โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ปล่อยโม่ปูน 14 ลูก ลงสู่ทะเลอ่าวไทย สร้างบ้านให้ปลาด้วยปะการังเทียม

สวพ.FM91

อัพเดต 17 ธ.ค. 2568 เวลา 13.37 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2568 เวลา 10.57 น.

เมื่อเวลา 08.00 น.ของวันที่ 16 ธันวาคม 2568 สมาคมการประมงจังหวัดสมุทรสาคร โดยการนำของ นายกำจร มงคลตรีลักษณ์ ประธานคณะกรรมการบริหารศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและอดีตนายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร และ นายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร ได้สนธิความร่วมมือกับ ทัพเรือภาคที่ 1 ภายใต้การควบคุมดูแลของ นาวาเอกพิศาล หาญภักดี รองผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1,นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร, ดร.วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการประมงทะเลและอดีตวุฒิสภา,น.อ.ณัฏฐกฤติ บุญปาลิต รอง ผอ.ศรชล.จว.สค.,พ.ต.ท.ทัตพงศ์ เทพไชย สว.ส.รน.4 กก.4 บก.รน,ตำรวจน้ำ,บริษัทกาญจนา คอนกรีต,คณะทำงานสมาคมการประมงสมุทรสาคร,ชมรมผู้ขายปลาสมุทรสาคร,อบจ.สมุทรสาคร,หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ได้ร่วมกันนำปะการังเทียม ซึ่งทำจากโม่ปูน 14 ลูก มีการแต่งแต้มวาดลวดลายต่างๆ ด้วยสีที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ ออกไปปล่อยลงสู่ท้องทะเลบริเวณปากอ่าวไทย (อ่าวตัว ก.) ระยะทางห่างจากชายฝั่งทะเลประมาณ 10 ไมล์ทะเล โดยโม่ปูนทั้ง 14 ลูกนั้น เป็นโม่ปูนเก่าปลดระวาง ได้รับการบริจาคมาจากบริษัทกาญจนา คอนกรีต จำกัด ผ่านการประสานงานจากนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร

สำหรับโม่ปูนที่นำไปวางเป็นปะการังเทียมทั้ง 14 ลูก เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “ปะการังสีรุ้ง ระบายสีถังโม่ปูน สร้างบ้านปลา” ที่ให้ประชาชน เยาวชน และนักเรียน นักศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทะเล โดยได้นำไปวางในจุดแนวปะการังเทียมของสมุทรสาคร ห่างจากชายฝั่งประมาณ 18 กิโลเมตร หรือราวๆ 10 ไมล์ทะเล โดยกิจกรรมนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “สืบชะตาทะเล” ประจำปี 2568 เพื่อปลุกจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วนหันมาใส่ใจท้องทะเล ควบคู่กับภารกิจที่สมาคมการประมงจังหวัดสมุทรสาครและชาวประมงดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปล่อยปูไข่นอกกระดอง การเก็บขยะทะเลเข้าฝั่ง การปลูกป่าชายเลน และการทิ้งปะการังเทียมในหลายพื้นที่

นอกจากนี้กิจกรรมดังกล่าวยังได้จัดขึ้นเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและป่าชายเลน โดยเมื่อปีพุทธศักราช 2544 ในช่วงที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จแปรพระราชฐานไปทรงงานและทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในจังหวัดภาคใต้ และเมื่อเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่บ้านละเวง ตำบลดอนทราย อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี ในวันที่ 3 กันยายน 2544 ได้มีราษฎรชาวประมงพื้นบ้าน กราบบังคมทูลขอพระราชทานความช่วยเหลือจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้ทรงพิจารณาช่วยฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ เนื่องจากปริมาณสัตว์น้ำมีจำนวนลดลงเป็นอันมาก ทำให้ชีวิตฝืดเคือง มีรายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว และยังได้กราบบังคมทูลว่ายินดีร่วมกันดำเนินการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ เมื่อทรงทราบเรื่องแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงวิตกเป็นอันมากที่จะแก้ไขปัญหาและได้ทรงโทรศัพท์ขอพระราชทานคำแนะนำจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งได้พระราชทานพระราชดำริแนะนำ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้จัดประชุมหารือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องทางด้านต่าง ๆ เพื่อจัดตั้งโครงการเพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำตามความประสงค์ของราษฎร นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นต่อพสกนิกรในชุมชนประมงตลอดแนวชายฝั่งของจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส ในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาเปิดโครงการอย่างเป็นทางการที่ชายหาดบ้านละเวง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2544 เป็นจุดเริ่มต้นให้ราษฎร ส่วนราชการ และหน่วยงานต่าง ๆ ได้สนองแนวพระราชดำริ เพื่อความกินดีอยู่ดีของราษฎรสืบไป ซึ่ง 1 ในแนวทางที่สำคัญคือ การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล หรือปะการังเทียม นับเป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มปริมาณสัตว์ทะเล โดยเป็นการดัดแปลงสภาพพื้นทะเลให้สัตว์น้ำอยู่อาศัยด้วยการใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทานสามารถต้านทานกระแสน้ำได้ และไม่มีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมนำไปวางเป็นกลุ่มอย่างมีแบบแผนในบริเวณต่าง ๆ ตามแนวชายฝั่งที่เหมาะสม เพื่อดึงดูดสัตว์น้ำให้เข้ามาอยู่อาศัย หลบภัย เป็นแหล่งอาหาร และแหล่งสืบพันธุ์ ทั้งนี้การจัดทำแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล หรือปะการังเทียมนั้น ก็ได้ช่วยให้จำนวนสัตว์ทะเลมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี ส่งผลให้แนวโน้มอัตราการจับสัตว์น้ำบริเวณปะการังเทียมของชาวประมงในจังหวัดปัตตานีและนราธิวาสเพิ่มมากขึ้น ส่วนในด้านรายได้มีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน โดยสัตว์น้ำได้มีที่พักอาศัย แพร่ขยายพันธุ์ นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์แห่งทรัพยากรของท้องทะเลไทย และความอยู่ดีกินดีของพี่น้องชาวประมง มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน ด้วยน้ำพระทัยอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทำให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี ทำให้สัตว์น้ำได้มีที่พักอาศัย แพร่ขยายพันธุ์ นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์แห่งทรัพยากรของท้องทะเลไทย และความอยู่ดีกินดีของพี่น้องชาวประมง มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืนสืบไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...