24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568
>> เพลิงไหม้ในห้องพัก บนอาคารพาณิชย์ ย่านซอยบ้านดอกไม้ ถนนวรจักร ประชาชนช่วยกันใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
08.29 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยบ้านดอกไม้ ถนนวรจักร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ประกอบกิจการแบ่งให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 2 ภายในห้องพัก เพลิงลุกไหม้เสียหายตู้ปลา ลุกลามชั้นวางของ เครื่องปรับอากาศ และผ้าม่าน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 4 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องทำออกซิเจนตู้ปลา ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยภูเขาทอง
>> “รองนายกฯ สุชาติ” เคาะหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลนแก้ปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินของประชาชน
09.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ (กทช.) ครั้งที่ 2/2568 โดยมี ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยคณะกรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม 301 ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร
นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ (ร่าง) ข้อกำหนด หลักเกณฑ์ และมาตรการการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลนในเขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตป่า ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 โดยมุ่งสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าชายเลนโดยไม่มีเอกสารสิทธิ์ ผ่านการกำหนดลักษณะแปลงรวมและระยะเวลาอยู่อาศัยให้ชัดเจน เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้ถูกต้องตามกฎหมาย ลดข้อพิพาทในอนาคต และคาดว่าจะมีประชาชนได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 106,786 ครัวเรือน พร้อมกันนี้ยังได้เน้นย้ำให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เร่งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์หญ้าทะเลเสื่อมโทรม ปัญหาพะยูนเกยตื้น และการลักลอบตัดเขี้ยวพะยูน พร้อมทั้งเดินหน้าผลักดันการจัดตั้งเขตคุ้มครองทางทะเลโดยชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการคุ้มครองพื้นที่ทางทะเลให้ได้ ร้อยละ 30 ภายในปี 2573 หรือเป้าหมาย 30×30
นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้ให้ความเห็นชอบการปรับปรุงองค์ประกอบ หน้าที่ และอำนาจของคณะอนุกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวันฯ โดยมอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งดำเนินการเสนอคำสั่งแต่งตั้งต่อประธานคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติเพื่อพิจารณาลงนามต่อไป
>> ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ มหาศาลาประชาชน สี จิ้นผิง-ภริยา เฝ้าฯ รับเสด็จ
10.35 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน ไปยังมหาศาลาประชาชน บริเวณลานด้านทิศตะวันออก ณ ที่นั้น นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และศาสตราจารย์เผิง ลี่หยวน ภริยา พร้อมด้วยข้าราชการระดับสูง สาธารณรัฐประชาชนจีน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นแท่นรับการถวายความเคารพ พร้อมด้วยประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กองทหารเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามลำดับ ฝ่ายจีนยิงสลุต ๒๑ นัด ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงความเคารพในระดับสูงสุด ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทางทหารสากลที่ใช้ในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ของชาติ เสร็จแล้ว ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศ กราบบังคมทูลรายงานและเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปทรงตรวจแถวทหารเกียรติยศ เป็นภาษาจีน
