โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รอบรั้วการตลาด : Xiaomi เปิดโรงงานโชว์ศักยภาพชิงอันดับโลกด้วยมาตรฐานการผลิต

Thairath Money

อัพเดต 03 ม.ค. เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. เวลา 00.00 น.
ภาพไฮไลต์

จากข้อมูลของ Canalys บริษัทวิจัยตลาดเทคโนโลยีระดับโลก ระบุว่าในสิ้นปี 2025 ตลาดสมาร์ทโฟนโลกมีผู้นำหลัก 5 แบรนด์ โดย Samsung ครองอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งราว 19-20% ตามด้วย Apple ที่ 17-18% โดย Xiaomi หรือ เสียวหมี่ ซึ่งเพิ่งก่อตั้งในปี 2010 สามารถก้าวขึ้นสู่อันดับ 3 ของโลกด้วยส่วนแบ่ง 14% ภายในเวลาเพียง 15 ปี แซงหน้าแบรนด์เก่าแก่อย่าง VIVO และ OPPO ที่ตามมาในอันดับ 4 และ 5 ได้อย่างน่าทึ่ง

ทั้งนี้ความสำเร็จของเสียวหมี่ยิ่งโดดเด่นเมื่อเทียบกับคู่แข่งขันที่มีประวัติยาวนานกว่าไม่ว่าจะเป็น Samsung ที่ก่อตั้งในปี 1938 หรือ Apple ที่ถือกำเนิดในปี 1976 และเป็นผู้ปฏิวัติวงการสมาร์ทโฟนด้วย iPhone ในปี 2007 ขณะที่ OPPO และ VIVO ซึ่งเข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟนก่อนเสี่ยวหมี่ก็ยังไม่อาจขยับขึ้นมาในระดับเดียวกันได้

คำถามสำคัญคือ อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เสียวหมี่เติบโตได้รวดเร็วและแข็งแกร่งเช่นนี้ คำตอบส่วนหนึ่งอยู่เบื้องหลัง โรงงานผลิตสมาร์ทโฟน ของเสียวหมี่ที่ผสานเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ การวิจัยพัฒนาและระบบอัตโนมัติขั้นสูง จนกลายเป็นรากฐานสำคัญของความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก

มาถึงวันนี้เสียวหมี่ขึ้นแท่นสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่มาแรงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมๆกับการขยายไลน์สินค้าที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภค อาทิ สมาร์ททีวี กล้องวงจรปิด เครื่องดูดฝุ่น ตู้เย็น นาฬิกาข้อมือ ฯลฯ ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า(EV) รวมผลิตภัณฑ์มากกว่า 200 ชนิด มีผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนเสียวหมี่ทั่วโลกมากกว่า 600 ล้านเครื่อง มีการประเมินมูลค่าบริษัทว่าสูงมากกว่า 6 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้เพื่อเปิดเผยให้เห็นถึงความสำเร็จขององค์กร ในช่วงเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมาเสียวหมี่ได้เปิดบ้านให้สื่อมวลชนต่างประเทศเข้าชมโรงงานสมาร์ทโฟนที่เมืองวิทยาศาสตร์อนาคตชางผิง กรุงปักกิ่ง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของสินค้าที่มีมาตรฐานสูงระดับโลกในการผลิตด้วยระบบอัจฉริยะอัตโนมัติ

โดยโรงงานแห่งนี้มีพื้นที่โครงการ 81,000 ตารางเมตร เริ่มสายการผลิตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2024 โดยเน้นสมาร์ทโฟนระดับเรือธง มีความโดดเด่นที่เป็นโรงงานอัจฉริยะ มีสายการประกอบอัตโนมัติ 100% จึงมีความแม่นยำสูง สามารถผลิตสมาร์ทโฟนได้มากกว่า 10 ล้านเครื่องต่อปี โดยใช้เวลาในการผลิตเฉลี่ยประมาณ 6 วินาทีต่อสมาร์ทโฟน 1 เครื่อง

