โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

2568 ปีงูดุ ย้อนดู 10 แบรนด์-ธุรกิจ อำลาเมืองไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 ธ.ค. 2568 เวลา 06.22 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2568 เวลา 12.03 น.

เรื่อง : พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ

ส่งท้ายปี 2568 ปีงูดุ เศรษฐกิจท้าทาย ย้อนดูไฮไลต์ 10 ธุรกิจและแบรนด์ต่าง ๆ จนถึงสื่อไทย โบกมือลาจากเมืองไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและการแข่งขันในตลาด

ปี 2568 ที่ผ่านมา นับเป็นอีกหนึ่งปีที่ท้าทายสำหรับคนทำธุรกิจ จากการที่ต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน หลายเหตุการณ์ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาเกี่ยวกับภัยพิบัติ

ขณะเดียวกัน ปี 2568 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่เราซึ่งเป็นผู้บริโภค เห็นการล้มหายตายจากของแบรนด์ต่าง ๆ ตั้งแต่ของกินของใช้ ธุรกิจห้างร้าน และบริษัทสื่อ

“ประชาชาติธุรกิจ” ไฮไลต์ 10 แบรนด์และธุรกิจน่าสนใจ ที่ตัดสินใจอำลาในปี 2568 นี้

ปิดตำนาน “ตั้งฮั่วเส็ง” 63 ปี

เริ่มต้นที่แบรนด์ระดับตำนานอย่าง “ตั้งฮั่วเส็ง” ห้างสรรพสินค้าสัญชาติไทย อายุ 63 ปี ที่ประกาศปิดกิจการแบบฟ้าผ่าเมื่อ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ในวันดังกล่าว แอดมินของเพจ ตอบคอมเมนต์หนึ่งที่สอบถามถึงการเปลี่ยนแปลงของอาคารหลังเลิกกิจการ โดยระบุว่า อาคารดังกล่าวถูกขายให้กับเจ้าของใหม่แล้ว ยังไม่ทราบว่าจะทำอะไรต่อ ขณะที่สินค้าในแผนกงานฝีมือ จะเปิดให้สั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ได้ ตั้งแต่วันจันทร์ที่จะถึงนี้ (24 พ.ย. 2568)

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เฟซบุ๊กแฟนเพจ Tang Hua Seng Group มีการโพสต์ภาพอาคารตั้งฮั่วเส็ง บางลำพู มีการปูผ้าปิดหน้าตึกแล้ว และยังระบุเพิ่มเติมว่า สินค้าแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต ยังคงมีจำหน่ายบริเวณซอยข้างตั้งฮั่วเส็ง

นับเป็นการปิดตำนานห้างสรรพสินค้าสัญชาติไทย หลังจากที่ประกาศปิดสาขาธนบุรีไปได้เพียง 1 ปีเท่านั้น

“ไผทอุดมศึกษา” ปิดตัว-5 ปี โรงเรียนหายไป 490 แห่ง

อีกหนึ่งการประกาศยุติกิจการที่น่าสนใจ คือ กรณีของโรงเรียนไผทอุดมศึกษา โรงเรียนเอกชนไทยที่เปิดทำการสอนมานานกว่า 55 ปี ประกาศเลิกกิจการ และยุติการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป (ยุติกิจการตั้งแต่พฤษภาคม 2569)

ในรายละเอียดประกาศที่มีการแชร์บนโซเชียลมีเดีย ระบุถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า “ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เกิดปัญหาวิกฤตการศึกษาโรงเรียนเอกชนที่ต้องปิดตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปีการศึกษา 2567 มีโรงเรียนปิดกิจการกว่า 40 โรงเรียน ส่วนหนึ่งของวิกฤตเกิดจากสาเหตุ 2 ประการ คือ 1. จำนวนเด็กที่เกิดน้อยลง โครงสร้างของประชากรที่เปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย 2. ระบบเศรษฐกิจ ที่ขาดเสถียรภาพทางการเงินและตกต่ำ ประกอบกับในช่วงปี พ.ศ. 2563-2564 เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรุนแรง ส่งผลกระทบไปทุกภาคส่วนและทุกสาขาอาชีพ

