โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต้องอาศัย ‘คนกลาง’ หยุดยิงไทย-กัมพูชา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ธ.ค. 2568 เวลา 02.51 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2568 เวลา 02.51 น.

คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

นับจากคืนวันที่ 7 ธันวาคม หลังการปะทะกันเกือบตลอดแนวพรมแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีความยาวมากกว่า 790 กม. ไล่มาตั้งแต่ ช่องบก จ.อุบลราชธานี มาถึงบ้านสามหลัง จ.ตราด จนถึงขณะนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยิง โดยผลของการปะทะกันได้สร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินของทั้ง 2 ฝ่าย เฉพาะฝ่ายไทยมีทหารเสียชีวิตไปแล้ว 16 นาย บาดเจ็บอีก 327 นาย ประชาชนเสียชีวิตอีก 3 ราย และเกิดการอพยพประชาชนในจังหวัดอีสานใต้มากกว่า 300,000 คน

ในขณะที่ฝ่ายกัมพูชามีรายงานอย่างไม่เป็นทางการเข้ามาว่า ทหารเสียชีวิตมากกว่า 200 นาย เกิดการโจมตีโดยเครื่องบินรบไทยลึกเข้าไปในแผ่นดินกัมพูชามากกว่า 40 กม. เพื่อทำลายที่ตั้งทางทหาร เส้นทางคมนาคม รวมไปถึงที่ตั้งของกลุ่มอาคารที่เชื่อกันว่า เป็นฐานสแกมเมอร์บริเวณชายแดนด้วย

การปะทะกันครั้งนี้ ฝ่ายไทยมีหลักฐานว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงก่อน หลังจากที่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดในเส้นทางลาดตระเวนที่อยู่ในอาณาเขตไทย ตามมาด้วยการเปิดฉากยิงปะทะกันเพื่อแย่งยึดพื้นที่จุดยุทธศาสตร์สำคัญ ทั้งพื้นที่ใหม่และเปิดการรบเพื่อชิงพื้นที่เก่าที่ถูกยึดไปในคราวการปะทะกันครั้งแรก

แน่นอนว่าการเปิดฉากปะทะกันครั้งนี้ เท่ากับเป็นการ “ฉีก” ปฏิญญาสันติภาพไทย-กัมพูชา หรือ Kuala Lumpur Peace Accord เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายได้ออกถ้อยแถลงผลการหารือระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีฝ่ายไทย กับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อให้ข้อตกลงหยุดยิงในห้วงเวลาปะทะกันครั้งแรก (24-31 กรกฎาคม 2568) มีผลในทางปฏิบัติ โดยมีสักขีพยานสำคัญ ได้แก่ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ปรารถนาจะรับบท “คนกลาง” เพื่อยุติการปะทะกัน

โดยตลอดสัปดาห์แรกของการปะทะ ซึ่งเวลาได้ล่วงเลยมาแล้วกว่า 12 วัน ท่ามกลางคำขู่ของ “คนกลาง” อย่างประธานาธิบดีทรัมป์ ที่แสดงท่าทีพร้อมจะหยิบยกมาตรการภาษีกลับเข้ามาบังคับใช้ หลังจากที่ทั้ง 2 ประเทศถูกเรียกเก็บภาษีร้อยละ 19 โดยกัมพูชาได้ยอมลงนามในข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนกับสหรัฐไปแล้ว ในขณะที่ไทยยังตกอยู่ในภาวะ “คาราคาซัง” ในการเจรจาภาษี หลังจากที่ไทยเป็นฝ่ายบอก “ระงับ” การดำเนินการตามปฏิญญาสันติภาพแต่เพียงฝ่ายเดียว เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ทว่าเอาเข้าจริงกระทั่งถึงบัดนี้ ทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาต่างก็ยังไม่มีการหยุดยิง ขณะที่สหรัฐเองก็ยังไม่ได้นำมาตรการภาษีมาใช้บังคับอย่างจริงจัง จนเสมือนเป็นเพียงประหนึ่ง “คำขู่” แต่ก็ไม่ยอมเปิดการเจรจาภาษีกับรัฐบาลไทยแบบเต็มคณะต่อ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนก็เริ่มออกมาเคลื่อนไหวในความพยายามที่จะหยุดการปะทะกันครั้งนี้ ด้วยการส่ง “หวัง อี้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีต่างประเทศทั้ง 2 ฝ่าย และพร้อมที่จะดำเนินบทบาททางการทูตแบบ “รถรับส่ง” หรือ Shuttle Diplomacy ท่ามกลางความหวังที่ว่า ทั้ง 2 ฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกันอีกครั้งหนึ่ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ต้องอาศัย ‘คนกลาง’ หยุดยิงไทย-กัมพูชา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...