โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เทรนด์นี้ดีไหม? ทำน้องสาว-น้องชาย ขาวอมชมพู

Jeban.com

เผยแพร่ 23 ก.พ. 2561 เวลา 17.00 น. • HT

เทรนด์นี้กำลังมาจริงๆ เหรอ???

พี่ริต้าเห็นข่าวมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่มาคิดอีกทีข่าวที่เป็นกระแสคงมาจากการทำการตลาดของสถานเสริมความงามบางแห่ง ที่ให้บริการทำให้น้องสาว น้องชายมีผิวสีขาวขึ้น ช่วยทำให้ผิวตรงจุดนั้นที่เคยดำคล้ำให้ขาวอมชมพูขึ้นมา ชักชวนว่า มาทำกันเถอะเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ!

จำเป็นต้องขาวเหรอ?

ความจริงผิวหนังบริเวณนั้นมักมีสีคล้ำอยู่แล้ว เพราะมีปริมาณเม็ดสีเมลานินมากกว่าผิวหนังบริเวณอื่นๆ ส่วนปัจจัยที่ทำให้ตรงจุดนั้นคล้ำขึ้นไปอีกก็มีหลายอย่าง ทั้งอายุที่มากขึ้น การมีเพศสัมพันธ์ การคลอดลูก การเสียดสี และความอับชื้นก็ทำให้ผิวคล้ำลงได้ ส่วนใหญ่สีของน้องเรามักเป็นสีเดียวกับหัวนมหรือริมฝีปาก แต่ถ้าคล้ำกว่านั้นก็ไม่ได้ผิดปกติอะไรนะ

สำหรับพี่ริต้ามองว่า ถ้าจุดนั้นผิวขาวใสอมชมพูได้ก็คงน่ารักดี แต่ถามว่าจำเป็นต้องขาวเพื่อสร้างความมั่นใจหรือไม่ เพราะเราก็ไม่ได้โชว์ใครอยู่แล้วนอกจากคนใกล้ตัว ถ้ากับคนใกล้ตัวพี่ริต้าว่ามีองค์ประกอบอื่นๆ ที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้ได้มากกว่า เช่น ลีลาที่เร้าใจ ความกระชับ ความอึดอดทน เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ฝึกกันได้อยู่แล้ว

ทำขาวอย่างไร?

กระบวนการทำขาวที่ใช้กันอยู่ตามโฆษณาคือ การใช้เลเซอร์ โดยมีสถาบันความงามหรือโรงพยาบาลศัลยกรรมความงามบางแห่งเริ่มให้บริการนี้ เลเซอร์ที่จะใช้ก็เป็นเลเซอร์ในกลุ่มเดียวกับที่ใช้บำรุงรักษาให้ผิวหน้าสว่างกระจ่างใส ลดรอยดำ กระ ฝ้า และรอยแผลเป็นนั่นเอง 

แต่การนำเลเซอร์มาใช้กับผิวอ่อนบางของน้องสาวน้องชายอาจมีการปรับเปลี่ยนค่าพลังงานและความถี่เพื่อให้เหมาะสมกับผิวบริเวณนั้น เลเซอร์ทำหน้าที่ลดจำนวนเม็ดสีบริเวณผิวหนังทำให้บริเวณนั้นคล้ำน้อยลง ดังนั้นเวลาทำก็สามารถช่วยลดความหมองคล้ำของผิวหนังบริเวณโดยรอบทั้งหมดได้ ไม่ว่าจะเป็นหัวหน่าว อัณฑะ องคชาต ขาหนีบ และต้นขา

มีอันตรายอะไรหรือเปล่า?