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ไปทรงตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินผ่านแถวเด็กชาวจีนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ต่างโบกธงชาติไทย ธงชาติจีน และช่อดอกไม้ โอกาสนี้ ทรงแย้มพระสรวลและทรงโบกพระหัตถ์ทักทายเด็กชาวจีนเหล่านั้น จากนั้น เสด็จขึ้นแท่นรับการถวายความเคารพอีกครั้ง เพื่อทอดพระเนตรการสวนสนามของกองทหารเกียรติยศและการแปรขบวนของวงดุริยางค์ทหาร เมื่อเสร็จสิ้นการสวนสนามและการแปรขบวนดังกล่าวแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จึงเสด็จพระราชดำเนินเข้ายังอาคารมหาศาลาประชาชน
>> โฆษกรัฐบาลย้ำ ทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเหยียบเป็น "ทุ่นระเบิดใหม่" มาเลเซียข้อมูลคลาดเคลื่อน
10.45 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีสำนักข่าว Bernama ของมาเลเซีย รายงานคำกล่าวของ ดาโตะ เซอรี อูตามา ฮาจี โมฮามัด บิน ฮาจี ฮาซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย คลาดเคลื่อนจากภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นภาษามลายู โดยระบุว่า ทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) รายงานว่าทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเหยียบไม่ใช่ของใหม่ ซึ่งไม่ตรงกับคำกล่าวในภาษาต้นฉบับ และไม่ตรงกับหลักฐานความจริงซึ่งฝ่ายไทยตรวจสอบแล้วว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่โดยฝ่ายกัมพูชา ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า สำนักข่าว Bernama ได้ตรวจสอบและยืนยันว่าเกิดความผิดพลาดในการแปลถ้อยแถลงจากภาษามลายูเป็นภาษาอังกฤษจริง และได้ทำการแก้ไขถ้อยคำในย่อหน้าที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องแล้ว โดยระบุว่า คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนในประเทศไทยและกัมพูชา รายงานว่า “พบทุ่นระเบิดใหม่” ไม่ใช่ “ไม่พบทุ่นระเบิดใหม่” ดังที่แปลคลาดเคลื่อนก่อนหน้านี้
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไทยได้ตรวจสอบและพิสูจน์ทราบแล้วว่า ทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเหยียบ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 บริเวณห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นทุ่นระเบิดที่เกิดจากการลอบวางใหม่จากฝ่ายกัมพูชา โดยจากการพิสูจน์ทราบพบชิ้นส่วนทุ่นระเบิด PMN2 ในหลุมระเบิดและพื้นที่ใกล้เครื่อง และพบอีก 3 ทุ่น บริเวณรอบ ๆ หลุมระเบิด ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวเป็นเส้นทางลาดตระเวนเดิมของไทย ซึ่งทหารกัมพูชาเคยรุกล้ำเข้ามาวางกำลัง จึงสรุปได้ว่า ฝ่ายกัมพูชาลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดใหม่ในเขตไทย
โฆษกประจำสำนักรัฐมนตรี ย้ำพร้อมขอความร่วมมือว่า เรื่องนี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขอความระมัดระวังในการเผยแพร่ เพราะถ้าเกิดความผิดพลาดทำให้ไทยเสียประโยชน์ รัฐบาลไทยต้องต่อสู้ถึงที่สุด
>> ทลายแหล่งผลิตสินค้าปลอม ลักลอบขายออนไลน์ ยึดของกลางกว่า 1 ล้านบาท
12.44 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 กรมวิชาการเกษตร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางกระทุ่ม ลงพื้นที่บ้านพักในจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกันจับกุมตัว นายนะ(นามสมมุติ) อายุ 42 ปี พร้อมของกลาง
วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 กว่า 100 แกลลอน, สารเคมีวัตถุดิบ 5 รายการ, อุปกรณ์การผลิต 41 รายการ, แกลลอนเปล่า 1,180 ใบ และ สติกเกอร์ฉลากปลอมจำนวนมาก รวมมูลค่าของกลางกว่า 1 ล้านบาท
