รถไฟฟ้า “สายสีม่วง-แดง” 40 บาท/วัน ไม่จำกัดรอบ เริ่ม 1 ธ.ค. 68 คมนาคม ชง ครม. ปลาย พ.ย. นี้
เดินหน้ารถไฟฟ้าสายสีม่วง-แดง 40 บาท กำหนดเป็นตั๋วรายวันขึ้นได้ไม่จำกัดรอบ คมนาคมเตรียมชง ครม. ปลายพ.ย. 68 เริ่มใช้ 1 ธ.ค. 68
20 พ.ย. 2568 แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือน พ.ย. 2568 นี้ กระทรวงคมนาคมจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติการคำนวณค่าโดยสารรถไฟฟ้าแบบเหมาจ่ายรายวัน 40 บาท สำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดง ซึ่งจะเป็นลักษณะของตั๋วรายวัน โดยที่ผู้โดยสารสามารถขึ้นได้ไม่จำกัดจำนวนรอบในหนึ่งวัน ซึ่งจะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่ 1 ธ.ค.2568 เป็นต้นไป
สำหรับมาตรการดังกล่าวได้มีการหารือในที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน เมื่อปลายเดือนต.ค.2568 ที่ผ่านมา โดยกระทรวงการคลังได้เห็นชอบแนวทางและงบประมาณในการดำเนินการแล้ว
“โครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สำหรับการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดง จะสิ้นสุด 30 พ.ย.2568 นี้ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ไม่กระทบการเดินของประชาชน กระทรวงคมนาคมจึงจะเสนอครม. และเปลี่ยนรูปแบบโครงการเป็นรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน นำร่องสายสีม่วงและสีแดง”
ทั้งนี้ หลักการเบื้องต้นจะดำเนินโครงการรูปแบบปีต่อปี โดยจะขอมติครม.อนุมัติเป็นเวลา 1 ปีก่อน เนื่องจากติดขัดเรื่อง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังในการใช้งบประมาณ และหากครบระยะเวลาดำเนินการแล้ว กระทรวงคมนาคมก็จะต้องไปดำเนินการแก้ไขสัญญาต่อไป
แหล่งข่าว เปิดเผยต่อว่า สำหรับงบประมาณสำหรับอัตราค่าโดยสาร 40 บาทต่อตลอดวันมาจากงบกลาง ปีงบประมาณ 2569 ซึ่งโครงการดังกล่าวใช้งบประมาณน้อยลงกว่าที่เคยคาดไว้อย่างมาก เนื่องจากจำกัดให้เหลือเพียง 2 สาย คือสายสีม่วงและสีแดง
“จากเดิมนโยบาย 20 บาทตลอดสาย หากรวมทั้งหมดกว่า 10 สาย จะใช้งบประมาณถึง 7,000 ล้านบาท แต่โครงการ 40 บาทตลอดวัน จะทำให้รัฐบาลขาดทุนน้อยลง หรือใช้เงินอุดหนุนโครงการน้อยลง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เดินทางเพียงครั้งเดียวอาจได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ ในขณะที่ผู้ที่ใช้บ่อยหรือขึ้นหลายรอบจะได้รับประโยชน์ แต่เราก็มองว่าผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ไม่ได้เดินทางขาเดียว แต่เป็นการไป-กลับ ซึ่งจะคุ้มทุนหากเป็นตั๋ววัน 40 บาท”
ขณะที่ความคืบหน้าการศึกษานโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวันเชื่อมต่อทุกสายยังคงต้องรอการแก้ไขสัมปทาน โดยขณะนี้กระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างพิจารณาและแก้ไขสัญญาอยู่ โดยมีหลายแนวทางในการดำเนินการ ได้แก่ การตั้งกองทุนซื้อคืนสัมปทาน โดยมีการประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นสำหรับโครงการซื้อคืนทุกสายรวมกันไว้ที่ประมาณ 1 แสนล้านบาท ทั้งนี้ แหล่งเงินทุนอาจมาจากหลายแหล่ง เช่น งบประมาณบางส่วน รายได้จากการคมนาคม และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (IFF)