โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

เน้นยั่งยืน ส่องโรงงาน Michelin ผลิตยางรถ ยันล้อเครื่องบิน

Techhub

อัพเดต 12 พ.ย. 2568 เวลา 09.22 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2568 เวลา 09.22 น.

[Top Stories] หากพูดถึงยางรถยนต์ในปัจจุบัน เชื่อว่าต้องมีชื่อ Michelin ติดอันดับต้น ๆ แน่ ซึ่งหลายคนต้องเคยเห็นเจ้า “บิเบนดัม” หรือมาสคอตตัวอวบสีขาว ที่ปรากฏในโฆษณาไทยหลายครั้งนี้เอง หารู้ไหมว่าแบรนด์นี้ มีการตั้งโรงงานผลิตในไทยด้วย โดยมีอยู่ด้วยกันถึง 5 แห่ง และมีแห่งหนึ่งที่เรียกได้เลยว่าเป็นหัวใจสำคัญ นั้นคือโรงงานประจำจังหวัดสระบุรี ที่มีการผลิตยางล้อรถบรรทุก ไปจนถึงยางล้อเครื่องบินกันเลย ซึ่งมาพร้อมการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีเต็มขั้น โดยจะมีกระบวนการผลิตอย่างไรบ้างนั้น Top Stories จาก Techhub วันนี้จะพามาชมกันครับ

เป็นเวลากว่า 130 ปีมาแล้ว สำหรับผู้ผลิตยางล้อมานานอย่าง Michelin (มิชลิน) และจากยางล้อก็กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันวัสดุคอมโพสิต (Composite) ซึ่งหมายถึงการนำความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ไปต่อยอดในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การเดินทาง , การดูแลสุขภาพ , การบินและอวกาศ ไปจนถึงพลังงานคาร์บอนต่ำ

โดยวันนี้เราจะมาดูการผลิตยางสำหรับรถบรรทุกและอากาศยาน ซึ่งถูกผลิตในโรงงานมิชลิน หนองแค จังหวัดสระบุรี ที่ประเทศไทยนี้เอง โดยชูการออกแบบยางล้อที่ยั่งยืน เน้นการใช้วัสดุชีวภาพ (Bio-materials) และการลดแรงต้านทานการหมุนเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของแบรนด์ Michelin ที่บอกเลยว่า ความปลอดภัยต้องมาก่อน ยางต้องใช้ได้นานและไว้ใจได้ รวมถึงได้ความยั่งยืนหรือรักษ์โลกด้วย

1 of 4

อีกส่วนคือ ‘สารตัวเติมเสริมแรง’ ซึ่งก็ประกอบไปด้วย ผงถ่าน เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ให้ความแข็งแรงและความทนทานต่อการสึกหรอแก่ยาง ทำให้ยางมีสีดำ ถัดมาคือ ซิลิกา ช่วยลดแรงต้านการหมุน ซึ่งส่งผลให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการปล่อย CO2 โดย Michelin ก็มีการใช้ซิลิกาที่ได้จากขี้เถ้าแกลบข้าวด้วย เพื่อเป็นกระบวนการผลิตเพื่อความยั่งยืนนี้เอง

สำหรับการทำให้ยางมีความแข็งแรงและคงรูปทรงได้นั้น ส่วนประกอบหลักที่ต้องใช้เลยคือ ‘เส้นลวดเหล็ก’ โดยจะใช้ในโครงสร้างสายพานรัดหน้ายางนี้เอง พร้อมด้วย โพลีเอสเตอร์ ไนลอน เรยอน หรือ อารามิด ใช้ในโครงสร้างผ้าใบตัวยาง เพื่อให้ความทนทานและรองรับน้ำหนัก

ใด ๆ ก็ตาม Michelin ก็มีส่วนที่เรียกว่า “สูตรเคมีลับ” โดยเป็นสูตรการผสมทางเคมี ที่ทำให้ยางของ Michelin มีจุดเด่นไม่เหมือนใครจนทุกวันนี้เอง แต่แน่นอนว่าสูตรนี้เป็นความลับ ที่พอบอกได้ ก็มี น้ำมัน , เรซิน, และกำมะถัน ซึ่งช่วยให้ยางมีคุณสมบัติเฉพาะด้าน เช่น การยึดเกาะที่ดี หรือความทนทานต่อความร้อน

สำหรับส่วนประกอบยางหลักก็มีตามนี้ แต่จริง ๆ ต้องบอกเลยว่ายางของ Michelin นั้น มีส่วนประกอบเป็นร้อยชนิดกันเลย ต่อไปคือขั้นตอนการผลิตที่ทาง Michelin หรือในโรงงานมิชลิน หนองแค จังหวัดสระบุรี ได้พาเป็นชมอย่างใกล้ชิด ชนิดที่เห็นเครื่องจักรห่างออกไปเพียงไม่กี่เซนติเมตรเลย

“กว่า 80% ของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของยางล้อ เกิดขึ้นระหว่างการใช้งาน (จากการเผาผลาญเชื้อเพลิง) ไม่ใช่ขั้นตอนการผลิต”

โรงงานผลิตยางของ Michelin นั้น ปัจจุบันก็มีการเน้นเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) เป็นหัวใจสำคัญของโรงงานผลิตทุกแห่งเลย โดยทางคุณ ซีริลล์ โรเฌต์ (Cyrille Roget) ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมและการสื่อสารเชิงวิทยาศาสตร์ของ Michelin ก็ได้กล่าวถึง 80% ของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของยางล้อ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการพัฒนายางที่มีแรงต้านทานการหมุนต่ำ ถึงเป็นหัวใจสำคัญของความยั่งยืนนี้เอง

1 of 4

หากพูดถึงจุดเด่นจริง ๆ ของยาง Michelin นั้น ก็จะมีคำว่า “ความไว้ใจ” เด่นมาเลย หรือความปลอดภัย มั่นใจว่าตัวยางจะช่วยให้การเคลื่อนที่ได้อย่างยาวนาน โดยงาน Michelin Beyond Performance ในครั้งนี้ จึงเป็นการประกาศจุดยืนใหม่ของมิชลินที่ชัดเจนว่า พวกเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็น “ราชาแห่งยางล้อ” อีกต่อไป แต่กำลังใช้ความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ที่สั่งสมมานานกว่าศตวรรษ เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน “วัสดุคอมโพสิต” ที่จะเข้าไปมีบทบาทในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยมี “ความยั่งยืน” เป็นเข็มทิศในการขับเคลื่อนธุรกิจในทุกมิติ ถือเป็นการส่งสัญญาณครั้งสำคัญว่า อนาคตของการเดินทางและนวัตกรรมวัสดุศาสตร์กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างน่าจับตามองนั้นเองครับ


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...