ปัญหาที่กล่าวมานั้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโรงเรียนไผทอุดมศึกษาเช่นกัน ตลอดระยะเวลาของปัญหาดังกล่าว โรงเรียนได้พยายามคงไว้ซึ่งการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ทัดเทียม และเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน แม้จะมีภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่สูงขึ้น อาทิ ค่าใช้จ่ายวิชาการ ค่าสาธารณูปโภค อัตราฐานเงินเดือนครูที่ปรับขึ้นใน 2 ช่วง ตามนโยบายรัฐบาล ค่าแรงขั้นต่ำของแรงงานต่าง ๆ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของนักเรียน เป็นต้น อีกทั้งการชำระค่าธรรมเนียมการเรียนจากผู้ปกครองบางส่วนไม่ตรงตามกำหนด หรือไม่จ่ายค่าธรรมเนียมการเรียนเลย ทำให้เกิดปัญหาการขาดสภาพคล่องในการดำเนินกิจการ

ในปีการศึกษา 2568 โรงเรียนพยายามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ โดยการลดขนาดโรงเรียนให้เล็กลง ปรับลดจำนวนครู และแรงงานบางส่วน แต่ยังคงประสบปัญหาด้านการเงินที่จะใช้บริหารจัดการในระยะยาว

คณะกรรมการบริหารสถานศึกษา จึงมีความจำเป็นต้องตัดสินใจยุติการจัดการเรียนการสอนและเลิกกิจการโรงเรียนไผทอุดมศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป (เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569)”

“ไผทอุดมศึกษา” โรงเรียนดังบางเขนยุติการสอน ปี 2569

นอกจากโรงเรียนไผทอุดมศึกษาแล้ว ยังมีโรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว และโรงเรียนถนอมพิศวิทยา ที่ประกาศปิดกิจการและเลิกจัดการเรียนการสอนด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ มีข้อมูลจากสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสมาคมโรงเรียนเอกชน ชี้ว่า ระหว่างปี 2563–2567 มีโรงเรียนทั้งรัฐและเอกชนหายไปกว่า 490 แห่ง ขณะที่เฉพาะโรงเรียนเอกชน ช่วงปี 2565–2566 มีโรงเรียนในระบบและนอกระบบปิดตัวรวมกันมากกว่า 400 แห่ง

“เทโร เรดิโอ” ปิดฉากท่ามกลางยุคสื่อเปลี่ยน

ตามมาด้วยกรณีบริษัทสื่อวิทยุ อย่าง “เทโร เรดิโอ” ผู้บริหารคลื่นวิทยุมากว่า 35 ปี ประกาศปิดกิจการ โดยระบุแถลงการณ์ว่า “บริษัท เทโร เรดิโอ จำกัด ขอประกาศยุติกิจการอย่างเป็นทางการ ในสิ้นปี 2568 หลังสร้างความสุขความบันเทิงมายาวนานกว่า 35 ปี

เราพยายามอย่างเต็มที่กับการเผชิญความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้น เนื่องด้วยแนวโน้มส่วนพฤติกรรมการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ความท้าทายนี้ยากจะก้าวผ่าน

บริษัทฯ ขอขอบคุณทุกท่านจากใจจริง ที่ได้ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นทีมงานที่ทรงคุณค่า พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนผู้ฟังทุกท่านทั้งในไทยและทั่วโลก ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางมาตลอด 35 ปีแห่งความสุข ความทรงจำดีดี และเสียงดนตรี

กำลังใจและความผูกพันของทุกท่านมีความหมายต่อเราเป็นอย่างยิ่ง แม้วันนี้เราจะปิดฉากบทหนึ่งลง แต่เรายังคงมองไปข้างหน้าด้วยความภาคภูมิใจ และมีความหวังต่อโอกาสใหม่ๆ ที่กำลังจะมาถึงในอนาคต”

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุผลประกอบการ 5 ปีล่าสุด พบว่ามีการขาดทุนสะสมรวมกันกว่า 54 ล้านบาท แม้จะมีบางปีที่พลิกกลับมาทำกำไร แต่ยังมีสัดส่วนที่น้อย

foodpanda ลาตลาดแอปสั่งอาหารเมืองไทย

ฟากของบริษัท-แพลตฟอร์มเทคโนโลยี หนึ่งในแพลตฟอร์มที่ประกาศยุติการให้บริการ คือ ฟู้ดแพนด้า (foodpanda) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดีลิเวอรี่ ประกาศยุติการให้บริการในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. 2568 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ foodpanda ประเทศไทย ระบุถึงสาเหตุที่ Delivery Hero SE บริษัทแม่ของ foodpanda ตัดสินใจยุติการให้บริการในไทย ว่ามาจากแนวทางการปรับกลยุทธ์เชิงภูมิศาสตร์ของ Delivery Hero ซึ่งเคยดำเนินการมาแล้วในหลายประเทศ เช่น เดนมาร์ก กานา สโลวาเกีย และสโลวีเนีย โดยบริษัทจะมุ่งเน้นทรัพยากรไปยังตลาดอื่นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APAC) ที่มีศักยภาพในการเติบโตและผลตอบแทนที่สูงกว่า

