โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดสถิติ 10 ปี Sell in May หุ้นไทย จับสัญญาณเทขายในวิกฤต "โควิด"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 พ.ค. 2563 เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2563 เวลา 03.41 น.

ปรากฏการณ์ “Sell in May” เป็นปรากฏการณ์ที่ตลาดหุ้นทั่วโลก มักจะถูกเทขายในเดือน พ.ค. จนผลตอบแทนติดลบ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยเอง ก็พบว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET index) เดือน พ.ค. ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ก็มีจำนวนครั้งที่ให้ผลตอบแทนติดลบมากที่สุดเมื่อเทียบกับเดือนอื่น ๆ อย่างไรก็ดี สำหรับปี 2563 นี้ ตลาดหุ้นไทยลบหนักไปตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ทำให้มีบางกระแสมองว่า ปีนี้ “Sell in May” อาจจะไม่ได้รุนแรง

“กิจพณ ไพรไพศาลกิจ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า สถิติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2553-2562) SET index ในเดือน พ.ค.ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -2% โดยมีถึง 8 ปีที่ผลตอบแทนติดลบซึ่งมีสาเหตุมาจากที่ตลาดหุ้นช่วงต้นปีส่วนใหญ่ได้สะท้อนปัจจัยบวกต่าง ๆ ไปแล้ว พอถึงเดือน พ.ค. ที่เป็นช่วงที่บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ประกาศจ่ายเงินปันผล และมีการส่งเงินปันผลออกนอกประเทศ ทั้งยังเป็นช่วงที่นักลงทุนสถาบันต่างประเทศที่ลงทุนในหุ้นไทยทยอยขายทำกำไร จึงส่งผลให้เกิด “Sell in May” ขึ้น

ขณะที่แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในเดือน พ.ค. 2563 นี้ แม้เม็ดเงินลงทุนจากกลุ่มสถาบันต่างประเทศ (fund flow) จะยังไม่เข้าลงทุนในตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีก็จริง แต่ตลาดหุ้นไทยในเดือน พ.ค.นี้ ก็ยังมีความเสี่ยงถูกเทขายต่อเนื่อง จากปัจจัยลบ คือ สถานการณ์โควิด-19 ที่กดดันเศรษฐกิจไทย การท่องเที่ยวที่หยุดชะงัก และปัญหาภัยแล้ง

“เราประเมินว่านักลงทุนต่างชาติ จะลดน้ำหนักการลงทุนในภูมิภาคเอเชียลงต่อเนื่อง โดยมีเพียงประเทศจีนเท่านั้นที่ต่างชาติจะเพิ่มน้ำหนักการลงทุน เนื่องจากเป็นประเทศที่ MSCI ประกาศเพิ่มน้ำหนักการลงทุน และเป็นประเทศที่เกิดการระบาดของโควิด-19 แรก ๆ และ ผ่านจุดแย่สุดไปแล้ว”

โดยกลยุทธ์การลงทุน “กิจพณ” บอกว่าโอกาสปรับขึ้น (upside) ของ SET index เริ่มจำกัด หลังดัชนีปรับขึ้นจากจุดต่ำสุดที่ 969 จุด มาอยู่ที่ 1,270 จุด เพิ่มขึ้นราว 570 จุด หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 31%ดังนั้น จึงแนะนำนักลงทุน “ถือเงินสด” และรอเข้าลงทุนอีกครั้ง เมื่อดัชนีปรับฐานไปอยู่บริเวณ 1,200 จุด

“ไม่ควรเพิ่มน้ำหนักการลงทุนตอนนี้ หลังดัชนีผ่าน 1,250 จุดไปแล้ว เรามองว่านักลงทุนไม่ควรจะบู๊ และควรทยอยขายหุ้นมาถือเงินสดในพอร์ต 30% แต่ถ้านักลงทุนที่ไม่มีสัดส่วนเงินสดในพอร์ตเลย ก็แนะนำแบ่งขายเพื่อสำรองเงินสดไว้เข้าสะสมหุ้นเมื่อดัชนีปรับฐานลงมาแถวแนวรับ 1,200-1,220 จุด”

“อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล” ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า การลงทุนในเดือน พ.ค. ต้องระวังความผันผวนเมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งของเดือน เนื่องจากนักวิเคราะห์น่าจะเริ่มปรับประมาณการกำไร บจ. ปี 2563 ลงอีก หลังจากรับทราบผลประกอบการไตรมาส 1/2563 ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ได้สะท้อนผลกระทบเต็มที่จากโควิด-19 และการปิดเมือง จึงคาดว่าผลกระทบหนักที่สุดน่าจะเกิดขึ้นกับผลประกอบการไตรมาส 2 อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันนักวิเคราะห์ได้ปรับประมาณการกำไรของตลาดปีนี้ไปแล้ว 27.4% มาอยู่ที่ 74.0 บาทต่อหุ้น และปี 2564 ถูกปรับลงไป 19.4% มาอยู่ที่ 89.1 บาทต่อหุ้น

“บล.ทิสโก้ ประมาณการกำไรของตลาดที่ถูกปรับลงทุก ๆ 1% จะมีผลต่อการปรับลดลงของดัชนีหุ้นไทยประมาณ 13 จุด”

“อภิชาติ” กล่าวอีกว่า บล.ทิสโก้ ยังคงมีมุมมองว่าดัชนีหุ้นไทยในระดับปัจจุบันเริ่มมี upside จำกัด และช่วงนี้ไม่ใช่จังหวะซื้อเพื่อการลงทุน แต่เป็นการซื้อเพื่อการเทรดดิ้งรอบสั้น ๆ โดยแนวรับสำคัญของเดือน พ.ค.อยู่ที่ 1,270 จุด ขณะที่แนวต้านสำคัญของเดือน พ.ค. อยู่ที่ 1,320-1,330 จุด

ด้านฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ปีนี้เริ่มต้นเดือน พ.ค. มา ตลาดหุ้นทั่วโลก 71 ใน 94 ประเทศ ปรับตัวลดลงทั้งสิ้น และหากสังเกตจากดัชนี MSCI ACWI (ดัชนีเปรียบเทียบผลตอบแทนหุ้นทั่วโลก) พบว่า ลดลงถึง 2.2% ตั้งแต่ต้น พ.ค.ถึงปัจจุบัน ขณะที่ไทยที่เพิ่งเปิดทำการวันแรกเมื่อ 5 พ.ค. ซึ่งในวันดังกล่าวดัชนีก็ลดลงทันที 1.77%

ส่วนหนึ่งเกิดจาก fund flow ยังคงไหลออกจากตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค.มา ต่างชาติยังขายสุทธิตลาดหุ้นทุกแห่งในภูมิภาคกว่า 2.97 พันล้านเหรียญ รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่ถูกต่างชาติขายสุทธิ 4.6 พันล้านบาท โดยเงินลงทุนส่วนใหญ่ได้มีการไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง สังเกตได้จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (bond yield) 1 ปี ของไทยที่ลดลงมาทำจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 0.62%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...