โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิกฤต อาหารเสริม-แชร์ลูกโซ่ สะเทือน..ขายตรง ไม่หยุด

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 25 พ.ค. 2561 เวลา 11.20 น.

คอลัมน์ จับกระแสตลาด

ธุรกิจขายตรงตกเป็นเป้าจับตาของหน่วยงานรัฐและสาธารณชนอีกครั้ง จากเหตุการณ์ทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่และผู้ผลิต-จำหน่ายอาหารเสริมผิดกฎหมายรายใหญ่

ปรากฏการณ์ระลอกนี้ ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทั้งในและนอกวงการ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดเรื่องการควบคุมโฆษณา การตรวจสอบสินค้า รวมไปถึงการวางเงินประกันสำหรับชดเชยความเสียหายมูลค่าหลายสิบล้านบาท

เช่นเดียวกับภาพลักษณ์ของธุรกิจขายตรงในสายตาผู้บริโภคอาจที่ตกต่ำลง

หัวขบวนขายตรง“สุชาดา ธีรวชิรกุล” ในฐานะนายกสมาคมการขายตรงไทย ซึ่งมีสมาชิก 33 บริษัท ครอบคลุมยอดขาย 60% ของตลาด ฉายภาพตลาดขายตรงมีมูลค่าประมาณ 9 หมื่นล้านบาทว่า ช่วง 4 เดือนแรกเติบโตเล็กน้อย และคาดว่าจะดีขึ้นในครึ่งปีหลัง ด้วยแรงหนุนจากกระแสนิยมอาชีพอิสระและสภาพเศรษฐกิจที่กระตุ้นการมีอาชีพเสริม

ผลักดันให้คนวัยทำงานรุ่นใหม่อายุ 25-35 ปี และนักศึกษาซึ่งมีเวลาว่างและทัศนคติพร้อมทดลองสิ่งแปลกใหม่มากกว่าคนรุ่นก่อน หันมาเป็นนักขายมากขึ้นเรื่อย ๆ หวังสร้างรายได้เสริม ในขณะที่ผู้ประกอบการมีประมาณ 200 ราย และมีหน้าใหม่ทั้งในและนอกประเทศเข้ามาต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม มีเหตุให้ความท้าทายสูงขึ้น โดยเฉพาะการจับกุมเครือข่ายแชร์ลูกโซ่รายใหญ่ ซึ่งนอกจากกระทบความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของธุรกิจขายตรงแล้ว ยังทำให้หน่วยงานรัฐหลายแห่งเพิ่มความเข้มงวดด้านต่าง ๆ อาทิ การโฆษณา การตั้งศูนย์ตรวจสอบสินค้า

รวมถึงพิจารณาออกกฎหมายลูก “ร่างกฎกระทรวงการวางหลักประกันการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง” ให้ผู้ประกอบการวางเงินประกันเพื่อป้องกันความเสียหาย ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องจับตาดูและเตรียมพร้อมปรับตัวตาม เช่นเดียวกับกระแสอีคอมเมิร์ซซึ่งเข้ามาชิงเม็ดเงินในกระเป๋าของผู้บริโภค

สำหรับสมาคมเดินหน้าประสานงานกับภาครัฐเพื่อปรับร่าง กม.ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพธุรกิจ เช่น วงเงินประกันที่พยายามกำหนดขอบเขตให้อยู่ระหว่าง 2.5 หมื่น-2 แสนบาทตามสัดส่วนยอดขายของแต่ละราย และชดเชยเฉพาะกรณีความเสียหายที่เกิดจากสินค้าเท่านั้น

จากแนวคิดเดิมที่ให้ชดเชยกรณีแชร์ลูกโซ่และวางเงินประกันหลักหลายสิบล้านบาทนั้น ส่งผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการขายตรงที่ถูกกฎหมายมากเกินไป เนื่องจากราคาสินค้าที่ขายมีเพียงหลักหมื่นบาทและโอกาสเกิดปัญหาพร้อมกันมีต่ำ

ทั้งนี้ ต้องจับตาดูว่าสุดท้าย กม.ที่จะประกาศออกมาจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

“ในทางปฏิบัติผู้ประกอบการขายตรงมักรับมือปัญหาและชดเชยจนผู้เสียหายพึงพอใจได้ก่อนที่เรื่องจะไปถึงหน่วยงานรัฐอยู่แล้ว”

ในส่วนของการตั้งศูนย์ตรวจสอบสินค้าอาหารเสริมและความงาม รวมถึงการควบคุมโฆษณาของ กสทช.นั้น มองว่าหากสามารถปฏิบัติได้จริง จะเป็นปัจจัยบวกช่วยแยกธุรกิจขายตรงที่ถูกต้องตามกฎหมายออกจากแชร์ลูกโซ่ และผู้ผลิต-ขายอาหารเสริมผิดกฎหมาย อีกทั้งยังสามารถพลิกมาใช้เป็นโอกาสทำตลาดสินค้า โดยชูเรื่องสามารถผ่านการตรวจสอบ รวมถึงเน้นย้ำภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากแชร์ลูกโซ่ เช่น การรับซื้อคืนสินค้าอายุไม่เกิน 12 เดือน เมื่อนักขายเลิกทำธุรกิจ เป็นต้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักขายและผู้บริโภค

นอกจากนี้ เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุก โดยจัดงานแนะนำสมาคมหรือโอเพ่นเฮาส์เป็นครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อชักชวนผู้ประกอบการขายตรงเข้ามาเป็นสมาชิก ซึ่งจะต้องผ่านการตรวจสอบด้านจรรยาบรรณและโมเดลธุรกิจซึ่งต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.ขายตรงและการตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 และไม่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ โดยจูงใจด้วยสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ทั้งโอกาสสร้างความเชื่อมั่นจากการใช้สัญลักษณ์ของสมาคม และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งในและนอกประเทศ รวมถึงการร่วมแสดงความเห็นต่อหน่วยงานรัฐเมื่อออกนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขายตรง

“การดึงผู้ประกอบการเข้าเป็นสมาชิกสมาคมถือเป็นการคัดกรองและกระตุ้นให้ผู้ประกอบการรายใหม่รับรู้และปรับปรุงธุรกิจให้ถูกต้องตาม กม. ถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ช่วยรักษาภาพลักษณ์ของธุรกิจขายตรงโดยรวม”

เชื่อว่ากลยุทธ์ของสมาคมและการปรับตัวของบรรดาผู้ประกอบธุรกิจในตลาดจะสามารถเรียกความเชื่อมั่น รวมถึงผลักดันให้ธุรกิจขายตรงเติบโตได้ตามที่คาดการณ์ไว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...