นอกจากระบบการผลิตที่แม่นยำและรวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์แล้ว โรงงานอัจฉริยะของเสียวหมี่ยังมีระบบการทดสอบขั้นสุดท้ายหลังการประกอบ มีการทดสอบประสิทธิภาพและการทำงานขั้นสุดท้าย เช่น การใช้พลังงาน ประสิทธิภาพเสาอากาศ ระบบเสียง กล้อง หน้าจอ เซนเซอร์ และส่วนประกอบอื่นๆเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกเครื่องผ่านมาตรฐานทางเทคนิคที่กำหนด รวมไปถึงการจำลองการใช้งานสมาร์ทโฟนในระยะยาวเพื่อตรวจสอบเสถียรภาพของประสิทธิภาพ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ ฯลฯ

ทางโรงงานสมาร์ทโฟนบอกว่า โรงงานแห่งนี้สามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยตนเอง 100% หัวใจหลักคือแพลตฟอร์ม Xiaomi Hyper Intelligent Manufacturing Platform (IMP) ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมทุกขั้นตอนของการดำเนินงานภายในโรงงานโดยอัตโนมัติ ส่วนในด้านฮาร์ดแวร์ โรงงานมีอัตราการพัฒนาอุปกรณ์ด้วยตนเองสูงถึง 96.8%

สิ่งที่สะท้อนความสำเร็จของเสียวหมี่คือการทุ่มทุนและทุ่มเทด้านงานวิจัยและพัฒนา(R&D) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 เสียวหมี่ ลงทุนด้าน R&D เป็นมูลค่า 23,500ล้านหยวน (ประมาณ 103,870ล้านบาท) โดยเฉพาะในไตรมาส 3 บริษัทใช้งบ R&D ถึง 9,100ล้านหยวน(ประมาณ 40,222 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง 52.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

และถือเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ผลตอบแทนที่กลับมาคือผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2025 เสียวหมี่มีรายได้สูงถึง 113,100 ล้านหยวน (ประมาณ 5 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 22.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นับเป็นไตรมาสที่สี่ติดต่อกันที่รายได้ทะลุ 100,000 ล้านหยวน(ประมาณ 442,000 ล้านบาท) ขณะที่กำไรสุทธิหลังปรับปรุงเพิ่มขึ้น 80.9% .เป็น 11,300 ล้านหยวน(ประมาณ 49,946 ล้านบาท) สูงสุดเท่าที่เสียวหมี่เปิดดำเนินการมา

นอกจากโรงงานสมาร์ทโฟนอัจฉริยะ เสียวหมี่ยังเปิดให้สื่อมวลชนต่างประเทศเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีปักกิ่ง (Beijing E-Town) บนพื้นที่กว่า 718,000 ตารางเมตร ซึ่งรวมทุกฟังก์ชั่นสำคัญไว้ในที่เดียว โรงงานแห่งนี้สามารถผลิตรถยนต์ได้ 1 คัน ทุก 76 วินาที ด้วยเทคโนโลยี Hyper Die-Casting การผลิตที่ทันสมัยและระบบการตรวจสอบคุณภาพที่เหนือมาตรฐาน โดยมีหุ่นยนต์มากกว่า 700 ตัวทำงานร่วมกันอย่างประสานสอดคล้องและมีความแม่นยำสูง

เสียวหมี่ให้ข้อมูลว่าในไตรมาส 3 ปี 2025 ได้ส่งมอบ EV ไปแล้วกว่า 1 แสนคัน และมั่นใจว่ารถEV เสียวหมี่ จะเป็นEVจีนที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดรถยนต์ระดับคุณภาพทั่วโลก โดยเสี่ยวหมี่ตั้งเป้าจะส่งรถEVรุกตลาดยุโรปในปี 2027

