งามไส้! ดร.ปวิน แฉ งานแต่งทายาท “ลียงพัด–ก๊กอัน” เจอ “บิ๊กป้อม–บิ๊กแป๊ะ” โผล่ร่วมงาน
งามไส้! ดร.ปวิน แฉ งานแต่งทายาท “ลียงพัด–ก๊กอัน” คือหลักฐานชั้นดี ชี้เครือข่ายทุนสีเทาโยงถึงอำนาจสูงสุดไทย หลังภาพ “บิ๊กป้อม–บิ๊กแป๊ะ” โผล่ร่วมพิธี ส่อสะท้อนโครงสร้างอำนาจเอื้อต่อกลุ่มผิดกฎหมาย
วันที่ 8 ธ.ค. 2568 รศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์อาจารย์ด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ประจำมหาวิทยาลัยเกียวโต ได้ออกโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เรามีงานแต่งของลูกอภิรัชต์ที่มีเบนสมิธไปเป็นแขก เรามาดูอีกงานแต่งนึงค่ะ นี่คืองานแต่งงานระหว่างลูกสาวลียงพัด (Lee Yong Phat) ซึ่งถูกระบุว่าเป็นเจ้าพ่อสแกมเมอร์ผู้ทรงอิทธิพล กับลูกชายของนายก๊กอัน (Phu Kok An) อภิมหาเศรษฐีและอดีตวุฒิสมาชิกกัมพูชาผู้ถูกขนานนามว่า "God Father of Poipet" นั้น ได้กลายเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เปิดเผยความเชื่อมโยงอันลึกซึ้งระหว่างเครือข่ายทุนสีเทาข้ามชาติกับโครงสร้างอำนาจสูงสุดของประเทศไทยอีกแล้วค่ะ งามไส้….
งานวิวาห์ดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมันคือการผนึกกำลังระดับตระกูลระหว่างสองขั้วอำนาจใหญ่แห่งวงการอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาค ทั้งครอบครัวก๊กอันและลียงพัด ต่างถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินข้ามพรมแดน การสมรสนี้จึงเปรียบเสมือนการยกระดับความมั่นคงและขยายอิทธิพลทางธุรกิจที่ผิดกฎหมายไปในวงกว้างยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม นัยยะที่ร้ายแรงที่สุดของงานนี้กลับอยู่ที่ผู้ที่เข้าร่วมในพิธี ภาพถ่ายจากงานแต่งงานนี้ได้เผยให้เห็นถึงการเข้าร่วมของบุคคลระดับสูงสุดในกลไกอำนาจของไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในพิธีสำคัญตามประเพณีกัมพูชาคือ พิธี "กัดซ๊อก" (ตัดผม) ซึ่งสงวนไว้สำหรับผู้ใหญ่ที่ได้รับความเคารพอย่างสูงสุดเท่านั้น บุคคลสำคัญที่ปรากฏและยืนยันสถานะความสัมพันธ์นี้คือ
1. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตนายทหารระดับสูง ผู้ทำรัฐประหาร และตอนนี้คือนักการเมือง ได้ทำหน้าที่เป็นประธานในพิธี ซึ่งเป็นการมอบการรับรองทางสังคมและการเมืองอย่างชัดเจนแก่ครอบครัวของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว การแสดงความเคารพในระดับสูงสุดนี้ ย่อมส่งผลให้สาธารณชนเกิดคำถามร้ายแรงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำทางการเมืองของไทยกับกลุ่มทุนสีเทาเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2. พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดขององค์กรที่รับผิดชอบในการปราบปรามอาชญากรรม ได้เข้าร่วมงานเคียงข้างพลเอกประวิตร การปรากฏตัวของอดีต ผบ.ตร. ในงานวิวาห์ของเครือข่ายที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังอาชญากรรมข้ามชาติ จึงยิ่งสร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อความน่าเชื่อถือของกลไกการบังคับใช้กฎหมาย และตอกย้ำว่าเครือข่ายเหล่านี้สามารถเข้าถึงและสร้างสายสัมพันธ์กับผู้กำหนดนโยบายและผู้รักษากฎหมายระดับสูงสุดได้โดยง่าย
การเข้าร่วมงานของบุคคลสำคัญทั้งสอง ตอกย้ำข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า เครือข่ายชนชั้นนำและอีลีทในประเทศไทย (ซึ่งอาจมาจากหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงอย่าง วปอ. หรือสายสัมพันธ์ทางการเมืองอย่างที่เขียนไปแล้ว) ได้ทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกันและผู้ฟอกสถานะให้แก่กลุ่มทุนสีเทา นอกจากนี้ การที่ลูกสาวของก๊กอัน อย่างภูเฌอหลิน (และพี่น้อง) สามารถสวมบัตรประชาชนไทย และใช้ประเทศเป็นฐานในการถือครองทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลได้อย่างยาวนานโดยไม่ถูกดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดในขณะนั้น ย่อมเป็นผลมาจากอิทธิพลของสายสัมพันธ์ที่ปรากฏชัดเจนในภาพถ่ายพิธีดังกล่าว
ภาพถ่ายนี้จึงเป็นหลักฐานเชิงสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงอำนาจรัฐ ความมั่นคง และผลประโยชน์ของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น ชี้ให้เห็นว่าเครือข่ายนี้ได้กลายเป็น "รัฐซ้อนรัฐ" (superstate network) ที่มีอิทธิพลเหนือกว่าการบังคับใช้กฎหมายปกติของประเทศ กล่าวโดยสรุป งานแต่งงานของลูกหลานเจ้าพ่อสแกมเมอร์ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข่าวซุบซิบ แต่เป็นภาพสะท้อนอันน่าตกใจของการที่ผู้มีอำนาจระดับสูงสุดของประเทศได้มอบการรับรองแก่กลุ่มที่ทำลายความมั่นคงของชาติ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการตรวจสอบและปฏิรูปความสัมพันธ์ที่ผิดปกติระหว่างชนชั้นนำกับทุนสีเทาอย่างถึงที่สุด