โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แอร์ไลน์ กางแผนบิน ตปท.แห่ปักหมุด ไต้หวัน-ญี่ปุ่น-อินเดีย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ม.ค. 2566 เวลา 12.56 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. 2566 เวลา 00.03 น.

ปี 2565 ที่ผ่านมาเป็นปีที่มีสัญญาณบวกอย่างมีนัยสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจสายการบิน (airline) หลังจากทั่วโลก (ยกเว้นจีน) เปิดประเทศด้วยการทยอยลดมาตรการจำกัดการเดินทาง ส่งผลให้สายการบินกลับมาเทกออฟกันอีกครั้ง

โดยเฉพาะเส้นทางบินระหว่างประเทศ ที่กลับมามีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างชัดเจนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 และยังคงทยอยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสแรกของปี 2566 นี้ ทั้งในส่วนของการเพิ่มความถี่ในเส้นทางเดิมที่เปิดให้บริการไปแล้ว และเพิ่มเส้นทางใหม่เพิ่ม

“นกแอร์” รุกไฟลต์บิน ตปท.

“วุฒิภูมิ จุฬางกูร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ บอกกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2566-2567 ผลการดำเนินงานของสายการบินนกแอร์จะเป็นไปในทิศทางการฟื้นตัวที่ดีขึ้นแน่นอน โดยส่วนหนึ่งเกิดจากรายได้จากการเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศมากขึ้น

โดยนกแอร์วางแผนเพิ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยให้สามารถใช้เครื่องบินที่มีให้คุ้มค่ามากขึ้น รวมถึงมีแผนการรับเครื่องบินใหม่เข้าสู่ฝูงบินจำนวน 2 ลำ จากปัจจุบันที่ทำการบินเส้นทางต่างประเทศ 2 เส้นทางคือ ดอนเมือง-ย่างกุ้ง (เมียนมา) และดอนเมือง-โฮจิมินห์ (เวียดนาม)

สำหรับปี 2566 นี้ “วุฒิภูมิ” บอกว่านกแอร์มีแผนเปิดเส้นทางใหม่อย่างต่อเนื่องคือ เส้นทางดอนเมือง-ไฮเดอราบัด (อินเดีย) ในเดือนมกราคม ตามด้วยเส้นทางดอนเมือง-สิงคโปร์ ในเดือนมีนาคม จากนั้นมีแผนเปิดเส้นทางดอนเมือง-ไทเป (ไต้หวัน) และเส้นทางดอนเมือง-ชัยปุระ (อินเดีย) ในช่วงต้นเดือนเมษายน

พร้อมเปิดบินสู่ “จีน”

ส่วนเส้นทางบินสู่ประเทศจีนนั้น แม้รัฐบาลจะผ่อนคลายมาตรการเข้าออกพรมแดนแล้ว แต่ยังต้องติดตามในรายละเอียด แนวทางการอนุญาตให้ชาวจีนเดินทางออกต่างประเทศที่ชัดเจนจากรัฐบาลจีน รวมถึงข้อกำหนดสำนักงานการบินพลเรือนจีน หรือ CAAC อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนกแอร์มีความพร้อมเต็มที่

แอร์ไลน์

พร้อมระบุว่า การเปิดเส้นทางใหม่จะพิจารณาเส้นทางที่เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 สามารถทำการบินได้ แต่หากในเส้นทางเดียวกัน สายการบินอื่นใช้เครื่องบินลำตัวกว้างให้บริการอยู่ นกแอร์อาจหลีกเลี่ยงการแข่งขันโดยตรง เพราะเครื่องบินใหญ่ต้นทุนอาจถูกกว่า

“ไทยเวียตเจ็ท” เล็งจีน-อินเดีย

ด้าน “วรเนติ หล้าพระบาง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยเวียตเจ็ท ให้ข้อมูลแผนงานสำหรับปี 2566 ว่า ปีนี้ไทยเวียตเจ็ทจะไม่เปิดเส้นทางบินในประเทศเพิ่ม

เนื่องจากปัจจุบันให้บริการครอบคลุมทุกจุดบินหลักแล้ว แต่จะโฟกัสเส้นทางบินระหว่างประเทศมากขึ้น เช่น ประเทศแถบอินโดจีน เอเชียตะวันออก และเวียดนาม

ส่วนเส้นทางอินเดียนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าใน 5 ปีข้างหน้าไทยเวียตเจ็ทอาจให้บริการเส้นทางบินอินเดียสูงถึง 15 จุดบิน

เช่นเดียวกับเส้นทางบินสู่จีน โดยหลังสำนักงานการบินพลเรือนจีน (CAAC) ผ่อนคลายการควบคุมเที่ยวบินขาเข้าและขาออกแล้ว ไทยเวียตเจ็ทก็มีแผนกลับไปให้บริการ ซึ่งเบื้องต้นมองว่าจะเป็นเส้นทางบินสู่เฉิงตู เจิ้งโจว และหางโจว

รุกเวียดนาม-ไต้หวัน-สิงคโปร์

สอดรับกับ “ปิ่นยศ พิบูลสงคราม” ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยเวียตเจ็ท ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันสายการบินให้บริการเส้นทางบินต่างประเทศอยู่ทั้งสิ้น 8 เส้นทางคือ

สิงคโปร์ ฟูกูโอกะ (ญี่ปุ่น) จำนวน 1 เที่ยวบินต่อวัน ไทเป (ไต้หวัน) พนมเปญ (กัมพูชา) จำนวน 2 เที่ยวบินต่อวัน โฮจิมินห์ซิตี้ (เวียดนาม) จำนวน 2 เที่ยวบินต่อวัน ดานัง (เวียดนาม) จำนวน 3 เที่ยวบินต่อวัน ดาลัด (เวียดนาม) จำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และฟูโกว๊ก (เวียดนาม) จำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

