โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วรวงศ์ รามางกูร เปิด 4 ผลกระทบ ขึ้น VAT ช่วงเศรษฐกิจขาลง สร้างผลเสียมากกว่าที่คิด

Khaosod

อัพเดต 21 พ.ย. 2568 เวลา 05.21 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2568 เวลา 04.21 น.
วรวงศ์ รามางกูร เปิด 4 ผลกระทบ ขึ้น VAT ช่วงเศรษฐกิจขาลง สร้างผลเสียมากกว่าที่คิด

วรวงศ์ รามางกูร เปิด 4 ผลกระทบ ขึ้น VAT ช่วงเศรษฐกิจขาลง สร้างผลเสียมากกว่าที่คิด ส่งผลซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวมากขึ้น แทนที่จะช่วยประคองเศรษฐกิจให้หันหัวขึ้น

วันที่ 21 พ.ย.2568 นายวรวงศ์ รามางกูร อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ความเห็น “ขึ้น VAT ช่วงเศรษฐกิจขาลง สร้างผลเสียมากกว่าที่คิด” ความว่า การขึ้นภาษีในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เป็นประเด็นที่ “คลาสสิกมากๆ” ซึ่งนโยบายการคลังเชิงรัดเข็มขัด (Fiscal Contraction) ที่มีลักษณะ Pro-cyclical คือเคลื่อนไปในทิศเดียวกับวัฏจักรเศรษฐกิจ ส่งผลซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวมากขึ้น แทนที่จะช่วยประคองเศรษฐกิจให้หันหัวขึ้น ซึ่งงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นผลเสียต่อเศรษฐกิจทั้งโดยตรงและโดยอ้อม

วรวงศ์ รามางกูร

วรวงศ์ รามางกูร อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ประการแรก ซ้ำเติมอุปสงค์รวม (Aggregate Demand) ที่อ่อนแออยู่แล้ว

การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ซึ่งเป็นภาษีทางอ้อมเก็บจากการบริโภค หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ภาษีบริโภค ทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การบริโภคลดลง หรือก็คือ การลดอุปสงค์รวมทั้งหมดของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งขัดแย้งกับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แบบเคนส์ (Keynesian Aggregate Demand Model) ที่ระบุชัดว่าในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวรัฐควรใช้นโยบายกระตุ้นอุปสงค์รวม ไม่ใช่ดึงลง

ประการที่ 2 เกิดนโยบายรัดเข็มขัดในเวลาที่ไม่เหมาะสม

ยามเศรษฐกิจตกต่ำ รัฐควรใช้นโยบายสวนวัฏจักร (Counter-cyclical) เช่น ลดภาษี หรือ เพิ่มรายจ่ายภาครัฐ ในทางกลับกันการขึ้นภาษีคือกระทำที่จะให้ผลลัพธ์ตรงกันข้าม และเกิดขึ้นในจังหวะที่ไม่เหมาะสม ส่งผลต่อทิศทางตลาดและการลงทุนในอนาคต

งานวิจัยเรื่อง Fiscal Policy Multipliers ของ Auerbach และ Gorodnichenko (2012) เน้นว่าตัวคูณนโยบายการคลัง (Fiscal policy multipliers) มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละช่วงของวัฏจักรเศรษฐกิจ โดยตัวคูณจะใหญ่กว่าในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังถดถอย และมีขนาดเล็กกว่าในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต หมายความว่า นโยบายการคลังจะมีประสิทธิผลมากกว่าในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซาและอัตราการว่างงานสูง ดังนั้นการดึงเงินออกจากประชาชน 1 บาท ผ่านการเพิ่มภาษีจะสามารถลาก GDP ลดลงได้มากกว่า 1 บาท

ประการที่ 3 สร้างผลกระทบประชาชนกลุ่มรายได้น้อยมากกว่ากลุ่มรายได้สูง (Regressive Tax Impact)

เนื่องจากคนรายได้น้อยใช้รายได้ส่วนใหญ่เพื่อการบริโภค ดังนั้นจึงมีสัดส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เสียไปต่อรายได้สูงกว่ากลุ่มคนรายได้สูง ผลก็คือ เมื่อเกิดช็อกด้านราคาสินค้า คนจะ “ลดการบริโภคอย่างรุนแรง” เพื่อรักษาสภาพคล่อง นำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนั้น ธุรกิจใหญ่สามารถส่งต่อภาษีมูลค่าเพิ่มไปยังผู้บริโภคได้เกือบหมด แต่ SME มักไม่สามารถส่งต่อภาษีไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมดจึงต้องแบกรับภาษีส่วนหนึ่งไว้เอง

ประการที่ 4 ความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Sentiment) แย่ลง

ผู้บริโภคสามารถพยากรณ์ได้ล่วงหน้าว่าราคาสินค้าจะแพงขึ้น (จากภาษีที่เพิ่มขึ้น) อย่างแน่นอน ซึ่งกลไกตามธรรมชาติเมื่อราคาสินค้าแพงขึ้น ผู้บริโภคย่อมปรับลดหรือชะลอการบริโภคลง ขณะที่ภาคธุรกิจย่อมประเมินว่ากำลังซื้อจะหดตัวตาม ผลลัพธ์ทายได้ไม่ยาก การลงทุนจะชะลอตัวลงตามคาดการณ์การบริโภคที่ลดลง สุดท้ายเศรษฐกิจจะชะลอตัวหนักกว่าที่ประเมินไว้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วรวงศ์ รามางกูร เปิด 4 ผลกระทบ ขึ้น VAT ช่วงเศรษฐกิจขาลง สร้างผลเสียมากกว่าที่คิด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...