โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ศรีวิชัย” อาณาจักรในจินตนาการที่ครอบคลุมภาคใต้ของไทย คือสหพันธรัฐทางทะเล

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 28 พ.ย. 2568 เวลา 07.11 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2568 เวลา 07.11 น.
ประติมากรรมพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร จากวัดพระบรมธาตุไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี รูปปั้นนี้อายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 9 สันนิษฐานว่ามาจากอาณาจักรศรีวิชัย ปัจจุบันเป็นของสะสมในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (Chainwit., via Wikimedia Commons สิทธิการใช้งาน CC BY-SA 4.0)

รัฐโบราณอย่าง “อาณาจักรศรีวิชัย” ซึ่งเชื่อว่ามีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ของไทย คาบสมุทรมลายู และหมู่เกาะอินโดนีเซีย อาจเป็นเพียง “อาณาจักรในจินตนาการ” ของชาติตะวันตกเท่านั้น?

ข้อสังเกตข้างต้นหักล้างความเชื่อเดิม ๆ ของคนจำนวนมากที่ยังหนักแน่นกับสถานะ “รัฐรวมศูนย์”มีกษัตริย์ราชวงศ์ไศเลนทร์ปกครอง และนับถือพุทธศาสนานิกายมหายาน ลัทธิตันตระ (วัชรยาน) ของศรีวิชัย และมีศูนย์กลางอำนาจคือเมืองปาเล็มบัง บนเกาะสุมาตรา หรือไม่ก็เมืองไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามที่นักประวัติศาสตร์ไทย “เลือก” ที่จะยอมรับ

ศรีศักร วัลลิโภดมอธิบายไว้ในหนังสือ “สร้างบ้านแปงเมือง”(มติชน : 2560) ว่า หลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดีบอกว่า ศรีวิชัยไม่ใช่อาณาจักรรวมศูนย์ แต่เป็น “สหพันธรัฐทางทะเล” เป็นการรวมตัวกันของบรรดารัฐและเมืองท่า ที่สัมพันธ์กับเส้นทางการค้าผ่านช่องแคบมะละกา อ้อมแหลมมลายู ผ่านทะเลอ่าวไทยไปเวียดนามและจีน

รัฐและเมืองในเครือข่ายของศรีวิชัย มีทั้งตามชายฝั่งทะเลสองข้างของแหลมทอง คาบสมุทรไทย คาบสมุทรมลายู และตามหมู่เกาะ โดยเฉพาะเกาะสุมาตราและเกาะชวา

“ความเป็นศูนย์กลางของสหพันธรัฐศรีวิชัยไม่มีความแน่นอน ระยะแรกอยู่ที่เมืองปาเล็มบัง ปลายเกาะสุมาตรา แต่พุทธศตวรรษที่ 13 ลงมา ราวพุทธศตวรรษที่ 17-18 ก็เคลื่อนมาอยู่ที่เมืองจัมบี ชายทะเลทางฝั่งตะวันออกของเกาะสุมาตรา ซึ่งเป็นเวลาที่สหพันธรัฐเริ่มแตกสลาย อันเนื่องมาจากการรุกรานของอาณาจักรโจฬะทมิฬจากอินเดียใต้ และการเปลี่ยนนโยบายการค้าของจีนที่ไม่เปิดโอกาสให้ศรีวิชัยเป็นคนกลางในการค้าขายกับจีนอีกต่อไป” อ. ศรีศักรกล่าว

เช่นเดียวกับดร. ธิดา สาระยา ที่มองว่า ศรีวิชัยมีลักษณะของการเป็น “ชุมชนชาวน้ำ” จากคำอธิบายในหนังสือ “ประวัติศาสตร์มหาสมุทรอินเดีย”(เมืองโบราณ : 2554) ความว่า“ศรีวิชัย เป็นสหพันธ์หมู่เกาะของพวกที่อาศัยอยู่ในทะเล คือชุมชนชาวน้ำ คุมการค้าแถบช่องแคบมะละกา และเป็นคนกลางในการติดต่อค้าขายกับจีน ขณะเดียวกันยังมีบทบาทสำคัญในการขยายเส้นทางการค้าเครื่องเทศสู่เกาะและกลุ่มเกาะย่อยทางด้านตะวันออกอย่างเป็นรูปธรรม”

นโยบายการค้าของจีนตามที่ อ. ศรีศักร สันนิษฐานในข้อความก่อนหน้านี้ คงจะส่งผลให้เครือข่ายของศรีวิชัยสลายตัว จนกลายสภาพเป็นรัฐอิสระและอาณาจักรเล็ก ๆ ทั่วอาณาบริเวณที่เคยเป็นปริมณฑลของสหพันธรัฐทางทะเลนี้ ได้แก่ เกาะสุมาตรา เกาะชวา คาบสมุทรมลายู รวมถึงบางส่วนของประเทศไทย

