โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

ร้อยเรียงเล่าเรื่อง ‘อาชา’ ต้อนรับปีม้า ‘ทรงพลัง สง่างาม’

เดลินิวส์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
ปีนี้เป็น “ปีม้า” ปีมะเมียที่มีม้าเป็นสัญลักษณ์ ชวนค้นคำตอบนำหลากเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับ ”ม้า” หนึ่งในสัตว์ที่ผูกพันใกล้ชิดกับมนุษย์เรามายาวนาน นำมาชวนรู้จักและเข้าใจความนัยความหมายที่แฝงอยู่

ผ่านเข้าสู่ปีใหม่กันมาแล้ว โดยปีนี้เป็น “ปีม้า” ปีมะเมียที่มีม้าเป็นสัญลักษณ์ โอกาสนี้นำหลากเรื่องราวหลายมิติที่เกี่ยวเนื่องกับ ”ม้า” หนึ่งในสัตว์ที่ผูกพันใกล้ชิดกับมนุษย์เรามายาวนาน นำมาชวนรู้จักและเข้าใจความนัยความหมายที่แฝงอยู่

นำเรื่องน่ารู้ชวนค้นคำตอบ โดย นายสัตวแพทย์เกษตร สุเตชะ ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมทางสัตวแพทย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความรู้ในประเด็นนี้ว่า ถ้าพูดถึงม้า อากัปกริยาม้า ลักษณะเด่นของม้า โดยทั่วไปจะนึกถึง การวิ่ง พละกำลัง ความอดทน ความว่องไว ทั้งความสง่าความสวยงาม ทั้งนี้ ม้านั้นเป็นสัตว์เพียงไม่กี่ชนิดที่มีเหงื่อออกเมื่อออกกำลังกาย ซึ่งสัตว์ส่วนใหญ่จะไม่มีต่อมเหงื่อ อย่าง สุนัก แมว วัวก็ไม่มี แต่สำหรับม้า มี

“ม้า เป็นหนึ่งในกลุ่มสัตว์ที่ใกล้ชิดกับคน มนุษย์เริ่มนำม้าเข้ามาเป็นสัตว์เลี้ยงประมาณ 5,000 ถึง 5,500 ปีก่อน โดยพบหลักฐานอุปกรณ์ต่างๆที่คาดว่าใช้บังคับม้าเป็นหลักฐานแรกๆจากทางฝั่งทางยุโรปที่นำม้ามาใช้ ส่วนในปัจจุบัน ม้าเปลี่ยนแปลงมาเป็นสัตว์เลี้ยงโดยสมบูรณ์”

ในโลกมีม้าป่าอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ม้าป่าเอเชีย หรือที่เรียกว่า ม้าป่าพรีวาลสกี้ (Przewalski's horse) เป็นม้าป่าที่พบทางตอนเหนือของทวีปเอเชีย ประเทศจีน มองโกเลีย คาซักสถาน ฯลฯ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งของม้าป่าคือ ม้าลาย ม้าที่อยู่ในทวีปแอฟริกาซึ่งแบ่งออกเป็นสายพันธุ์ย่อยอีกหลายสายพันธุ์

ปัจจุบันจะแยกม้าป่ากับม้าเลี้ยงออกจากกัน โดย ม้าป่าก็คือม้าป่า ส่วนม้าเลี้ยงก็คือม้าเลี้ยง และม้าเลี้ยงทั่วโลกแบ่งเป็นสายพันธุ์ได้อีกมากมาย จากที่กล่าว ม้าผูกพันกับคน เหมือนอย่าง ช้าง หากเป็นคนไทยจะสนิทกับช้าง ขณะที่คนยุโรป อเมริกาจะสนิทกับม้า เลี้ยงผูกพันกันมายาวนาน ทั้งมีการนำม้ามาใช้งาน มีการประดิษฐ์สิ่งของมากมายที่เกี่ยวกับม้า โดยเริ่มต้นจากใช้แรงงานอย่างเช่น ทำไร่ทำสวน นำม้ามาเป็นพาหนะขนลากของ ทั้งยังเป็นอาหาร อย่างเช่น นมม้าสามารถนำมาทำเป็นชีส หรือในยามรบก็ใช้ม้า ฯลฯ

ม้า ยังเกี่ยวเนื่องกับกีฬา โดยมีกีฬาศิลปะการบังคับม้าตามท่าทางที่กำหนด มี การแข่งม้า ซึ่งมีมายาวนาน โดยม้าแข่งเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่มากของโลก ส่วนการแข่งม้าในประเทศไทยก็มีมายาวนานเช่นกัน คุณหมอเกษตร อธิบายอีกว่า สำหรับม้าที่มีในประเทศไทย มักมีคำถามว่าม้าในประเทศไทยมาจากไหน? ซึ่งก็เป็นไปได้ที่มีการซื้อนำเข้ามา เช่น ม้าพันธุ์อเมริกัน พันธุ์อาราเบียน ฯลฯ เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยง นำมาฝึกสอนขี่ม้า ฝึกเพื่อแข่งขันขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง และ ม้าแกลบ ม้าขนาดเล็ก อย่างเช่น ม้าเดินชายหาด ม้าลากเลื่อน ฯลฯ โดยในส่วนนี้นั้นมีความน่าสนใจ

“ม้าแกลบในประเทศไทยจากการตรวจ DNA เป็นม้าสายพันธุ์เดียวกับม้าบ้านมองโกเลีย ซึ่งประเทศไทยอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่มองโกเลียตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียเหนือ ที่ผ่านมาจึงมีผู้สนใจศึกษาความเป็นมา และจากสมมุติฐานพบสอง สามข้อที่น่าสนใจ”

ม้าบ้านมองกโกเลียถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในประเทศจีน ใช้มาอย่างยาวนาน อย่างเช่น ในการรบ มีกองทัพม้า มีการใช้อยู่ทั่วประเทศ อีกส่วนหนึ่งใช้ม้าเพื่อขนส่งสินค้าในระยะใกล้ๆ หรือขนส่งสินค้าตามหุบเขา โดยที่มลฑลยูนนาน เป็แหล่งผลิตชาที่สำคัญของจีน อย่างเช่น ชาผู่เออร์ ชาที่มีเทคนิคการหมักพิเศษ และด้วยที่เป็นพื้นที่ที่อยู่ในหุบเขาจึงใช้ม้าในการขนส่งสินค้า ในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมจีน มีบางส่วนอพยพมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงภาคเหนือของไทยก็อาจนำม้ามาด้วย รวมถึง ลา ล่อ นำมาใช้งาน ใช้ขนส่งสินค้า”

จากนั้นคนในที่ราบก็นำม้ามาใช้งาน จากที่ใช้ม้าตามหุบเขาก็มาสู่พื้นราบ และก็ไม่หยุดอยู่เพียงแค่ทางภาคเหนือ แต่ขยายไปในภูมิภาคต่างๆ จะเห็นว่ามีม้าที่ใช้เดินชายหาด ม้าเต้นรำหน้านาค แห่นาคในงานบวช ซึ่งก็เป็นม้าแกลบ หรือบางคนก็เรียก ม้าไทย แต่อย่างไรแล้วเป็นม้าที่มีความผูกพันกับม้าบ้านมองโกเลีย ทั้งนี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรานั้นไม่มีม้า

“ม้าที่ลงมาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผ่านมาทางคนจีน และการค้าระหว่างจีน ในทางกลับกันขณะที่จีนนำสินค้ามาขายคนไทย เราก็นำเครื่องเคลือบสังคโลกกลับไปขายด้วยเช่นกัน ขายในเขตแดนใกล้ๆ หรือส่งเป็นเครื่องบรรณาการ โดยใช้ม้าเป็นพาหนะ ส่วนเมืองที่ไกลออกไปก็ขนส่งไปทางเรือออกจากแม่น้ำเจ้าพระยาออกไป”

ม้าจึงเป็นสิ่งที่เชื่อมวัฒนธรรม เชื่อมความสัมพันธ์ของผู้คนเข้าด้วยกัน ทั้งเป็นพาหนะ ใช้ขนส่งสินค้า โดยม้านั้นมีความเร็ว ปราดเปรียวกว่าวัว กว่าช้าง ในทางสัตววิทยาม้าเป็นสัตว์ที่ยืนด้วยนิ้วนิ้วเดียว ร่างกายจึงออกแบบมาให้วิ่งและเดินเท่านั้น หากในทุกวันของม้าถ้าไม่ออกมาวิ่งก็จะมีปัญหา ท้องอืดถึงแก่ชีวิตได้

สำหรับ ม้าลาย เป็นหนึ่งในม้าที่เด็กทั่วโลกรู้จักและจดจำได้ดีกับแถบลายดำขาว “ลายดำขาว บนตัวม้าลายนั้นมีความหมาย โดยในแอฟริกันมีแมลงและยุงอยู่มาก แถบลายสีดำขาวของม้าลายสามารถช่วยไล่แมลงที่มารบกวน มาดูดกินเลือด โดยผลลัพท์นี้มีงานวิจัย มีการทดลองที่ไขคำตอบประโยชน์จากลายม้าลาย”

อาจารย์หมอเกษตรอธิบายเพิ่มอีกว่า ม้าในมิติสัตว์เลี้ยงมีมายาวนานและพัฒนาสายพันธุ์ไว้มากมาย อย่างเช่น ม้าแคระ เป็นกลุ่มม้าแฟนซี หรือ ม้าขาวอาร์เจนตินา ขนมีสีสวยมลังมะเลืองหรือ ม้ายักษ์ ม้าที่มีลักษณะโดดเด่นรูปร่างใหญ่โต กล้ามเนื้อแน่น เดินกุบกับ บางทีก็นำมาใช้เพื่อการท่องเที่ยว ฯลฯ

เมื่อมีม้าก็มีการสร้าง อุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวเนื่องกับม้า ใช้กับม้า เกิดงานหัตถกรรม ไม่ว่าจะเป็น อานม้า ที่เหมาะสำหรับการขี่ม้า เกือกม้า ที่ต่อมานำมาเป็นโลโก้สินค้า และมีความเชื่อโดยชาวยุโรปหลายประเทศจะเก็บเกือกม้าที่ใช้แล้วเป็นเหมือนเครื่องรางเรียกเงินทอง ทั้งมีอาชีพที่เกี่ยวกับม้า เกิดคาวบอย ซึ่งใช้ม้าในการเลี้ยงวัว เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่ทำให้คนอเมริกันผูกพันกับม้า หรือ สัตวแพทย์ม้า สัตวแพทย์แรกของโลก ด้วยที่ม้าถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย โดยเริ่มต้นจากในยุโรปก่อน จากนั้นจึงมีสัตวแพทย์อื่นๆ ตามมา หมอม้า จึงเป็นหนึ่งในอาชีพเฉพาะทาง โดยประเทศไทยก็มีหมอม้าโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ในความนัยความหมายของม้า ยังเป็นสื่อแทนความหมายเป็นจุดเริ่มต้น นำมาเปรียบเปรยให้แง่คิด อย่างเช่น เครื่องยนต์กี่แรงม้า หน่วยที่ใช้วัดกำลังของเครื่องยนต์ แสดงถึงพละกำลัง จากที่กล่าวหากนึกถึงม้า จะนึกถึงความก้าวหน้า ว่องไว ความโดดเด่น สง่าเวลาที่ม้าก้าวย่าง หรือ สำนวนที่เกี่ยวกับม้า ก็มีอยู่ไม่น้อย อย่างเช่น ม้ามืด ม้าเร็ว ม้าเหล็ก ม้าตีนปลาย คนพลังม้า ฯลฯ โดยม้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มีความผูกพันกับมนุษย์มายาวนาน

จากที่กล่าวม้าเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมของคนยุโรป อเมริกา เค้าเลี้ยงม้าโดยม้าถือเป็นสมาชิกหนึ่งในบ้าน นอกจากนี้มนุษย์ยังได้รับประโยชน์จากม้า อาชาบำบัด ช่วยบำบัดรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพกาย สุขภาพใจ เพิ่มความมั่นใจ สมาธิ ทั้งนำมาใช้ในรักษาเด็กพิเศษ กระตุ้นพัฒนาการทางด้านร่างกาย และอารมณ์ การได้ลูบสัมผัสม้า ได้ให้อาหาร ขี่ม้าใกล้ชิดกัน ม้านั้นสามารถรับรู้อารมณ์ได้ดี ฯลฯ

ในปัจจุบันยังมีการทำฟาร์ม้าเพื่อเป็น อาหาร เพื่อการบริโภคแยกออกมาโดยเฉพาะ ในมิติอาหารมีเมนูอาหาร ผลิตภัณฑ์อาหารจากม้าที่หลากหลาย อย่างเช่น ไส้กรอก ซาลามีจากเนื้อม้า มีตำรับอาหารจากเนื้อม้าซึ่งเป็นที่นิยมในหลายประเทศ อีกทั้งม้ายัง นำมาเป็นสัญญลักษณ์มงคล นำมาอวยพรให้แก่กัน ดั่งปรากฏในภาพวาด ถ้อยคำอวยพร ฯลฯ เป็นส่วนหนึ่งที่บอกเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องจากม้า นำมาร้อยเรียงชวนรู้จักกับ “ม้า” อาชาที่แข็งแกร่ง

ต้อนรับการเริ่มต้นปีที่สดใส ทรงพลัง สง่างาม ที่พร้อมพุ่งทะยานก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง.

พงษ์พรรณ บุญเลิศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...