สืบเนื่องจากจากสถานการณ์ปัจจุบัน พบการลักลอบจำหน่ายสินค้าปลอม เจ้าหน้าที่ บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตรสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 กรมวิชาการเกษตร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ได้สืบทราบว่ามีร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มชื่อดัง ลักลอบจำหน่าย วัตถุอันตรายทางการเกษตรปลอม โดยมีแหล่งผลิตอยู่ภายในพื้นที่จ.พิษณุโลก เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น พบนายนะ (นามสมมุติ) เจ้าของบ้าน กำลังผสมสารเคมีในถังพลาสติกขนาด 200 ลิตร เพื่อผลิตน้ำยากำจัดวัชพืช ก่อนบรรจุลงแกลลอน 4 ลิตร และติดฉลากปลอมในชื่อผลิตภัณฑ์ยอดนิยม เพื่อนำไปจำหน่ายผ่านร้านค้าออนไลน์ของตน จากการตรวจค้นพบของกลางจำนวนมาก รวมมูลค่าของกลางกว่า 1 ล้านบาท จึงได้ควบคุมตัวนายนะ และตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> รวบ 2 พ่อลูกผู้ต้องหาสุดท้าย แก๊งลักหม้อแปลงไฟฟ้า ความเสียหายกว่า 3 แสนบาท
13.36 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม 2 พ่อลูก แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้ใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์ โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือรับของโจร”
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นปี พ.ศ. 2566 พื้นที่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ต้องเผชิญกับเหตุการณ์หม้อแปลงไฟฟ้าสาธารณะหายบ่อยครั้ง สร้างความเสียหาย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 3 แสนบาท
จากการสืบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าการโจรกรรมครั้งนี้เป็นการกระทำของแก๊งคนร้ายรวม 5 คน โดยมีผู้ต้องหาสำคัญคือ 2 พ่อลูกที่ตำรวจตามจับได้ในครั้งนี้
นายจอ (นามสมมุติ) ผู้เป็นพ่อ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าแก๊ง วางแผน และชักจูงลูกชายแท้ ๆ ให้เข้าร่วมขบวนการตระเวนลักหม้อแปลงไฟฟ้าเพื่อนำไปขายต่อหารายได้ โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ร่วมแก๊งได้แล้ว 3 ราย และดำเนินคดีตามกฎหมายไปแล้ว เหลือเพียงสองพ่อลูกหัวหน้าแก๊งที่ยังคงหลบหนีลอยนวลมานานเกือบ 2 ปี
โดยผู้ต้องกาหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และ ในพื้นที่ อ.ภูพาน จ.สกลนคร เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> รถกระบะเสียหลักพุ่งชนไหล่เขาแล้วพลิกคว่ำ กลางถนนสายฮอด - แม่สะเรียง มีผู้เสียชีวิต 1 และเจ็บอีก 4 ราย
14.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฮอด รับแจ้ง ว่ามีอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักชนเขาข้างทางแล้วพลิกคว่ำ ทางหลวงหมายเลข 108 เส้นทางฮอด - แม่สะเรียง บริเวณ กม.ที่19-20 ในพื้นที่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ สีเทา ป้ายทะเบียน เชียงใหม่ ลักษณะเสียหลักชนเข้ากับไหล่เขา แล้วพลิกคว่ำกลางถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บนำส่ง รพ.ฮอด และพบว่ามีผู้เสียชีวิต ชาย 1 ราย ในส่วนของสาเหตุทีแท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน
>> กองกำลังบูรพา รวบ 5 สาวแอดมินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หนีกลับเข้าไทย
14.26 น. กกล.บูรพา, ฉก.อรัญประเทศ ชค.ทพ.12 ร่วมกับ ร้อย ร.932 และ สภ.คลองลึก ทำการลาดตระเวนเพื่อป้องกัน และสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณ บ.ดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ตรวจพบและจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เป็นหญิงไทย จำนวน 5 คน ในขณะจับกุม ไม่มีผู้นำพา และไม่พบเอกสารแสดงตน
จากการสอบถาม ทั้งหมดได้ติดต่อหางานผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ และได้รับการติดต่อมาทำงานเป็นแอดมินทำงานเกี่ยวกับคอลเซ็นเตอร์ หลังจากทำไปได้สักพัก พวกตนมีความประสงค์ที่จะขอกลับบ้าน จึงได้ติดต่อชายชาวไทยให้พาข้ามแดนโดยใช้ช่องทางธรรมชาติ จากนั้นผู้นำพาชาวไทยในกัมพูชาได้ให้พวกตนเดินเท้าตามป่าละเมาะ ข้ามลวดหนามหีบเพลงมายังประเทศไทย เพื่อหาทางไปขึ้นรถในพื้นที่ตอนใน และถูกจับกุม เจ้าหน้าที่ จึงส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> เปิดยุทธการกวาดล้างยาเสพติด รวบพระลูกวัดเอี่ยวขบวนการค้ายา ขยายผลจับยกแก๊ง ของกลางเพียบ