โดยเฉพาะเกาะชวา ซึ่งแต่เดิมผู้คนนับถือศาสนาฮินดูเป็นหลัก ก่อนมารับพุทธศาสนามหายาน เพราะเป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายของศรีวิชัย เมื่อกลับมานับถือฮินดู รัฐฮินดูรุ่นหลังจากแถบชวาตะวันตกชื่อ “มัชปาหิต”ก็ได้รุกรานศรีวิชัยบนเกาะสุมาตรา จนต้องย้ายมาสร้างเมืองมะละกาบนคาบสมุทรมลายู และเติบโตขึ้นเป็นรัฐสำคัญทางการค้าของแถบนี้แทน

อ. ศรีศักร ยังชี้ด้วยว่า ก่อนเกิดเมืองมะละกา คาบสมุทรมลายูตอนกลางและตอนล่างมีเพียงรัฐและเมืองท่าเล็ก ๆ เท่านั้น ต่างจากคาบสมุทรตอนเหนือที่มีรัฐเกดะห์และปัตตานี ซึ่งช่วงที่ศรีวิชัยเรืองอำนาจ 2 รัฐที่กล่าวไปยังมีสัมพันธ์กันอย่างเหนียวแน่น และเป็นที่รู้จักในชื่ออาณาจักร“ลังกาสุกะ” ด้วย

สุจิตต์ วงษ์เทศเน้นย้ำสถานะอาณาจักรในจินตนาการของศรีวิชัย ในคอลัมน์ “สุวรรณภูมิในอาเซียน” นสพ. มติชน(15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561) กล่าวคือ “อาณาจักรศรีวิชัย”เป็น “จินตนาการของเจ้าอาณานิคมยุโรปยุคล่าเมืองขึ้น ถูกค้นพบแล้วนำเสนอต่อสากลโลกครั้งแรก 100 ปีที่แล้ว…

แต่ศรีวิชัย ‘ไม่อาณาจักร’ นักวิชาการแนวคิดใหม่ไม่อนุรักษ์ทั้งนานาชาติและไทย ตรวจสอบทั้งภูมิภาคอุษาคเนย์แล้วไม่พบหลักฐานสนับสนุนว่ามีอาณาจักรศรีวิชัยอันกว้างใหญ่ไพศาลตามความเชื่อแบบอาณานิคม”

ข้อสนับสนุนที่สุจิตต์ยกมาเสริมคือ ภูมิภาคอุษาคเนย์มีพื้นที่มาก แต่คนน้อย รัฐต่าง ๆ ต้องการกำลังคนมากกว่าพื้นที่ รัฐจารีตทั้งในหมู่เกาะและภาคพื้นทวีปจึงไม่ได้มุ่งครอบครองพื้นที่ มีศูนย์กลางอำนาจที่เคลื่อนย้ายไปมาตามที่ประทับของกษัตริย์ ขณะที่ดินแดนโดยรอบอยู่ใต้อำนาจของหัวหน้าชุมชนท้องถิ่น

ส่วนศรีวิชัยไม่มีศูนย์กลางที่แน่นอน และดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปตามความเข้มแข็งของผู้นำแต่ละท้องถิ่น ที่สามารถควบคุมอำนาจเหนือเส้นทางการค้าได้ แม้แต่เมืองปาเล็มบังที่เคยยอมรับกันในระดับนานาชาติว่าเป็นศูนย์กลาง ก็ไม่พบหลักฐาน “ติดที่” ที่พอจะยืนยันหนักแน่นในเรื่องนี้ได้

นอกจากนี้ การสัมมนาวิชาการเกี่ยวกับศรีวิชัย ที่จัดโดยกรมศิลปากรเมื่อ พ.ศ. 2525 ยังมีข้อสรุปร่วมกันว่า ศรีวิชัยไม่มีศูนย์กลางอำนาจในการควบคุมเศรษฐกิจและการเมืองอยู่เมืองใดเมืองหนึ่ง เป็นแต่เพียงชื่อกว้าง ๆ ทางศิลปะและวัฒนธรรมของกลุ่มบ้านเมืองและรัฐน้อยใหญ่ที่มีวัฒนธรรมร่วมกัน โดยเฉพาะการนับถือพุทธศาสนามหายาน

หากจะมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ก็เกี่ยวข้องกันโดยสัมพันธ์กับศูนย์กลางอำนาจที่เปลี่ยนแปลงไปตามความผันแปรทางเศรษฐกิจและการเมืองในแต่ละห้วงเวลา

รูปแบบดังกล่าวนี้เอง เราเรียกกันในสมัยหลังว่า “สมาพันธรัฐ” หรือ “สหพันธรัฐ”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 28 พฤศจิกายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ศรีวิชัย” อาณาจักรในจินตนาการที่ครอบคลุมภาคใต้ของไทย คือสหพันธรัฐทางทะเล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...