2026 Beauty & Health Resolutions ก้าวสู่ปีใหม่กับความตั้งใจใหม่ๆ เทรนด์ความงามและสุขภาพไหนบ้างที่จะได้ไปต่อ
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 05 ม.ค. เวลา 14.34 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. เวลา 07.34 น. • HELLO! Magazine Thailandเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 คำว่า Glow Up ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนลุคแบบฉับไวอีกต่อไป แต่คือการดูแลตัวเองอย่างมีทิศทาง ชัดเจน และยั่งยืนมากกว่าเดิม ปีใหม่นี้จึงไม่ใช่เรื่องของทำให้ดูดีขึ้น เพียงอย่างเดียว แต่คือการกลับมาเข้าใจร่างกาย ผิวพรรณ และจังหวะชีวิตของตัวเองอย่างแท้จริง ซึ่งสะท้อนผ่าน 2026 Beauty & Health Resolutions เทรนด์ความงามและสุขภาพที่กำลังจะได้ไปต่อ
Clean Girl Makeup is Out
Clean girl aesthetic กำลังถอยออกจากสปอตไลต์ เปิดทางให้ความงามแบบ Messy and Chic เข้ามามีบทบาทแทนที่ หลังจากที่เราถูกกระตุ้นด้วยภาพของความเพอร์เฟ็กต์ เนี๊ยบ และไร้ที่ติมานานหลายปี เมกอัพในวันนี้จึงกลายเป็นรูปแบบของความไม่สมบูรณ์แบบที่ตั้งใจ การแต่งหน้าที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว โดยยังคงให้ความสำคัญกับงานผิวที่ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมเลือกเน้นความโดดเด่นของเมกอัพเพียงจุดใดจุดหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นดวงตา ริมฝีปาก หรือพวงแก้ม เทรนด์นี้จึงยืนอยู่ตรงกลางระหว่าง clean girl aesthetic และ full glam อย่างพอดี
Skin Investment
2026 Beauty & Health Resolutions คือปีของการ ลงทุนกับผิว อย่างมีวินัย ไม่ว่าจะเป็นการดูแล Skin Barrier, การเลือกสกินแคร์ที่ทำงานร่วมกับจังหวะผิว (Skin Cycle) หรือการให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและโภชนาการพอๆ กับเซรั่มราคาแพง ผิวที่ดูโกลว์จึงไม่ใช่ผลลัพธ์ของไฮไลเตอร์ แต่คือผลรวมของการดูแลที่ต่อเนื่อง และเข้าใจผิวตัวเองอย่างแท้จริง
Fitness is Key
ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนที่สุดในปี 2026 นั่นคือ Fitness ไม่ใช่เทรนด์ แต่คือพื้นฐานของความงาม การออกกำลังกายถูกมองใหม่ในฐานะเครื่องมือดูแลฮอร์โมน ระบบไหลเวียนเลือด สุขภาพผิว และสภาวะอารมณ์ ไม่จำเป็นต้องหนักหรือหักโหม แต่สม่ำเสมอและเหมาะกับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น Strength Training, Pilates, Barre หรือการเคลื่อนไหวเบาๆ ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงจากภายใน
‘Your’ Wellness Routine
ในขณะเดียวกัน เทรนด์ wellness ของปี 2026 ก็ขยับออกจากการไล่ตามสิ่งที่ overhyped และดูดีในสายตาคนอื่น มาสู่การออกแบบรูทีนที่ personalized อย่างแท้จริง บางคนอาจไม่จำเป็นต้องตื่นตีห้าไปคลาสออกกำลังกายสุดโหด แต่อาจรู้สึกดีกับการยืดเหยียดเบาๆ ตอนเช้า หรือเลือกเดินแทนการวิ่ง บางคนอาจไม่เหมาะกับการอดอาหารเป็นช่วงๆ แต่กลับรู้สึกสมดุลขึ้นเมื่อกินครบมื้อและนอนให้พอ เพราะท้ายที่สุดแล้ว wellness ไม่ใช่สูตรสำเร็จเดียวกันสำหรับทุกคน และไม่ใช่เพียงการดูแลร่างกายให้แข็งแรงเท่านั้น แต่คือการดูแล Mind and Soul ไปพร้อมกัน การเลือกสิ่งที่ทำให้เราสบายใจ ลดแรงกดดัน และรู้สึกเป็นตัวเอง คือหัวใจของความสมดุลรูปแบบใหม่