โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ประเทศไทยขาดเลือดมากกว่าที่คิด - การให้ที่ไม่ต้องใช้เงิน แต่ต่อชีวิตได้จริง

Positioningmag

อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 11.37 น. • PR News

ทุกวันมีผู้ป่วยที่รอเลือดเพื่อรักษาชีวิต แต่ประเทศไทยยังขาดแคลนโลหิตกว่า 50,000 ยูนิตต่อปี จากความต้องการเฉลี่ย 700,000 ยูนิตทั่วประเทศ ขณะที่จัดหาได้เพียง 650,000 ยูนิต (ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาด ไทย, รายงานปี 2565–2566) เลือดหนึ่งถุงจากผู้บริจาคหนึ่งคนช่วยชีวิตได้ถึงสามคน แยกเป็นสามส่วนสำคัญ ได้แก่ เม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือดและพลาสมา นี่คือการให้ที่ไม่ต้องใช้เงิน แต่มีค่ามากกว่าทุกสิ่ง ถึงเวลาที่เราต้องร่วมกันเติมเต็มช่องว่างนี้ ก่อนจะสายเกินไป
“บริจาคเลือด” การให้ที่ไม่ต้องใช้เงิน แต่ช่วยชีวิตได้จริง
ในโลกที่การบริจาคออนไลน์ทำได้เพียงไม่กี่คลิก แต่การบริจาคเลือดต่างออกไป เป็นการให้ด้วยร่างกายและหัวใจอย่างแท้จริง ในทางการแพทย์การบริจาคเป็นประจำทุก 3 เดือน ไม่เพียงช่วยผู้ป่วย แต่ยังช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงใหม่ ลดความหนืดของเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ และยังได้รับการตรวจสุขภาพฟรีก่อนบริจาค เช่น การวัดความดัน ระดับฮีโมโกลบิน และโรคติดต่อทางเลือด ถือเป็นการดูแลตัวเองและผู้อื่นในเวลาเดียวกัน
ด้านจิตใจ แม้จะยังไม่มีการวิจัยที่ศึกษาผลเชิงลึกโดยตรง แต่จากข้อมูลและประสบการณ์ของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ พบว่า ผู้ที่มาบริจาคซ้ำอย่างสม่ำเสมอมีแนวโน้ม “รู้สึกดีและภาคภูมิใจ” ที่ได้ช่วยเหลือชีวิตผู้อื่น ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้คนไทยจำนวนมาก กลับมาบริจาคซ้ำทุกครั้งที่ครบกำหนด
สำหรับองค์กร การบริจาคเลือดคือ กิจกรรมที่สร้างพลังบวก เชื่อมโยงเพื่อนร่วมงานและสะท้อนวัฒนธรรมการให้ที่ยั่งยืน ถึงเวลาที่เราต้องร่วมกันเติมเต็มช่องว่างนี้ เพราะเลือดทุกหยดคือพลังชีวิตที่หมุนเวียนกลับสู่สังคมไทย


จากโครงการเล็กๆ ในองค์กร สู่ความหวังของหลายชีวิต
ประเทศไทย หลายองค์กรภาคเอกชนลุกขึ้นมามีบทบาทสำคัญในการเชิญชวนพนักงานร่วมบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนเลือดในประเทศ
“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในองค์กรที่ยืนหยัดทำกิจกรรมนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 โดยร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดโอกาสให้ผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาบริจาคเลือดทุก 3 เดือน โดยในปี 2568 เพียงปีเดียว เคทีซีได้รวบรวมโลหิตกว่า 264 ยูนิต หรือ 118,800 ซีซี ซึ่งเทียบเท่ากับการต่อชีวิตให้ผู้ป่วยได้มากกว่า 792 ชีวิต ผ่านระบบหมุนเวียนของสภากาชาดไทยที่กระจายเลือดไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ
การบริจาคโลหิตไม่ใช่เพียงกิจกรรมเพื่อสังคม แต่คือ “วัฒนธรรมแห่งการให้” ที่ปลูกฝังอยู่ในองค์กร สะท้อนถึงแนวคิดการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนในรูปแบบที่จับต้องได้ และเกิดขึ้นจากหัวใจของคนทำงาน


การเตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิต
• อายุ: 17– 70 ปี (บริจาคครั้งแรกไม่ควรมีอายุเกิน 60 ปี)
• น้ำหนัก: ไม่ต่ำกว่า 45 กิโลกรัม
• สุขภาพ: แข็งแรง ไม่มีอาการอ่อนเพลียและนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 5 ชั่วโมงก่อนบริจาคโรคประจำตัว: เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง สามารถบริจาคได้ หากควบคุมโรคและไม่มีภาวะแทรกซ้อน หากอยู่ระหว่างรับประทานยา ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง
• อาหาร: รับประทานอาหารมื้อหลัก หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงหรือน้ำมันมาก ภายใน 6 ชั่วโมงก่อนบริจาค เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู แกงกะทิ เพราะทำให้พลาสมาขุ่น ไม่สามารถใช้รักษาผู้ป่วยได้
• ดื่มน้ำ: 300-500 ซีซี ก่อนบริจาคประมาณ 30 นาที เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนดี และลดความเสี่ยงเป็นลม
• งด: เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาค 1 ชั่วโมง การดูแลหลังบริจาคโลหิต
นอนพักที่เตียง 5 นาที และนั่งพัก 10–15 นาที พร้อมดื่มน้ำและรับประทานของว่าง
ดื่มน้ำมากกว่าปกติ 24 ชั่วโมงหลังบริจาค และรับประทานยาเสริมธาตุเหล็กตามคำแนะนำ
งดออกกำลังกายหนัก ยกของหนัก หรือทำงานเสี่ยงภายใน 24 ชั่วโมง
ข้อห้ามสำคัญ
• ตั้งครรภ์ / ให้นมบุตร: งดบริจาคโลหิตอย่างน้อย 6 เดือนหลังคลอดหรือแท้ง
• มีประจำเดือน: ควรหลีกเลี่ยงหากร่างกายอ่อนเพลีย
• สัก เจาะผิวหนัง ฝังเข็ม: ต้องเว้นอย่างน้อย 4 เดือน
• ผ่าตัดใหญ่: เว้น 6 เดือน / ผ่าตัดเล็ก เว้น 7 วัน
• โรคติดต่อร้ายแรง เช่น HIV, ตับอักเสบ, มาลาเรีย ต้องงดบริจาคตามระยะเวลาที่กำหนด (เช่น มาลาเรียเว้น 3 ปี)
• พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์: งดบริจาคอย่างน้อย 4 เดือนหลังมีความเสี่ยง
แหล่งอ้างอิง: ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และสถานพยาบาลต่างๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...