โดยทีมงานระดับภูมิภาคที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ซึ่งรับผิดชอบงานสนับสนุนด้านต่าง ๆ เช่น การตลาด และการบริหารทรัพยากรบุคคลสำหรับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จะยังคงดำเนินงานตามปกติต่อไป

foodpanda

ขณะที่ผลประกอบการ เมื่อปี 2566 ซึ่งเป็นปีล่าสุดที่มีการส่งข้อมูลก่อนปิดกิจการ พบการขาดทุนสูงถึงกว่า 522 ล้านบาท

“Plern” สตรีมมิ่งเพลงสัญชาติไทย ไม่ไปต่อ

นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มสัญชาติไทยอย่าง “Plern (เพลิน)” แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลงของเครือ GMM Grammy ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2564 โดยประกาศระบุว่า บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม “Plern” ซึ่งให้บริการผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือและเว็บไซต์รวมถึงบริการคาราโอเกะผ่านกล่อง TV Box ขอแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบว่า บริษัทฯ จะหยุดให้บริการในวันที่ 17 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ตามประกาศระบุว่า ศูนย์บริการลูกค้า Call Center กด *12399 แล้วโทรออก (ค่าบริการ 5บาท/นาที) หรือ โทร 02-055-3091 จะยังคงให้บริการจนถึงวันที่ 16 มกราคม 2569

ไอศกรีมกูลิโกะ จากขาดตลาด สู่วันอำลา

ไอศกรีมกูลิโกะ” อีกหนึ่งแบรนด์ที่ตัดสินใจอำลาตลาดเมืองไทยไปในปีนี้ หลังจากวางจำหน่ายในไทยมาตั้งแต่ปี 2559 โดยช่วงแรกที่นำเข้ามาจำหน่าย ไอศกรีมกูลิโกะ ได้รับการตอบรับอย่างดีจนขาดตลาด

“ไทยกูลิโกะ” ผู้จำหน่ายไอศกรีม ระบุว่า ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ทางบริษัท ไทยกูลิโกะ จํากัด ได้มีโอกาสนำเสนอผลิตภัณฑ์ “ไอศกรีม” ในประเทศไทย บริษัทรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าทุกท่านมาโดยตลอด บริษัทขอเรียนแจ้งให้ทราบว่า เราจะยุติการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “ไอศกรีมภายใต้แบรนด์กูลิโกะ” ในประเทศไทย

โดยท่านยังสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ประเภทดังกล่าวได้จนถึงประมาณสิ้นปี 2568 ในทุกช่องทางการจัดจำหน่าย

TSUJIRI ร้านชาเขียวสัญชาติญี่ปุ่น ลาตลาดเมืองไทย

TSUJIRI แบรนด์ร้านชาเขียวจากญี่ปุ่น ประกาศอำลาตลาดเมืองไทยไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสเครื่องดื่มชาเขียวมัทฉะที่ได้รับความนิยม โดยเฟซบุ๊กแฟนเพจ TSUJIRI Thailand โพสต์ข้อความ “ประกาศอำลา TSUJIRI Thailand”

ข้อความระบุว่า “ด้วยความเสียใจอย่างยิ่ง เราขอแจ้งให้ทราบว่า TSUJIRI Thailand จะปิดให้บริการทุกสาขาในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ส่งมอบรสชาติชาเขียวแท้จากญี่ปุ่นให้กับทุกคน ขอบคุณจากใจสำหรับการสนับสนุนและความรักที่มีให้ TSUJIRI มาโดยตลอด ทุกคำสั่งซื้อ ทุกรีวิว และทุกครั้งที่คุณแวะมาหาเรา ล้วนเป็นความทรงจำอันล้ำค่า

ไม่ว่าจะเป็นที่สาขาแรกของเราที่ EmQuartier, สาขา Siam Paragon, สาขา Icon Siam, สาขา Central Ladprao, สาขา Robinson Ratchpruek, สาขา Central Bangna, สาขา Central Rama9 สาขา Staybridge Thonglor และท้ายที่สุด สาขาสุดท้ายของเราที่ Central World

