊กที่ Tesla มีอยู่ได้นั่นคือความล้ำสมัยในทุกมิติของตัวรถ