โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SOCIETY: รู้จักเจ้าเหมียว ‘Catstanbul’ พลเมืองสี่ขาและทูตแห่งการท่องเที่ยว ผู้มอบชีวิตชีวาแก่มหานครอิสตันบูล

BrandThink

เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 06.40 น.

‘อิสตันบูล’ คือมหานครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตุรกี เป็นสถานที่ที่มีประชากรกว่า 15 ล้านชีวิต และยังเป็นเมืองที่มีพลเมืองสี่ขาอาศัยอยูในเมืองนี้มากถึงหนึ่งในสี่ของล้านตัว

พลเมืองสี่ขาที่ว่านี้ก็คือ ‘แมว’ ซึ่งแมวเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์จรจัด แต่แมวทุกตัวได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างและประวัติศาสตร์ของเมือง กลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปทุกหัวมุมถนน นักท่องเที่ยวและผู้เชี่ยวชาญจึงขนานนามนครแห่งนี้ว่า‘Catstanbul’

มาร์เซล ไฮจ์เนน (Marcel Heijnen) ช่างภาพและผู้เขียนหนังสือ ‘City Cats of Istanbul’ ได้กล่าวถึงสถานะที่ไม่เหมือนใครของแมวเหล่านี้ว่า “แมวแห่งอิสตันบูล ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงในบ้านและก็ไม่ใช่แค่แมวจรจัดเท่านั้น แต่เป็นลูกผสมของทั้งสองอย่าง” เขาเสริมว่า แมวเหล่านี้ “ไม่ได้มีเจ้าของเป็นคนใดคนหนึ่ง แต่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากชุมชนในละแวกบ้านนั้นๆ” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความผูกพันและระบบการดูแลที่ไม่เหมือนใครในโลก

ทั้งนี้ความทุ่มเทในการดูแลแมวของชาวอิสตันบูลนั้นไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่หยั่งรากลึกในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมายาวนานหลายศตวรรษ

ไฮจ์เนนระบุว่า “ความรักต่อแมวจรจัดนี้มีมาตั้งแต่เมื่ออิสตันบูลอยู่ภายใต้การปกครองของออตโตมัน” ในช่วงเวลาดังกล่าว แมวจรจัดในเมืองจะได้รับการดูแลเอาใจใส่ และมีอาชีพสำหรับคนดูแลแมวโดยเฉพาะ ในชื่อที่เรียกว่า‘Mancacı’ (ผู้ดูแลแมว) โดยมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดหาอาหารให้แมวในเมืองอย่างทั่วถึง

ฟาตีห์ ดาลี (Fatih Dağlı) ผู้ร่วมก่อตั้ง พิพิธภัณฑ์แมวอิสตันบูล (Cat Museum Istanbul) ได้สืบย้อนความสัมพันธ์นี้กลับไปได้ไกลยิ่งกว่านั้นอีก เธอกล่าวว่า “นับตั้งแต่สมัยฟินิเชียน เป็นเรื่องปกติมากที่พ่อค้าทางทะเลจะเลี้ยงแมวไว้บนเรือเพื่อป้องกันหนู” และเมื่อเรือสินค้าที่บรรทุกผ้าไหมและเครื่องเทศมาถึงท่าเรือที่พลุกพล่านของอิสตันบูลในยุคโรมันและออตโตมัน ก็มีแมวนับไม่ถ้วนเดินทางติดตามมาด้วยเช่นกัน

ดังนั้น แมวจึงเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตของชาวอิสตันบูลในฐานะสัตว์ที่มีประโยชน์ ก่อนที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่รูปแบบการอาศัยอยู่ร่วมกันเช่นในปัจจุบัน

โดยในปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างชาวเมืองและแมวของอิสตันบูล นั้นมีรูปแบบแตกต่างไปจากเมืองอื่นๆ ทั้งการแบ่งปันพื้นที่อยู่อาศัย โดยมีแมวอยู่รอบๆ แมวสามารถเดินผ่านพื้นที่ชุมชนได้ทุกพื้นที่ มีการจัดบ้านแมวไว้ให้ เพื่อให้ผู้คนจะวางอาหารและน้ำสำหรับแมวที่หิวโหย รวมไปถึงร้านค้าหลายแห่งยังเลี้ยงแมวไว้เป็นสัตว์เลี้ยง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ก็ยังมีการร่วมมือกันระหว่างชุมชนและภาครัฐ โดยจะมีแผนกสัตวแพทย์ที่คอยให้ความช่วยเหลือสัตว์ตามท้องถนน และชาวบ้านก็มักจะระดมเงินเพื่อช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล

ทั้งนี้ การอยู่ร่วมกันของแมวและมนุษย์ในเมืองอิสตันบูลในลักษณะนี้ สำคัญต่อจิตใจของผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน แมวในอิสตันบูลจะมี ‘งาน’ และมีหน้าที่เป็นประหนึ่ง ‘ทูตการท่องเที่ยวอย่างไม่เป็นทางการ’ ที่เข้ามาช่วยลดทอนความกระด้างของเมืองที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย

แมวเหล่านี้ได้มอบ ‘ความรู้สึกสงบและความมีชีวิต’ การมีอยู่ของพวกมันราวกับเป็นการส่งคำเชิญให้ผู้คนได้หยุดพักพร้อมสัมผัสและลูบคลำ และเมื่อแมวอิสตันบูลเลือกที่จะงีบบนตักของเรา กลิ่นบรรยากาศของเมืองอิสตันบูลก็จะอบอวลอยู่รอบตัวเรา ทำให้เรารู้สึกว่าเมืองนี้มีความนุ่มนวลและน่ารื่นรมย์ยิ่งขึ้น

อิสตันบูลจึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความผูกพันอันแน่นแฟ้นที่หาได้ยากในโลกปัจจุบัน ความสัมพันธ์แบบ ‘พึ่งพาอาศัยกัน’ ระหว่างมนุษย์กับแมว ซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัยออตโตมัน และได้พัฒนามาสู่ความรักและความเคารพในปัจจุบัน

ดังนั้น เมื่อนักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกเดินทางมาที่นี่เพราะฉายา ‘Catstanbul’ พวกเขาจึงต้องการมาเพื่อสัมผัสกับบทเรียนอันล้ำค่าของการแบ่งปันชีวิตและพื้นที่อย่างสันติ และไม่ว่าผู้มาเยือนจะมาจากที่ใด ใบหน้า อุ้งเท้า และเสียงลมหายใจของแมวเหล่านี้จะยังคงฝังอยู่ในหัวใจและความทรงจำของพวกเขาไปอีกยาวนาน หลังจากที่พวกเขาได้เดินทางจากเมืองแห่งนี้ไปแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...