จากแบรนด์ที่เคยถูกปรามาสว่าไปก็อปปี้คนอื่นและใช้ไม่ทน วันนี้การเติบโตที่พิสูจน์ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ การพัฒนาด้านเทคโนโลยี และผลประกอบการได้เปลี่ยนเสียงวิจารณ์เป็นเสียงชื่นชมว่าเสียวหมี่ มิใช่เพียงน้องใหม่ที่มาแรง แต่กำลังจะเป็นผู้ช่วงชิงตำแหน่งผู้นำบนยอดบัลลังก์ที่คู่แข่งขันไม่อาจมองข้าม

ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ : นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569 ถือเป็นวันแรกที่โครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ เปิดโอกาสให้ลูกหนี้รายย่อย ประเภทบุคคลธรรมดาที่เป็นหนี้เสียแบบไม่มีหลักประกัน เกินกว่า 90 วัน (NPLs) ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 และมีภาระหนี้รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท

โดยเริ่มลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการฯ อย่างเป็นทางการผ่าน เว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th เพื่อตรวจสอบสิทธิ์และคุณสมบัติว่าตรงตามเงื่อนไขโครงการหรือไม่ ทั้งนี้ ภายหลังการลงทะเบียนแสดงความประสงค์สมัครเข้าร่วมโครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ แล้วลูกหนี้จะได้รับ SMS แจ้งผลการพิจารณาผ่านหมายเลขโทรศัพท์ที่ลูกหนี้ให้ข้อมูลไว้ในขั้นตอนการลงทะเบียน และ SAM จะติดต่อกลับเพื่อแจ้งรายละเอียดการดำเนินการในขั้นต่อไป

ขณะนี้ขั้นตอนการโอนหนี้ระหว่างธนาคารพาณิชย์ และบริษัทในกลุ่มของธนาคารพาณิชย์ หรือ Non-bank ที่เข้าร่วมโครงการได้ดำเนินการและมีความคืบหน้าตามแผนงานที่กำหนด โดยมีลูกหนี้กลุ่มเป้าหมายทั้งหมดประมาณ 1.6 ล้านบัญชี หรือ 1.2 ล้านราย คิดเป็นภาระหนี้รวมทั้งสิ้นถึง 43,600 ล้านบาท

และจะเริ่มต้นเปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้ลูกหนี้มีความสะดวกในการติดต่อ SAM ได้มอบหมายให้สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้เป็นผู้รับคำขอและดำเนินการแทน โดยลูกหนี้ที่มีเจ้าหนี้รายเดียวสามารถติดต่อขอปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ได้โดยตรง ส่วนลูกหนี้ที่เป็นหนี้หลายสถาบันการเงินติดต่อได้โดยตรงที่ SAM

โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ มี 2 มาตรการปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรน ให้ลูกหนี้สามารถเลือกเงื่อนไขการชำระหนี้ได้ตามศักยภาพหรือความสามารถ ได้แก่ 1. มาตรการ จ่าย ปิด จบคือ ให้ลูกหนี้จ่ายชำระหนี้บางส่วนเพื่อปิดจบหนี้ในทันที และ 2. มาตรการผ่อนชำระหนี้เป็นงวดคือ ให้ลูกหนี้ผ่อนชำระหนี้เป็นระยะเวลาผ่อนสูงสุด 3 ปี และจะได้รับยกเว้นดอกเบี้ยระหว่างที่เข้าร่วมโครงการ

สำหรับ ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการสามารถติดตามข่าวสารที่เว็บไซต์ www.sam.or.th และเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th หรือสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SAM Call Center 1443 กด 6 และ Line: @samsocialamc หรือ BOT Contact Center 1213 รวมทั้งสถาบันการเงินเจ้าหนี้เดิมของลูกหนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รอบรั้วการตลาด : Xiaomi เปิดโรงงานโชว์ศักยภาพชิงอันดับโลกด้วยมาตรฐานการผลิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...