โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เต็ดตรา แพ้ค เปิดตัว TETRA PAK® FACTORY OS™ นวัตกรรมเพื่อยกระดับอุุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มให้พร้อมต่อยุค AI

Positioningmag

อัพเดต 12 พ.ย. 2568 เวลา 07.19 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2568 เวลา 07.16 น. • PR News

เต็ดตรา แพ้ค เปิดตัว Tetra Pak® Factory OS™️ พอร์ตโฟลิโอระบบอัตโนมัติและดิจิทัลเจเนอเรชันใหม่ (Automation and Digitalisation: A&D) ภายในงานแสดงอุตสาหกรรมระดับโลก Gulfood Manufacturing ที่จัดขึ้นที่ดูไบ โดยโซลูชันโรงงานอัจฉริยะรุ่นนี้ออกแบบบนแนวคิดโมดูลาร์ มีความยืดหยุ่น เปิดกว้าง และสามารถรองรับการขยายขนาดได้ เพื่อยกระดับโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย โดยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอัตโนมัติและดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมวางรากฐานสำคัญสำหรับโรงงานที่พร้อมรองรับเทคโนโลยี AI (AI-ready Factory) ในอนาคต
ประเทศไทยได้กำหนดวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมภายใต้นโยบาย Thailand 4.0 ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติที่มีเป้าหมายในการเปลี่ยนผ่านประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและเน้นคุณค่าโดยอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงและการผลิตอัจฉริยะเป็นกลไกสำคัญ อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลภาคอุตสาหกรรมล่าสุดของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)[1] พบว่า อุตสาหกรรมไทยส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในระดับ Industry 2.0 ซึ่งหมายถึงการใช้เครื่องมือดิจิทัลขั้นพื้นฐานเท่านั้น ขณะที่หลายภาคส่วนยังคงดำเนินงานด้านการผลิตและการออกแบบอยู่ในระดับ Industry 1.0 สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล รวมถึงในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ที่การปรับสู่โรงงานอัตโนมัติและการเชื่อมต่ออย่างเต็มรูปแบบจะมีบทบาทสำคัญในการรักษาความสามารถแข่งขันในตลาดโลก
งานวิจัยเชิงเปรียบเทียบล่าสุด[2] พบว่า โรงงานเครื่องดื่มที่มีการใช้ระบบอัตโนมัติในระดับสูง สามารถเพิ่มประสิทธิ ภาพการใช้เครื่องจักรโดยรวมได้มากขึ้นถึง 20% ลดการสูญเสียผลิตภัณฑ์ลง 45% และลดการหยุดไลน์การผลิตได้ถึง 20% เมื่อเทียบกับโรงงานที่ใช้ระบบอัตโนมัติน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตจำนวนมากยังคงเผชิญความท้าทายในการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ภายในโรงงาน เนื่องจากขาดความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลและมีข้อจำกัดในการเข้าถึงผู้ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจรที่มีความเข้าใจในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มอย่างแท้จริง[3] พอร์ตโฟลิโอใหม่อย่าง Tetra Pak® Factory OS™️ เข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความเชี่ยว ชาญเชิงลึกในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อช่วยผู้ผลิตรับมือกับแรงกดดันด้านต้นทุน บรรลุเป้าหมายความยั่งยืน และเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในอนาคต
หัวใจสำคัญของพอร์ตโฟลิโอรุ่นนี้คือ “แพลตฟอร์มบูรณาการข้อมูล (Data integration platform)” ที่ใช้เทคโนโลยีแบบเปิด พร้อมระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมระดับโลก เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์และระบบต่าง ๆ ภายในโรงงานเข้าด้วยกัน และจัดระเบียบข้อมูลที่กระจัดกระจายแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มสามารถรักษาคุณภาพสินค้าอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้พลังงาน และลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (TCO)[4]
ฌอน ซิมส์ รองประธานฝ่ายระบบอัตโนมัติและโซลูชันของเต็ดตรา แพ้ค กล่าวว่า “ปัจจุบัน ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มต้องกับเผชิญแรงกดดันอย่างมากทั้งจากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ได้มากขึ้นโดยใช้ทรัพยากรน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำ ใช้พลังงาน หรือการลดของเสีย จนไปถึงการรักษาคุณภาพและควบคุมต้นทุน พอร์ตโฟลิโอ Tetra Pak® Factory OS™️ ของเราช่วยแปลงความซับซ้อนของข้อมูลให้มีความชัดเจน ด้วยระบบจัดการข้อมูลแบบมีบริบท ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการนำ AI มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมด้วยระบบอัตโนมัติที่ทรงพลัง ช่วยให้ผู้ผลิตตัดสินใจได้อย่างมั่นใจในสภาวะตลาดที่ผันผวนมากขึ้น”
ชาร์ลส์ แบรนด์ รองประธานบริหารฝ่ายโซลูชันการผลิตและเครื่องจักรของเต็ดตรา แพ้ค กล่าวเสริมว่า “Tetra Pak® Factory OS™️ ไม่ได้เป็นเพียงพอร์ตโฟลิโอเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของวิสัยทัศน์เต็ดตรา แพ้ค ในการขับเคลื่อนอนาคตของการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม โซลูชันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับอนาคตในทศวรรษต่อ ๆ ไป เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตสามารถสร้างโรงงานแห่งอนาคตที่ผสานทั้งความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว”
Tetra Pak® Factory OS™️ ออกแบบมาให้สามารถปรับใช้ได้อย่างยืดหยุ่นตามความพร้อมของแต่ละองค์กร ผู้ผลิตสามารถเริ่มต้นจากการติดตั้งระบบขนาดเล็ก ก่อนขยายไปสู่การติดตั้งที่มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมปรับแต่งโซลูชันให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของแต่ละโรงงาน
นอกจากนี้ยังสามารถจัดเก็บข้อมูลมาตรฐานจากอุปกรณ์เครื่องจักรทุกประเภท ทุกซัพพลายเออร์ ไม่ว่าเก่าหรือใหม่ เพื่อรองรับการทำงานร่วมกันและการขยายระบบได้อย่างไร้รอยต่อ โซลูชันดังกล่าวยังประกอบด้วยฟีเจอร์สำคัญอื่น ๆ เช่น ฟีเจอร์ประสบการณ์ผู้ใช้แบบรวมศูนย์ (Unified User Experience) ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสั่งการและตรวจสอบข้อมูลได้อย่างราบรื่นทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นไลน์การผลิต อุปกรณ์ ไปจนถึงห้องควบคุม ฟีเจอร์ชุดแอปพลิเคชันดิจิทัลสำหรับการตรวจสอบทั้งในด้านวัตถุดิบ คุณภาพ การผลิต และประสิทธิภาพของสินทรัพย์แบบเรียลไทม์ และฟังก์ชันการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในระดับองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยการบูรณาการข้อมูลเชิงบริบททั่วทั้งโรงงาน
พอร์ตโฟลิโอนี้พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือกับ Accenture และได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรชั้นนำอย่าง Siemens, Rockwell Automation และ Inductive Automation ทั้งนี้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของเต็ดตรา แพ้ค ด้านการผลิตอาหารคือหัวใจสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่แท้จริงให้กับผู้ผลิตอาหารได้
Tetra Pak® Factory OS™️ พร้อมให้บริการแล้วทั่วโลก และจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทยสู่ยุคดิจิทัลและความยั่งยืน ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิด “โรงงานแห่งอนาคต” ของเต็ดตรา แพ้ค ได้ที่ เว็บไซต์ www.tetrapak.com/FutureFactory

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...