สรท.จับตาย้ายเงินทุนผ่าน"สินทรัพย์พิเศษ"
นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ปี 2569 ไทยยังเผชิญหลายปัจจัยเสี่ยงกระทบต่อการทำธุรกิจ และการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ส่วนอีกประเด็นควรจับตา
คือ ความเป็นไปได้ของการเคลื่อนย้ายเงินทุนในรูปแบบสินทรัพย์พิเศษ เช่น สินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) หรือเงินทุนรูปแบบอื่นจากต่างประเทศ เข้ามาแปลงเป็นเงินบาท เพื่อไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงในประเทศ อาทิ ตราสารหนี้ ตราสารทุน หรือทองคำ
แม้ขณะนี้ไม่มีข้อมูลยืนยันว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในเชิงกลไกตลาด หากเกิดธุรกรรมในลักษณะดังกล่าวในปริมาณมากและในระยะสั้น อาจถือเป็นพฤติกรรมที่แตกต่างจากกระแสการลงทุนตามปกติ และอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนได้
นายธนากร กล่าวว่า ประเทศไทยมีลักษณะเฉพาะที่เอื้อต่อธุรกรรมดังกล่าว ได้แก่ 1. ระบบการเงินที่มีสภาพคล่องสูง 2.ตลาดตราสารหนี้และตราสารทุนที่เปิดกว้าง และ 3. ตลาดทองคำที่เชื่อมโยงกับตลาดโลกและสามารถทำธุรกรรมได้รวดเร็ว
ดังนั้น สรท. จึงมองเป็นความเสี่ยง และเห็นว่าหน่วยงานกำกับดูแลด้านนโยบายการเงิน ระบบธนาคาร และตลาดทุน ควรพิจารณาแนวทางดังต่อไปนี้อย่างรอบคอบ โดย
1. เสริมการเฝ้าระวังเงินทุนเคลื่อนย้ายรูปแบบใหม่ติดตามธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง กับการแปลงสินทรัพย์พิเศษเป็นเงินบาท เพื่อลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินภายในประเทศ โดยเฉพาะธุรกรรมระยะสั้นที่มีขนาดใหญ่
2. ประสานงานระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างธนาคารกลาง หน่วยงานกำกับภาคธนาคาร ตลาดทุน และหน่วยงานที่ดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อประเมินผลกระทบเชิงระบบต่อค่าเงินบาท และเสถียรภาพทางการเงิน
3. ออกแบบมาตรการเชิงป้องกัน โดยไม่กระทบธุรกรรมปกติ พิจารณาเครื่องมือเชิงนโยบายที่ช่วยลดแรงเก็งกำไรค่าเงิน และลดความผันผวน โดยไม่สร้างภาระเกินจำเป็นต่อการลงทุนระยะยาวและภาคเศรษฐกิจจริง
4. คำนึงถึงผลกระทบต่อภาคส่งออก การบริหารจัดการเงินทุนเคลื่อนย้าย และอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจหลักและแหล่งรายได้จากต่างประเทศของประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง