โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ภาษีเดือด! “ทรัมป์” สั่งเก็บภาษี 25% ประเทศค้าขายกับอิหร่าน มีผลทันที

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

3 แคนดิเดตนายกฯ รทสช. ออกโรงค้านแก้ รธน. ทั้งฉบับ เปรียบ 'การเซ็นเช็คเปล่า' เสี่ยงแอบฟอกขาวนักการเมืองชั่ว

ภาษีเดือด! “ทรัมป์” สั่งเก็บภาษี 25% ประเทศค้าขายกับอิหร่าน มีผลทันที

วันที่ 13 ม.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า ได้กำหนดภาษี 25% สำหรับสินค้าจากประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับอิหร่าน ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่อาจสร้างแรงกดดันต่ออิหร่าน ขณะที่การประท้วงต่อต้านรัฐบาลเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 แล้ว ภาษีดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที โดยไม่ได้ให้รายละเอียดว่า อะไรคือ “การทำธุรกิจ” กับอิหร่าน ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน รองลงมาคืออิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ตุรกี และอินเดีย

ทรัมป์บอกว่า “ประเทศใดก็ตามที่ทำธุรกิจกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะต้องจ่ายภาษี 25% สำหรับการค้าทั้งหมดที่ทำกับสหรัฐฯ คำสั่งนี้เป็นที่สิ้นสุดและเด็ดขาด”

ทำเนียบขาวไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีนำเข้า รวมถึงประเทศที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด

ทรัมป์ขู่ว่าจะเข้าแทรกแซง และกล่าวเมื่อวันที่ 11 ม.ค. ว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านได้โทรหาเขาเพื่อเจรจา แต่เสริมว่า “เราอาจต้องดำเนินการก่อนการประชุม”

วันที่ 13 มกราคม 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคและ3แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค รทสช. ร่วมแถลงจุดยืนชัดเจน กรณีไม่เห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ และไม่เห็นชอบต่อการทำประชามติในลักษณะที่เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2560

โดยนายพีระพันธุ์ กล่าวว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับเท่ากับเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญเดิมทิ้งทั้งหมด ทั้งที่บทบัญญัติหลายส่วนของรัฐธรรมนูญปี 2560 ยังมีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ โดยเฉพาะกลไกที่ตัดสิทธิ์หรือจำกัดคุณสมบัตินักการเมืองที่กระทำผิดร้ายแรง หากยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ บุคคลที่เคยถูกตัดสิทธิ์อาจกลับเข้าสู่ระบบการเมืองได้โดยอัตโนมัติ

นายพีระพันธุ์ ยังตั้งข้อสังเกตต่อคำถามประชามติที่ให้ประชาชนตัดสินใจ โดยไม่ทราบกรอบและเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า เปรียบเสมือนการให้ประชาชน เซ็นเช็คเปล่าและอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่ประชาชนต้องยอมรับรัฐธรรมนูญที่จัดทำเสร็จแล้ว แม้ไม่เห็นด้วยในรายละเอียด โดยย้ำว่ารัฐธรรมนูญต้องเป็นของประชาชน ไม่ใช่ตอบสนองความต้องการของนักการเมืองบางกลุ่ม

ด้านนายอรรถวิชช์ กล่าวว่า บทเฉพาะกาลที่เป็นข้อกังวลหลักของรัฐธรรมนูญปี 2560 ได้สิ้นสุดลงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอำนาจของวุฒิสภาแต่งตั้งหรือกลไกสืบทอดอำนาจ จึงไม่จำเป็นต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ อีกทั้งโครงสร้างหลักของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีความใกล้เคียงกับรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 โดยเตือนว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับอาจเป็นการเปิดทางให้เกิดการนิรโทษกรรมทางการเมืองโดยแอบแฝง และวิจารณ์คำถามประชามติที่ไม่ระบุขอบเขตชัดเจน ทั้งที่พรรคการเมืองเคยมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 โดยเสนอว่า หากจะแก้ไข ควรถามประชามติให้ชัดเจนว่าแก้ตั้งแต่หมวดใด ไม่ใช่เปิดกว้างจนไม่ตรงไปตรงมา
ขณะที่นายนราพัฒน์ กล่าวเสริมว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับไม่มีความจำเป็น เนื่องจากกลไกที่เป็นข้อกังวลได้สิ้นสุดผลบังคับแล้ว พร้อมแสดงความห่วงใยว่า การเปิดทางยกร่างใหม่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงบทบัญญัติสำคัญโดยไม่มีหลักประกัน รวมถึงความเสี่ยงที่กลไกด้านจริยธรรมทางการเมืองจะถูกลดทอนหรือยกเลิก การแก้ไขรัฐธรรมนูญควรทำอย่างตรงไปตรงมา แก้เฉพาะจุดที่มีปัญหา และต้องยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่ใช้กระบวนการประชามติเป็นเครื่องมือเปิดทางให้เกิดผลประโยชน์ทางการเมืองแอบแฝง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...