18.00 น. นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง พร้อม กำลังเจ้าที่ฝ่ายปกครองชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด และ ตำรวจ สภ.หนองปรือ เปิดเผยการจับกุม ผู้ต้องหาเกี่ยวกับคดียาเสพติดรายสำคัญ โดยมีทั้งอดีตนักฟุตบอลอาชีพ และ พระภิกษุสงฆ์ 1 รูป พร้อมของกลางยาไอซ์ 204.74 กรัม และ ยาบ้า 94 เม็ด
โดยรายแรก คือ นายออ อายุ 35 ปี พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 28.94 กรัม, ยาบ้า 4 เม็ด โดยจับกุม ได้ที่บริเวณ ตลาดภายในซอยเขาน้อย ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ต่อมาได้มีการขยายผลไปจับเครือข่ายร่วมขบวนการ จนสามารถจับกุม นายยอ อายุ 38 ปี อดีตนักฟุตบอลอาชีพ ตำแหน่งกองกลาง เคยค้าแข้งให้กับหลายสโมสรชื่อดังในประเทศไทย โดยสามารถจับกลุ่มได้ที่หน้าคอนโด ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 122.85 กรัม, ยาบ้า 10 เม็ด ซึ่งระหว่างถูกจับกุมเจ้าตัวมีอาการเคร่งเครียดตลอดเวลา
ต่อมามีการขยายผลไปจับกุม พระลูกวัดแห่งหนึ่งในอำเภอบางละมุง ทราบชื่อ พระวอ อายุ 42 ปี พร้อมยึดของกลาง ยาไอซ์ 52.95 กรัม โดยเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกลุ่มได้ในบริเวณวัด แบบคาผ้าเหลือง ก่อนจะควบคุมตัวไปลาสิกขา แล้วควบคุมตัวมาสอบสวนขยายผล และ รายสุดท้าย คือ นายสอ อายุ 39 ปี ของกลาง ยาบ้า 80 เม็ด โดยสามารถจับกุมได้ที่ หน้าร้านสะดวกซื้อ ซอยห้วยใหญ่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
>> หนุ่มวัย 23 ปีขับขี่รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำ เสียชีวิตที่ปากทางลงอุโมงค์พระราม 5 ตร.เร่งสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง
18.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย ตรวจสอบ อุบัติเหตุ บริเวณทางลงอุโมงค์พระราม 5 ถนนราชพฤกษ์ ขาออก ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี
ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย อายุ 23 ปี ชาว อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ทำงานอยู่ที่กรมธนารักษ์นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน ห่างไปกว่า 20 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้ารุ่น เวฟ ทะเบียน อ่างทอง ล้มอยู่ โดยในที่เกิดเหตุไม่พบรถคู่กรณี ขณะเดียวกันยังพบถนนเป็นหลุมมีน้ำขังอยู่ในช่องเลนกลาง และมีลอยขูดเป็นทายาวกว่า 30 เมตร แพทย์เวรตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้นพบที่บริเวณใบหน้าด้านขวามีลักษณะยุบคล้ายถูกรถยนต์ทับซ้ำ
เบื้องต้นเจ้ากน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐาน โดยยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุได้ว่าผู้เสียชีวิตจะขับขี่รถจักรยานยนต์มาแล้วเกิดตกหลุมที่มีน้ำขังทำให้ลื่นและเสียหลักล้มไถล หรือมีรถคู่กรณีอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามจะทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงอีกครั้ง ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรหาสาเหตุ
>> คันดินกั้นน้ำแตก น้ำไหลบ่าลงทุ่งจักรสีห์ เมืองสิงห์บุรี จนท.เร่งกอบกู้
20.20 น. อบจ. สิงห์บุรี เร่งกอบกู้สถานการณ์ และแจ้งเตือนประชาชน เนื่องจากคันคลองส่งน้ำบรมธาตุ บริเวณเยื้องสำนักงาน อบต.ต้นโพธิ์ คันดินกั้นน้ำแตก น้ำไหลบ่าลงทุ่งจักรสีห์ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังพื้นที่น้ำล้นคันคลองเข้าท่วมพื้นที่ ขณะนี้ทาง อบต.ต้นโพธิ์และอำเภอเมืองสิงห์บุรี กำลังเร่งแก้ไข โดย อบจ.สิงห์บุรี
>> ศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว "สันธนะพร้อมกับพวก" วงเงินคนละ 4 แสนบาท ติดกำไร EM
