ชูวิทย์ เปิดหน้าตอบสรยุทธ รณรงค์ปิดสวิตช์พรรคส้มจริงไหม ซัดเดือดปม “ทหารเช็ดขี้เยี่ยว”
รณรงค์ปิดสวิตช์พรรคส้มจริงไหม เคลื่อนไหวเหมือนตอนต้านกัญชา ไม่ถูกต้องครับ! ชูวิทย์ เปิดหน้าตอบสรยุทธ สุทัศนะจินดา ในกรรมกรข่าว ตั้งคำถามกลับไปยังพรรคประชาชนว่า หากต้องการ “รื้อโครงสร้าง” กองทัพอย่างแท้จริง เหตุใดจึงไม่เน้นพูดถึงเรื่องยุทธโธปกรณ์ เรื่องงบประมาณความมั่นคง หรือสวัสดิการของทหารชั้นผู้น้อยที่ต้องพิการหรือเสียชีวิตจากการรบ ซึ่งคนกลุ่มนี้มีความสำคัญกว่าทหารรับใช้หลายพันเท่า
เรียกว่าตึงกันต่อกับมุมของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตผู้ก่อตั้งพรรคการเมือง “พรรครักประเทศไทย” ตอนปี 53 ซึ่งหลังจากออกมาคล้ายจะยืนฝั่งตรงข้ามกับ “พรรคส้ม” หรือ พรรคประชาชน ที่ตั้งแต่ช่วงสิ้นปีลากยาวมากระทั่งรับปีใหม่ 2569 จนถึงตอนนี้เกมการเมืองกำลังจ่อหน้าปากประตูเลือกตั้งใหญ่ 8 ก.พ.นี้ ปรากฏว่า อีกฝ่ายไล่หาประเด็นสาระมาซัดถามหาอุดมการณ์ของพรรคอันดับ 1 ที่คนเลือกมากสุดเมื่อ 4 ปีก่อน
นายชูวิทย์ อธิบายกับกรรมกรข่าววันนี้ (12 ม.ค.) ระบุว่า สาเหตุที่ต้องโฟกัสไปที่พรรคประชาชนเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะความเกลียดชัง แต่เป็นเพราะพรรคประชาชนคือ “พรรคอันดับ 1” จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
ชูวิทย์ยังตั้งคำถามกลับไปยังพรรคประชาชนว่า หากต้องการ “รื้อโครงสร้าง” กองทัพอย่างแท้จริง เหตุใดจึงไม่เน้นพูดถึงเรื่องยุทธโธปกรณ์ เรื่องงบประมาณความมั่นคง หรือสวัสดิการของทหารชั้นผู้น้อยที่ต้องพิการหรือเสียชีวิตจากการรบ ซึ่งคนกลุ่มนี้มีความสำคัญกว่าทหารรับใช้หลายพันเท่า
อดีตเจ้าพ่ออ่างทองคำยังย้ำว่า การกระทำดังกล่าวคือการ “แบ่งแยกชนชั้น” ในการหาเสียง ไม่ต่างจากประชานิยมในยุคพรรคไทยรักไทย โดยเลือกที่จะพูดถึงทหารเกณฑ์ เพราะเป็นกลุ่มคนจำนวนมากที่แปรเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงได้ง่าย แต่กลับละเลยที่จะพูดถึงบทบาทของ “ทหารรบ” หรือ ทหารอาชีพที่ปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงตายตามแนวชายแดน
“คุณไม่พูดถึงทหารขาขาด ทหารที่ตายเพื่อชาติ เพราะคุณมองว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตมันน้อย แค่ 20 กว่าคน แต่ไปโหมกระแสเรื่องทหารเกณฑ์เพราะฐานเสียงมันเยอะ นี่คือการสร้างความแตกแยก แบ่งแยกระหว่างนายทหารกับพลทหาร ระหว่างคนทำงานกับรากหญ้า เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ใช่หรือไม่?”
อย่างไรก็ดีช่วงหนึ่งสรยุทธ ผู้ดำเนินรายการกล่าวแทรกความเห็นส่วนตัว โดยระบุกับแขกรับเชิปลายสายว่า มองมุมกลับประเด็นทหารรับใช้ที่พรรคส้มชูธงนั้น สรยุทธยืนกรานว่าไม่ใช่เรื่องสร้างความแตกแยก เพราะโดยหลักถ้าต้องการให้คนสมัครเป็นทหารอย่างใจจริงนั้น ควรให้ความเป็นธรรม-เป็นมนุษย์กับพวกเขาหรือไม่ ไม่ใช่เอาเหล่าทหารเกณฑ์ที่ว่ามานำไปใช้งานแบบผิดระเบียบ
ถึงตรงนี้ นายชูวิทย์ไม่โต้แย้งเพียงแต่กล่าวชี้แจง โดยเริ่มจากอ้างว่า เรื่องทหารรับใช้ที่กำลังถูกตรวจสอบ ปกติถ้าเป็นรัฐบาลก็ต้องเข้ามาจัดการอยู่แล้ว แต่ถ้านำมาใช้ในการหาเสียงจะสร้างความแตกแยก โดยเฉพาะแตกแยกกับคนที่จะไปเลือกตั้ง เนื่องจากประชาชนต้องตัดสินใจ ต้องมองเห็นทหารในเกณฑ์ที่ถูกต้องก่อน ตนอาจเป็นคนยุคเก่าแต่ชาติต้องมาก่อน เรื่องตัวบุคคลต้องแก้ไขแน่นนอน เรื่องนี้เกิดมาก่อนที่ทุกคนเกิด เรื่องธรรมเนียมทหาร ทหารรับใช้ ใช่ ผิด ! คุณคอร์รัปขั่นเวลา ถูกต้อง มันไม่ใช่เลย และการบำรุงสวัสดิการ ถูกต้องครับ ไม่ใช่สิ่งที่ผิดเลย
แต่ปัญหาต่างๆ ของกองทัพนั้นน่ะ ! มันมีมากกว่าสิ่งที่คุณนำขึ้นมาหาเสียง นำประเด็นที่บาตรใหญ่ ทำเหมือนกับสมัยที่นายพิธาทำ สิ่งที่พิธา พูด 2-3 ปีที่แล้ว แต่เกิดเรื่องขึ้นมา เพราะนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นำไปกล่าวเองว่า ถ้าพิธาเป็นายกฯ ปัญหาชายแดนจะไม่เกิด
ชูวิทย์ จึงสรุปกับกรรมกรข่าวเที่ยวล่าสุดชัดเจนว่า นี่จึงเป็นสิ่งที่ นายธนาธร กล่าวเอง ! แล้วดึงฟุตปริ้นต์ของนายพิธากลับขึ้นมาเองกับมือ (ดูคลิป).
ขอบคุณคลิปจากรายการ @กรรมกรข่าว คุยนอกจอ.
อ่านข่าวเพิ่มเติม