แม้ว่าเราจะต้องกล่าวคำอำลาในวันนี้ แต่เราหวังว่ารสชาติของ TSUJIRI จะยังคงอยู่ในความทรงจำของคุณเสมอ ขอบคุณทุกความรักและการสนับสนุนจากแฟน ๆ TSUJIRI Thailand ทุก ๆ ท่านที่ผ่านมา แล้วพบกันใหม่ในโอกาสข้างหน้า ด้วยรักจากทีมงาน TSUJIRI Thailand ทุก ๆ คน”

ปิดตำนาน “ชาบูไต้หวัน” 17 ปี

อีกหนึ่งกิจการที่โบกมือลาตลาดในปีนี้ คือ Evaime Shabu Shabu (อีวาไอเมะ ชาบู ชาบู) ร้านชาบูสไตล์ไต้หวันเจ้าแรก ๆ ในเมืองไทยที่เปิดให้บริการมากว่า 17 ปี ประกาศปิดสาขาสุดท้ายที่ไอคอนสยาม เมื่อ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา

โดยเฟซบุ๊กแฟนเพจของแบรนด์ ระบุว่า “ขอขอบคุณ ท่านผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 17 ปี ที่เราได้เสิร์ฟความอร่อย เมนูชาบูสูตรไต้หวัน กับน้ำซุปหลากหลายรสชาติ และน้ำจิ้มที่มีให้เลือกมากมาย หวังว่าแต่ละเมนูจะอยู่ในความทรงจำของท่านเสมอ ซึ่งเรามีความจำเป็นต้องแจ้งให้ทุกท่านทราบ ร้านอีวาไอเมะปิดให้บริการทุกสาขา สาขาไอคอนสยามชั้น 4 จะเปิดให้บริการเป็นวันสุดท้าย ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2025 อีวาไอเมะ ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านอีกครั้งจากใจ ในทุกครั้งที่ลูกค้าแวะมาหาเรา เราซาบซึ้งใจ ทุกความรัก ทุกการรีวิว ทุกการสนับสนุน”

ปิดฉาก “ร้านเทมปุระ”

อีกหนึ่งร้านอาหารที่อำลาตลาดเมืองไทย คือ เทนยะ (Tenya) แบรนด์ร้านเทมปุระที่ให้บริการในไทยมากว่า 10 ปี ซึ่งบริหารโดย Central Restaurants Group (CRG) ประกาศปิดสาขาทั้งหมดในไทยตั้งแต่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมี 2 สาขาสุดท้าย คือ สามย่านมิตรทาวน์ และเทอร์มินอล 21 อโศก

ก่อนที่จะมีการขยายเวลาปิดสาขาสามย่านมิตรทาวน์ เป็นวันที่ 5 กันยายน 2568 เป็นการปิดตำนานร้านเทมปุระชื่อดังในไทยโดยปริยาย

The Body Shop ลาเมืองไทย หลังบริษัทแม่เจอวิกฤตการเงิน

ปิดท้ายด้วยแบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติอังกฤษ อย่าง The Body Shop เครื่องสำอางที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ตัดสินใจปิดสาขาในประเทศไทยทั้งหมด ตั้งแต่มกราคม 2568 หลังจากที่บริษัทแม่ยื่นเข้าสู่กระบวนการจัดการ (Administration) จากปัญหาหนี้สะสมกว่าหลักหมื่นล้านบาท เมื่อปี 2567

ทั้งนี้ ในเฟซบุ๊กแฟนเพจ The Body Shop มีการระบุข้อความไว้ช่วงหนึ่งว่า “ขอบคุณลูกค้าทุกท่านจากใจสำหรับทุกความรัก การสนับสนุนของคุณมีความหมายต่อเรามาก เราขอสัญญาว่าจะกลับมาพร้อมสิ่งดี ๆ มากมายให้คุณอีกครั้ง ดังที่ Dame Anita Roddick เคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าคุณคิดว่าคุณเล็กเกินไปที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง ลองนอนกับยุงดูสิ” อย่าหยุดทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น แล้วเราจะได้พบกันอีกในเส้นทางนี้”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 2568 ปีงูดุ ย้อนดู 10 แบรนด์-ธุรกิจ อำลาเมืองไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...