โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'แบรนด์หรู' ไม่ฟื้น ห้างสินค้าลักชัวรี 'Saks' จ่อยื่นล้มละลาย

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เว็บไซต์วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า บริษัท "แซกส์ โกลบอล โฮลดิ้งส์" (Saks Global Holdings) ซึ่งเป็นเจ้าของห้างสินค้าแบรนด์หรู Saks Fifth Avenue กำลังเตรียมยื่นเรื่องเข้าสู่กระบวนการ "ล้มละลาย" ภายใต้มาตรา 11 ภายในไม่กี่วันข้างหน้านี้ หลังผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ ที่เกิดจากการเข้าซื้อกิจการ "Neiman Marcus"

Saks เผชิญปัญหาทางการเงินอย่างหนักนับตั้งแต่แบกรับภาระหนี้ในปี 2024 โดยความล่าช้าในการจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ ส่งผลให้สินค้าที่นำมาวางจำหน่ายลดลงและยอดขายอ่อนแรงลง ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับเจ้าหนี้เกี่ยวกับการจัดหาเงินทุนสำหรับกระบวนการฟื้นฟูกิจการ

การยื่นขอล้มละลายภายใต้มาตรา Chapter 11 ที่วางแผนไว้ คาดว่าจะเป็นการล้มละลายของห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด นับตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 แต่ทาง Saks ยังปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้

แหล่งข่าวระบุว่า Saks ไม่สามารถชำระดอกเบี้ยมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ ที่ครบกำหนดในวันอังคารที่ 30 ธ.ค. ให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ได้ ขณะที่ปัญหาทางการเงินทวีความรุนแรงขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา บริษัทพยายามระดมเงินสดผ่านการขายสินทรัพย์ เช่น การขายอสังหาริมทรัพย์ในย่านเบเวอร์ลีฮิลส์ และยังพิจารณาขายหุ้น 49% ใน "Bergdorf Goodman" ห้างลักชัวรีระดับไฮเอนด์ ซึ่งได้มาพร้อมกับการควบรวมกิจการมูลค่า 2.7 พันล้านดอลลาร์กับ Neiman Marcus

ทั้งนี้ Saks, Neiman Marcus และ Bergdorf Goodman ถือเป็นห้างสรรพสินค้าชัวรีไฮเอนด์ระดับตำนานของสหรัฐ ก่อตั้งมานานกว่าหนึ่งศตวรรษ และมีบทบาทสำคัญในการบุกเบิกตลาดค้าปลีกสินค้าหรู ร้านค้าของทั้งสามแบรนด์กลายเป็นแลนด์มาร์กในหลายเมืองทั่วประเทศ โดยเฉพาะในนิวยอร์ก สหรัฐ

การควบรวมกิจการของเครือห้างสรรพสินค้า ซึ่งรวมถึง Saks OFF 5th มีเป้าหมายเพื่อสร้าง "ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกลักชัวรี" ที่สามารถควบคุมต้นทุนและรักษาฐานลูกค้ามั่งคั่งได้ดีขึ้น แต่กลยุทธ์ดังกล่าวกลับสะดุดลง เมื่อภาระหนี้ของบริษัทที่ควบรวมกันแล้วพิสูจน์ว่าโมเดลนี้ไม่ยั่งยืน

นอกจากหนี้ก้อนใหญ่ที่เกิดจากการควบรวมแล้ว ธุรกิจลักชัวรียังเผชิญภาวะ"ยอดขายสินค้าหรูซบเซา" และในเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา บริษัทต้องระดมทุนใหม่ 600 ล้านดอลลาร์จากผู้ถือหุ้นกู้ เพื่อใช้ชำระหนี้ที่ครบกำหนดในขณะนั้น Saks ยังประสบปัญหาในการจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ โดยบางรายระงับการส่งสินค้า ส่งผลให้บริษัทมีสินค้าจำหน่ายน้อยลง ความไม่แน่นอนดังกล่าวทำให้มูลค่าหุ้นกู้ของ Saks ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดครั้งใหม่ในเดือนธ.ค.

ช่วงต้นปี 2025 Saks พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับซัพพลายเออร์และแบรนด์ต่างๆ โดยระบุว่าจะชำระหนี้ค้างจ่าย แม้จะเป็นการผ่อนชำระในระยะเวลาที่ยาวขึ้น อย่างไรก็ดี บริษัทกลับสร้างความไม่พอใจให้กับซัพพลายเออร์ ด้วยการประกาศขยายเงื่อนไขการชำระเงินสำหรับคำสั่งซื้อใหม่ เป็นภายใน 90 วันหลังรับสินค้า จากเดิมที่กำหนดไว้ 60 วัน

ปัญหากับซัพพลายเออร์ทำให้ตำแหน่งการแข่งขันของบริษัทอ่อนแอลง เมื่อเทียบกับคู่แข่งในเซกเมนต์สินค้าแบรนด์หรูอย่าง "Nordstrom" และ "Bloomingdale’s" โดยยอดขายในไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 2 ส.ค. ลดลงมากกว่า 13% จากปีก่อนหน้า เหลือ 1.6 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้ และการขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 288 ล้านดอลลาร์

ที่มา: WSJ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...