20.52 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังจากที่พนักงานอัยการ โจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรัตน์ จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 5 คน ในความผิดอั้งยี่ ซ่องโจร ร่วมกันเรียกค่าไถ่ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นฯ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นฯ ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นฯ ร่วมกันมีอาวุธปืนฯ และร่วมกันพกพาอาวุธปืนฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209, 210, 213, 295, 296, 309, 310, 313 ประกอบมาตรา 83, 91, 92 พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490
ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้ประทับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อ.2289/2568 โดยสอบคำให้การจำเลยและดำเนินกระบวนการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในคดีอาญาตามขั้นตอนแล้ว ทั้งนี้ จำเลยทั้งห้าคนได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวชั้นพิจารณา
ทั้งนี้ ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยกำหนดหลักประกันจำเลยคนละ 400,000 บาท พร้อมกับให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางของบุคคลในการปล่อยชั่วคราว (กำไล EM) และห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล โดยจำเลยทั้งห้า ได้นำเงินสดมาวางเป็นหลักประกันพร้อมทำสัญญาประกัน และติดอุปกรณ์กำไล EM เรียบร้อย
>> คุณยายวัย 83 ปี ล้มคว่ำจมน้ำที่ท่วมในบ้านเสียชีวิต ลูกชายเผยแม่มีโรคประจำตัวต้องใช้วอร์คเกอร์ช่วยเดิน จ.นนทบุรี
22.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี รับแจ้งมีผู้สูงอายุ จมน้ำเสียชีวิตภายในบ้าน เหตุเกิด ชุมชนหลังวัดตึก หมู่ 4 ต.บางไผ่ อ.เมืองนนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม แพทย์ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ต้องเดินเท้าเข้าไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากมีน้ำท่วมขัง ภายในบ้านมีน้ำท่วมสูงประมาณ 50 ซม. พบร่างผู้เสียชีวิต เป็นหญิงไทย อายุ 85 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงแล้ว เนื่องจากลูกชายของผู้เสียชีวิตกลับมาเห็น และได้นำศพขึ้นจากน้ำมานอนที่เตียงนอน
อาสากู้ภัย ได้นำร่างใส่บอร์ด ยกออกทางด้านหน้าต่างและนำออกอย่างทุลักทุเล นำออกมาให้แพทย์ชันสูตร ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่าลงจากเตียงพลาดล้มและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จมน้ำเสียชีวิต
ทางด้าน ลูกชาย กล่าวว่า ที่บ้านพักอาศัยกันแค่ 2 คน แม่ลูก ตอนเช้าตนป้อนข้าวเสร็จก็ยังดีอยู่ แต่แม่มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน หลังจากนั้นก็ออกไปทำงาน แม่ก็จะอยู่บ้านคนเดียว พอตอนประมาณ 2 ทุ่ม ตนกลับจากทำงาน เห็นแม่คว่ำหน้าจมน้ำอยู่ข้างวอคเกอร์ที่ใช้ช่วยพยุงเดิน ตนได้รีบอุ้มร่างขึ้นมาไว้ที่เตียงนอน พบว่าแม่เสียชีวิตแล้ว จึงได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ ส่วนน้ำที่บ้านท่วมมานานกว่า 2 เดือนแล้ว เพราะอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา หลังแพทย์ชันสูตรแล้ว ทางลูกชายไม่ติดใจการเสียชีวิตได้มอบศพให้นำไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
00.33 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.8 ลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 322 กม. ไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> คนร้ายใช้อาวุธปืน ชิงทรัพย์พนักงานปั๊มน้ำมัน
02.10 น. ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ตำรวจ191 แจ้งเหตุชิงทรัพย์ คนร้ายชาย 1 คน รูปร่างผอม สวมเสื้อสีส้ม ใช้อาวุธปืนชิงเงินสด 4,000 บาทและมือถือ 1 เครื่อง ภายในปั๊มน้ำมัน ย่านบางบอน 1 ซอย 15
หลังก่อเหตุ ขับขี่ รถ จยย.ฮอนด้า สกูปปี้ ไม่ทราบทะเบียน หลบหนีไปทางแยกบางแค พื้นที่ สน.บางขุนเทียน
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศจีน
03.15 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.2 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของ มณฑลยูนนาน, ประเทศจีน ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประมาณ 440 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย