‘ตามหายา K’ ชวนทำความรู้จักยาเคตามีน และติดตามความคืบหน้าคดียาเคล็อตใหญ่ที่สุดกว่า 11.5 ตัน
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ได้มีการแถลงว่าจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามยาเสพติด และศุลากากรว่า ได้ยึดยาเคตามีนล็อตใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 11.5 ตัน มูลค่ากว่าประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท ในโกดังเก็บของแห่งหนึ่งในอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา . อย่างไรก็ตาม มาถึงวันนี้ (19 พ.ย.) เวลาได้ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์แล้ว และสังคมยังตั้งตารอความคืบหน้าในคดีดังกล่าว พร้อมมีการตั้งคำถามถึงความไม่โปร่งใส วันนี้ TheMATTER จึงมาอธิบายคดีดังกล่าวให้ฟังกัน . 12 พฤศจิกายน 2563 - ป.ป.ส., ตร.ปส., UNODC, ตำรวจภูธร จ.ฉะเชิงเทรา และ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมได้ร่วมกันแถลงผลการตรวจยึดยาเคตามีนล็อตใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย เป็นจำนวนกว่า 11.5 ตัน มูลค่ากว่า 3.8 หมื่นพันล้านบาท ก่อนแถลงผลต่อว่า การยึดค้นครั้งนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มยาเสพติดข้ามชาติ โดยน่าจะมีการลักลอบผ่านพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ และจะติดตามผลต่อไป . ระหว่างวันที่ 13 - 17 พฤศจิกายน 2563 - ยังไม่มีการแถลงเพิ่มเติมใดๆ จากเจ้าหน้าที่ . 18 พฤศจิกายน 2563 - ป.ป.ส. ได้ขยายผลการตรวจยึดโดยเปิดเผยว่า กำลังติดตามชายชาวไทยที่เป็นผู้มาทำสัญญาเช่าโกดังตั้งแต่เดือนกรกฏาคม เพื่อเก็บเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งท้ายสุดปรากฎว่าเช่าเพื่อเก็บยาเคตามีน โดยเจ้าหน้าที่เปิดเผยอีกว่าชายชาวไทยคนดังกล่าวจะเป็นชนเผ่าที่อาศัยอยู่ทางภาคเหนือของไทย และขณะนี้น่าจะกำลังหลบหนีอยู่ในประเทศ . และขณะนี้ ป.ป.ส. กำลังติดตามและประสานงานกับหน่วยงานของประเทศปลายทาง ที่ก่อนหน้านี้มีการจับยาเคตามีน 300 กิโลกรัม รวมถึงกำลังขอข้อมูลจากธนาคารพาณิชย์เพื่อให้ตรวจสอบบัญชีและเส้นทางการทำธุรกรรม แต่ในขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมข้อมูล . อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน คณะราษฎรซึ่งรวมตัวบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ก็ได้มีการปราศรัยตั้งคำถามว่าในขณะนี้ยาเคตามีนปริมาณมหาศาลขนาดนั้นหายไปไหน ตลอดจนมีการพ่นสีบนถนนหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นข้อความว่า ‘ตามหายา K’ . และล่าสุดในโลกโซเชียลได้มีการตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงระหว่างยาเคตามีนล็อตนี้ กับกฎกระทรวงอนุญาตให้จำหน่ายหรือครอบครอง ยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 พ.ศ. 2563 ที่เพิ่งออกมาเมื่ดอวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา . TheMATTER จึงติดต่อไปยัง วิชัย ไชยมงคล เลขาฯ ปปส. เขาได้อธิบายว่า ยาเคตามีน ไม่ใช่ยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด อย่างที่สังคมตั้งคำถามกัน แต่มันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท นอกจากนี้ และอยู่ภายใต้กฎหมายคนละตัวกัน เขายังแสดงความเห็นเพิ่มเติมว่ากฎกระทรวงน่าจะต้องใช้เวลาร่างกันร่วมปี ดังนั้น เรื่องไทม์ไลน์เวลาที่ใกล้กันน่าจะเป็นเพียงความบังเอิญ . ทั้งนี้ เราได้ทำการตรวจสอบและพบว่าข้อมูลดังกล่าวตรงกัน ดังนี้ ‘ยาเคตามีน’ เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ทางการแพทย์มักนำไปใช้แทนยาสลบ หรือบรรเทาอาการหอบหืด ตลอดจนอาการปวดหลังผ่าตัด และใช้รักษาอาการซึมเศร้าในโรคไบโพลา อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังมีการนำยาเคตามีนไปสกัดให้เป็นผง เพื่อนำมาเสพ ทำให้ผู้เสพมีฤทธิ์หลอนประสาทอย่างรุนแรง มีอาการเคลิบเคลิ้น และการรับรู้ด้านประสาทสัมผัสเปลี่ยนไป . เลขาฯ ป.ป.ส. กล่าวถึงกระบวนการสอบสวนว่า ในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนส่งยาเคตามีนที่ยึดได้ไปตรวจสอบภายในแล็บ ส่วนเรื่องกระบวนการสืบสวน ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนเพิ่มเติมถึงความเกี่ยวข้องระหว่างเจ้าของโกดัง และเจ้าของยาเคตามีน อย่างไรก็ดี วิชัย ตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าของโกดังก็ให้ความร่วมมือแต่โดยดี . วิขัย กล่าวต่อว่า ยาเคตามีนล็อตนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาต่างชาติ ซึ่งการจะดำเนินคดีจำเป็นต้องยื่นผ่านสำนักงานอัยการสูงสุด จึงจำเป็นต้องใช้เวลา ส่วนทาง ฝั่งไทย น่าจะเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาบริเวณแนวตะเข็บชายแดน ทั้งนี้ เลขาฯ ป.ป.ส. ยืนยันว่าจะมีการแถลงเพิ่มเติมทันที ที่คดีมีความคืบหน้า . . อ้างอิง: https://www.sanook.com/health/9637/ https://www.thairath.co.th/news/crime/1975489 #Brief #TheMATTER #ตามหายาK