โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

คนจีน 3.8 ล้านคน แห่สอบเข้าราชการ ชี้แม้เงินเดือนน้อย แต่ ‘มั่นคง’ สะท้อนพิษเศรษฐกิจ ‘ตกงาน’

The Momentum

อัพเดต 28 พ.ย. 2568 เวลา 18.27 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2568 เวลา 11.27 น. • THE MOMENTUM

ผู้สมัครสอบ 3.7 ล้านคน เตรียมเข้าสอบรับข้าราชการพลเรือนในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มากที่สุดนับตั้งแต่รัฐบาลจีนประกาศขยายอายุเกษียณข้าราชการพลเรือน แม้ว่าค่าตอบแทนงานราชการจะไม่สูงมาก แต่จำนวนผู้สมัครสอบได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการตกงาน และการสร้างความมั่นคงในชีวิต

สำหรับปีนี้ ข้าราชการพลเรือนจีนมีตำแหน่งว่างรวมทั้งสิ้น 38,100 ตำแหน่ง ทั้งจากหน่วยงานกลางของรัฐและสถาบันที่เกี่ยวข้องกับรัฐ แต่เมื่อนำมาเทียบกับจำนวนผู้สมัครสอบทั้งหมดแล้ว พบว่ามีผู้แข่งขันมากถึง 95 คนต่องาน 1 ตำแหน่ง

ทางการจีนระบุว่า ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครมากที่สุดคือ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในเมืองรุ่ยลี่ เมืองทางตะวันตกของมณฑลยูนนาน

การสอบรับราชการของจีนขึ้นชื่อเรื่องความโปร่งใสและยากมากที่สุด ซึ่งข้อสอบมักจะประกอบไปด้วยความรู้ที่เกี่ยวกับกฎหมาย ฟิสิกส์ ชีววิทยา รัฐศาสตร์ และทักษะการวิเคราะห์ นอกจากนี้บางหน่วยงานยังจัดสอบแยก เพื่อทดสอบความรู้เฉพาะทางทั้งในรูปแบบของข้อเขียนและการสัมภาษณ์

ทั้งนี้ แม้ว่าข้าราชการพลเรือนจะมีผลตอบแทนที่ค่อนข้างต่ำ และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่าน รัฐบาลท้องถิ่นจะประสบปัญหาหนี้ ทำให้ต้องค้างจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ทว่าความต้องการในการรับราชการกลับเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชีวิตและความท้าทายด้านเศรษฐกิจ

ปัจจุบัน อัตราการว่างงานภายในประเทศจีนอยู่ที่ร้อยละ 5.1 สำหรับแรงงานทั่วไป และร้อยละ 17.3 สำหรับกลุ่มคนช่วงอายุ 16-24 ปี นอกจากนี้ ผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ยิ่งมีแนวโน้มทำให้อัตราการว่างงานเพิ่มสูงมากยิ่งขึ้น กลุ่มคนหนุ่มสาวจึงรวมตัวกันประท้วงเงียบ สร้างปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘การนอนนิ่ง’ เพื่อต่อต้านสังคมที่เต็มไปด้วยความกดดันจากการหางาน

เฉิน เจอไค (Chen Zhekai) บัณฑิตจบใหม่วัย 24 ปี จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติประเทศจีน ระบุว่า เขาตั้งใจที่จะเข้าสอบรับราชการ เพื่อรับใช้ชาติและสร้างประโยชน์ให้กับสังคม และมองว่า ตนเองไม่เหมาะที่จะอยู่ในสังคมและวัฒนธรรมการทำงานที่เต็มไปด้วยความกดดันและแข่งขันสูงในภาคเอกชน

เฉิน เจอไคยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า เขาตั้งใจที่จะสมัครรับราชการในจังหวัดฟู่เจี้ยนบ้านเกิดของเขา “การได้ทำงานที่บ้านเกิดคือเป้าหมายสูงสุดของชีวิตผม การได้อยู่กับครอบครัว มีความเครียดน้อย และมีความทะเยอทะยานในชีวิตที่ไม่มากจนเกินไป…การมีเป้าหมายที่ชัดเจนช่วยให้ผมใจเย็นและกดดันตัวเองน้อยลง”

ในช่วงปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ประกาศขยายอายุเกษียณข้าราชการพลเรือนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1950 โดยข้าราชการผู้หญิงมีการขยายอายุเพิ่มจาก 55 ปี เป็น 58 ปี และข้าราชการผู้ชายมีการขยายอายุเพิ่มจาก 60 ปี เป็น 63 ปี เนื่องมาจากปัญหาสังคมผู้สูงอายุและปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องออกมาตรการการลดเงินบำนาญของข้าราชการ

ย้อนกลับไปช่วงที่ประเทศจีนอยู่ภายใต้การนำของ เหมา เจ๋อตง (Mao Zedong) ประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐประชาชนจีน การรับราชการถูกเรียกขานอีกอย่างหนึ่งว่า งาน ‘ชามข้าวเหล็ก’ ซึ่งเป็นการเปรียบเปรยให้เห็นภาพว่า จะมีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต

แม้ว่าในช่วงที่ประเทศจีนประกาศแผนปฏิรูปและเปิดประเทศ แนวโน้มการทำงานของแรงงานส่วนใหญ่จะหันเข้าสู่ภาคเอกชนเป็นจำนวนมาก จนเกิดเป็นสำนวนที่เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ‘กระโดดลงทะเล’ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันความท้าทายทางด้านเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ผู้คนหันมาใช้สำนวน ‘ขึ้นสู่ฝั่ง’ เพื่ออธิบายถึงการกลับเข้าสู่งานราชการที่สามารถสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตได้

“มีบัณฑิตจบใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานจีนราว 12 ล้านคนต่อปี การรับราชการเพื่อความมั่นคงจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำความเข้าใจ” จอร์จ แม็กนัส (George Magnus) ผู้ช่วยวิจัยศูนย์จีนศึกษา มหาวิทยาลัย Oxford กล่าว

ที่มา:

- https://www.theguardian.com/world/2025/nov/28/china-civil-service-exam-age-limit-changed

- https://www.chinadaily.com.cn/a/202510/17/WS68f1959ba310f735438b5796.html

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...