โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SINO กำไร Q3/68 โต 67% มุ่งบริหารต้นทุนและบริหารคลังสินค้ารับมือค่าระวางเรือผันผวน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 13.37 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 06.37 น.

SINO ผลงาน Q3/68 กำไรสุทธิ 21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% รายได้รวม 744 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% ภาพรวมอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไตรมาส 4/2568 มีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบ วางกลยุทธ์มุ่งเน้นประสิทธิภาพบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย ขยายบริการและฐานลูกค้าคลังสินค้าปลอดอากรเพื่อสร้างรายได้ประจำ รวมถึงเพิ่มรายได้จากบริการขนส่งสินค้าทางอากาศเพื่อเพิ่มศักยภาพทำกำไรและลดผลกระทบค่าระวางเรือที่เป็นทิศทางขาลง

17 พฤศจิกายน 2568 นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO เปิดเผย ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2568 (กรกฎาคม - กันยายน) สามารถผลักดันการเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้า โดยบริษัทฯ มีรายได้รวม 744 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% และมีกำไรสุทธิ 21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 67% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เป็นผลจากศักยภาพทำกำไรที่ดีขึ้นสะท้อนจากอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 16% จาก 15% ในไตรมาสก่อนหน้า

แม้ได้รับแรงกดดันจากความผันผวนของค่าระวางเรือ (Freight Rate) โดยค่าระวางเรือเส้นทางไทย - สหรัฐอเมริกา ลดลงในเดือนกรกฎาคม –สิงหาคมที่ผ่านมา เนื่องจากมีซัพพลายค่อนข้างมาก

การเติบโตในไตรมาส 3/2568 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มีปัจจัยมาจากการปรับขึ้นค่าขนส่งชั่วคราวในเดือนกันยายนที่ผ่านมาซึ่งเป็น Peak Season ของอุตสาหกรรม และได้รับแรงหนุนจากความต้องการเร่งส่งออกสินค้าก่อนถึงช่วงเทศกาลวันหยุดยาวของประเทศจีน อย่างไรก็ตามปริมาณการขนส่งสินค้าทางทะเลในเส้นทางไทย-สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเส้นทางที่สร้างรายได้หลักให้กับบริษัทลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากการส่งออกชะลอตัว ส่วนการขนส่งสินค้าทางทะเลในมาเลเซียและเวียดนามที่ดำเนินการผ่านบริษัทร่วมทุน มีปริมาณใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า

ขณะที่ ภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม - กันยายน) แม้มีรายได้รวม 2,252 ล้านบาท ลดลง 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่บริษัทฯ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่าย ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 2.7% จาก 1.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าระหว่างประเทศในไตรมาส 4/2568 คาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกระยะสั้นจากการเร่งส่งออกสินค้าในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและการลดจำนวนเที่ยวเรือขนส่งของสายการเดินเรือต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยกดดันจากการแข่งขันของผู้ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ กำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตัว และค่าระวางเรือทั่วโลกอยู่ในทิศทางขาลง

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทคาดว่ารายได้รวมทั้งปีจะอยู่ในระดับใกล้เคียงประมาณการเดิมของบริษัท โดยขึ้นอยู่กับทิศทางค่าระวางเรือและภาวะตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้าย

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัยและเสริมความสามารถทำกำไรท่ามกลางตลาดที่ผันผวน โดยแผนการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ มุ่งเน้นประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย การขยายบริการและฐานลูกค้าคลังสินค้าปลอดอากร (Free Zone) เพื่อสร้างรายได้ประจำ และเพิ่มรายได้จากบริการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight) เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำกำไรและลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าระวางในธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือ (Sea Freight)

โดยหลังจากบริษัทฯ เข้าซื้อกิจการบริษัท เอ.เอส. โลจิสติคส์ จำกัด (ASL) ผู้ให้บริการ Air Freight Forwarder ได้รวมระบบการจัดการและทีมบุคลากรเป็นที่เรียบร้อย ปัจจุบันอยู่ระหว่างรุกขยายฐานลูกค้าในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ รวมถึงใช้เครือข่ายพันธมิตรต่างประเทศของ ASL ขยายบริการขนส่งไปยังเส้นทางหลัก เช่น จีน–ยุโรป–สหรัฐฯ

“บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งคลังสินค้า การขนส่งทางอากาศ และการลงทุนด้านดิจิทัล เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง โดยรายได้จากบริการโลจิสติกส์และขนส่งทางอากาศเริ่มเติบโตต่อเนื่อง ช่วยลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือ และสร้างความยั่งยืนในระยะยาว” นายนันท์มนัส กล่าว

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...