และมีแผนการเปิดเส้นทางบินใหม่และกลับมาให้บริการเส้นทางเดิม และเพิ่มความถี่เส้นทางระหว่างประเทศที่ให้บริการอยู่อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย 1.เส้นทางบินใหม่ ได้แก่ เชียงใหม่-โอซากา (ญี่ปุ่น) ความถี่ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เลื่อนจากเดิม 31 ม.ค. 2566 เป็นภายในไตรมาส 1/2566

2.เพิ่มความถี่เที่ยวบิน ได้แก่ เส้นทางบินกรุงเทพฯ-ฟูโกว๊ก (เวียดนาม) เพิ่มความถี่เป็น 1 เที่ยวบินต่อวัน จากเดิม 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา เส้นทางบินกรุงเทพฯ-ไทเป (ไต้หวัน) เพิ่มความถี่เป็น 10 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ จากเดิม 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะเพิ่มความถี่เป็น 2 เที่ยวบินต่อวันในเดือนมกราคมนี้

แอร์ไลน์

เส้นทางกรุงเทพฯ-พนมเปญ (กัมพูชา) และกรุงเทพฯ-สิงคโปร์ เป็น 3 เที่ยวบินต่อวัน จากเดิม 2 เที่ยวบินต่อวัน (อยู่ในระหว่างการขออนุญาต-การพิจารณาของบริษัท)

ทั้งนี้ ในเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ไทยเวียตเจ็ทมีสัดส่วนของผู้โดยสารเส้นทางบินในประเทศประมาณ 59% และเส้นทางบินระหว่างประเทศ 41% มีอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (load factor) เส้นทางบินในประเทศเฉลี่ยประมาณ 83% เส้นทางบินระหว่างประเทศประมาณ 75-82%

และคาดการณ์ว่าตลอดทั้งปี 2565 ที่ผ่านมา จะมีอัตราการขนส่งผู้โดยสารจำนวน 6.3 ล้านคน แบ่งเป็นผู้โดยสารในประเทศ 5.3 ล้านคน เส้นทางบินต่างประเทศ 668,000 คน

แอร์เอเชียจัดหนักตั้งแต่ Q4/65

สำหรับสายการบินไทยแอร์เอเชียนั้น แหล่งข่าวให้ข้อมูลว่า ในไตรมาส 4/2565 สายการบินไทยแอร์เอเชียได้เปิดเส้นทางใหม่และฟื้นเส้นทางบินเดิมที่เคยทำการบินในช่วงก่อนโควิด

โดยเริ่มต้นที่เส้นทางกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-ฟูกูโอกะ (ญี่ปุ่น) เส้นทางเชียงใหม่-ฮานอย (เวียดนาม) เมื่อเดือนตุลาคม, เส้นทางเชียงใหม่-ดานัง (เวียดนาม) เส้นทางกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-ธากา (บังกลาเทศ) เดือนพฤศจิกายน และเส้นทางกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-ลัคเนา (อินเดีย) และเชียงใหม่-ไทเป (ไต้หวัน)เมื่อเดือนธันวาคม 2565

ขณะเดียวกัน สายการบินยังได้เพิ่มความถี่เส้นทางบินกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-ฟูกูโอกะ (ญี่ปุ่น) จาก 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 1 เที่ยวบินต่อวัน และเส้นทางกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-ฮ่องกง จาก 1 เป็น 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

และในเดือนมกราคม 2566 นี้ สายการบินเตรียมเปิดให้บริการเส้นทางบินกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-ไทเป (ไต้หวัน) ความถี่ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เริ่มทำการบิน 20 มกราคมนี้เป็นต้นไป

ผู้โดยสารปีนี้ 20 ล้านคน

ด้าน “สันติสุข คล่องใช้ยา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย บอกว่า สำหรับปี 2566 นี้ “ไทยแอร์เอเชีย” ตั้งเป้าขนส่งผู้โดยสารทั้งสิ้น 20 ล้านคน จากเดิม 10 ล้านคน ในปี 2565 โดยตั้งเป้ามีอัตราบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 87-88% มีสัดส่วนผู้โดยสารเส้นทางในประเทศต่อต่างประเทศอยู่ที่ 60% และ 40% และมีสัดส่วนรายได้จากเส้นทางในประเทศและต่างประเทศอยู่ที่ 40% และ 60%

ทั้งนี้ ประเมินว่าจำนวนเที่ยวบินในประเทศจะกลับมาฟื้นตัวเท่าปี 2562 ได้ในช่วงต้นปี 2566 นี้ ส่วนจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศคาดว่าจะกลับมาเท่ากับก่อนการระบาดของโควิด-19 ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566

“เรามีความพร้อมทั้งเครื่องบินและบุคลากรในการขยายเส้นทาง และเพิ่มความถี่เที่ยวบิน โดยมีเครื่องบินจำนวน 10 ลำที่ยังไม่ได้นำมาใช้งาน และพร้อมรองรับการกลับมาให้บริการเส้นทางประเทศจีน”

“จีน” ปัจจัยบวกปี’66

ซีอีโอไทยแอร์เอเชียบอกด้วยว่า สำหรับปี 2566 นี้การเปิดประเทศของจีนตั้งแต่ 8 มกราคม 2566 เป็นต้นไปจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญ ขณะที่ราคาน้ำมันยังคงเป็นตัวแปรสำคัญของธุรกิจสายการบิน ส่วนเศรษฐกิจโลกที่เข้าสู่ภาวะถดถอยนั้น อาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวเดินทางในระยะใกล้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคนยังออกเดินทาง และภาคท่องเที่ยวจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวหลักของไทย และสายการบินราคาประหยัดยังเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ต่อสถานการณ์ดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...