พี่ริต้าก็ลองไปหาข่าวว่ามีใครคอมเม้นท์เรื่องนี้อย่างไร เจอว่ามีคุณหมอที่น่าเชื่อถือให้ข่าวกับสื่อไว้หลายคน อย่าง ศ.ดร.นพ.ประวิตร อัศวานนท์ ประชาสัมพันธ์ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ได้ออกมาให้ข้อมูลกับ workpointnews ว่าสีที่เกิดขึ้นอาจไม่เรียบกระดำกระด่าง โดยเฉพาะจุดนั้นมีโอกาสที่จะกระดำกระด่างค่อนข้างเยอะ ยิ่งถ้าทำในมือคนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญมาก ถ้าเกิดแผลที่ลึกจนเกินไปจะกลายเป็นแผลเป็นได้ 

นอกจากนี้ถึงแม้ว่าผิวจะขาวขึ้นบ้าง แต่ก็คงเกิดขึ้นชั่วคราว เพราะสีผิวจะปรับมาเป็นสีเดิมตามกรรมพันธุ์ของเรา ด้าน พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีนี้กับ khaosod ว่าในทางการแพทย์มีการนำเลเซอร์มาใช้เพื่อรักษาฝ้า กระ ปานแดง ปานดำ รวมถึงมีการนำเลเซอร์มาประยุกต์ใช้ในการทำให้ริมฝีปากหรือหัวนมมีสีชมพู แต่ยังไม่เคยมีการใช้เลเซอร์เพื่อทำให้อวัยวะเพศชายขาวขึ้น 

โดยหลักของการทำเลเซอร์เพื่อช่วยลดจำนวนเม็ดสีให้น้อยลง เนื่องจากการทำเลเซอร์จะไปทำลายเม็ดสีของผิว ซึ่งจะมีผลข้างเคียงคือ ผลข้างเคียงจากการทำเลเซอร์ บริเวณอวัยวะเพศชายเป็นผิวหนังที่ค่อนข้างอ่อนไหวจึงไม่อยากให้เกิดการกระทบกระเทือน ที่สำคัญบริเวณอวัยวะเพศชายยังมีเส้นเลือดและเส้นประสาทจำนวนมาก ซึ่งอาจเกิดปัญหาได้

ส่วน นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ได้พูดถึงการใช้เลเซอร์เพื่อทำให้ผิวขาวกับทาง workpointnews โดยบอกว่าการใช้เลเซอร์กับอวัยวะเพศชายอาจส่งผลกระทบถึงระบบสืบพันธุ์และการมีเพศสัมพันธ์ได้ อีกทั้งยังมองว่าการทำเลเซอร์ให้อวัยวะเพศขาวขึ้นนั้นไม่ใช่สิ่งจำเป็น

ถ้าจะทำต้องระวังอย่างไร?

ฟังคุณหมอเตือนแล้ว แต่หลายคนก็อยากลอง ถ้าตัดสินใจจะลองทำจริงๆ ก็ควรระวังเรื่องผลข้างเคียงจากการทำเลเซอร์ด้วย แม้การทำเลเซอร์จะไม่มีบาดแผล ไม่เจ็บมาก สามารถโดนน้ำทำความสะอาดได้ตามปกติ แต่หลังจากการเลเซอร์อาจรู้สึกแสบๆ ร้อนๆ เล็กน้อย ดังนั้นเพื่อป้องกันอาการระคายเคืองควรงดกุ๊กกิ๊กกับคุณแฟนใน 24 ชั่วโมงแรก และหลายคนอาจต้องทำซ้ำอีก 1 - 2 ครั้ง เพื่อให้ได้ผลตามที่ต้องการ ขึ้นอยู่สภาพผิวของแต่ละคนค่ะ

ดูเนื้อหาแบบเต็มๆ กดเลย

คุย LINE@ กับ Jeban

ติดตามเรื่องราวไลฟ์สไตล์บิวตี้ ที่มีมาอัพเดทกันทุกวัน กับฮาวทูปังๆ และไอเท็มเด็ด ที่สาวๆ หยิบมาแชร์กัน ได้ที่ jeban.com และช่องทาง Facebook : Jebandotcom

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...