โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จุดเปลี่ยน "กุหลาบ" ดอกไม้ประวัติศาสตร์แพร่หลายโด่งดังทั่วโลกได้อย่างไร

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 29 เม.ย. 2567 เวลา 11.58 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2567 เวลา 07.01 น.
ดอกกุหลาบ - (ภาพไม่มีจำกัดเงื่อนไขการใช้งาน)

เสน่ห์งดงามลงตัวอย่างยิ่ง ไม่ว่ากิ่ง ก้าน ใบหนาม โดยเฉพาะดอกที่มีกลิ่นหอมแรง ทำให้ กุหลาบ ได้รับการยกย่องเป็น ราชินีแห่งอุทยาน (Queen of the Garden)

ของสวยของงามเช่นเดียวกับดอกไม้งามก็ย่อมเคียงคู่กับบุคคลสูงศักดิ์ ประวัติศาสตร์ของ กุหลาบ ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์มาโดยตลอด เครื่องประดับของชาวสุเมเรียนเมื่อ 5,000 ปีก็เป็นรูปดอกกุหลาบทำด้วยทอง นักโบราณคดีชาวอังกฤษขุดพบน้ำที่มีกลิ่นกุหลาบจากหลุมศพของกษัตริย์ ไล่มาจนถึง 1,700 ปีก่อนคริสต์ศตวรรษ มีการขุดซากวังที่เมืองคนอสซุสทางชายฝั่งตอนเหนือของเกาะครีตก็พบภาพเขียนบนผนังเป็นภาพดอกกุหลาบ

กุหลาบมาโด่งดังมากคือยุคของโจเซฟิน ราชินีของกษัตริย์นโปเลียนที่ 1 (ค.ศ. 1804-1809) แห่งฝรั่งเศสผู้ทรงโปรดปรานกุหลาบอย่างยิ่ง พระนางทรงใช้ทั้งเงินและคนในการสะสมกุหลาบนานถึง 10 ปี โดยปลูกที่พระตำหนักมาลเมซองในเนื้อที่ประามณ 1,500 ไร่ ที่นี่มีกุหลาบสารพัดอย่างกว่า 250 พันธุ์

พระเจ้านโปเลียนเองก็ทรงสนับสนุนพระมเหสี ระหว่างกรีธาทัพโรมรันกับอังกฤษ กองทหารของพระองค์ก็จะสะสมพันธุ์กุหลาบที่พบและส่งกลับมายังวังมาลเมซอง ทหารอังกฤษเองก็พบว่าเชลยศึกฝรั่งเศสมีกุหลาบที่จะส่งไปมาลเมซองนายพลเรืออังกฤษผู้หนึ่งออกคำสั่งว่า เมื่อใดที่ยึดเรือฝรั่งเศสได้ ถ้าเรือลำนั้นบรรทุกต้นกุหลาบและเมล็ดพันธุ์มาด้วยก็ให้จัดส่งคืนไปที่วังมาลเมซอง

หนักกว่านั้นคือจอห์น เคนเนดี้ ผู้เชี่ยวชาญชาวอังกฤษที่พระนางทรงว่าจ้างให้มาถวายคำปรึกษาเรื่องกุหลาบ เคนเนดี้ได้รับใบผ่านทางพิเศษให้ไปที่ใดๆ ก็ได้เพื่อสืบเสาะหาพันธุ์กุหลาบมาถวายพระนาง ทั้งๆ ที่ช่วงนั้นยุโรปกำลังระอุกับศึกนโปเลียน

นี่คือความมหัศจรรย์ของกุหลาบ

สำหรับกุหลาบในประวัติศาสตร์ไทยก็เกี่ยวพันกับสถาบันกษัตริย์เช่นกัน

สมัยพระนเรศวรมหาราชเมื่อครั้งประกาศอิสรภาพจากพม่าได้ส่งกองทัพไปตีมอญ ทวายและตะนาวศรี ได้กวาดต้อนชาวมอญ ทรัพย์สมบัติพร้อมทั้งกุหลาบไม้ดอกที่เป็นที่นิยมของมอญเข้ามาในกรุงศรีอยุธยา นับแต่นั้นมากุหลาบก็ได้ชื่อว่ากุหลาบมอญ และเป็นพันธุ์ที่ปรับตัวได้ดีที่สุดในกระบวนกุหลาบด้วยกัน

ศ.ประชิด วามานนท์ บันทึกไว้ว่า วันที่ 14 ตุลาคม 2516 ขณะประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงวิกฤต “กฤษฎาภินิหาร องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงห่วงใยต่อแผ่นดินด้วยศุภนิมิตที่โปรยปรายพระสุบินในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ถึงเหตุการณ์คับขัน ทรงนึกถึงให้ใช้กุหลาบมอญลอยน้ำถวายสรงพระพักตร์ในสมเด็จพระนเรศวรตามพระสุบินเป็นมหัศจรรย์”

เหตุการณ์ 14 ตุลา 16 ประหนึ่งสงครามกลางเมืองลงเอยด้วยความสงบในที่สุด

ศ.ประชิดบันทึกด้วยว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ปลูกกุหลาบมอญไว้ทั่วทุกตำหนักที่ประทับ เพื่อทรงใช้ดอกกุหลาบมอญประวัติศาสตร์สัญลักษณ์ในพระนเรศวรมหาราชตราบเท่าทุกวันนี้

กรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยพระนารายณ์มหาราช กุหลาบก็เป็นไม้ที่พระนารายณ์ทรงโปรด ลาลูแบร์บันทึกว่า มีการปลูกในพระราชอุทยานนารายณ์ราชนิเวศน์ลพบุรี

กุหลาบ ได้มีบทบาทในยุคกรุงรัตนโกสินทร์อีกครั้ง สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงโปรดกุหลาบมาก ในการเสด็จประพาสยุโรป 2 ครั้ง พระองค์เสด็จทอดพระเนตรทุกแห่งที่มีกุหลาบและนำพันธุ์เข้ามา พร้อมทั้งทรงเขียนอธิบายเรื่องดิน วิธีผสม วิธีขยายพันธุ์

ประเทศเยอรมนียังได้ขอพระราชทานชื่อกุหลาบพันธุ์ใหม่ ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานชื่อว่า King of Siam และยังเป็นที่นิยมในยุโรปจนทุกวันนี้

เนื่องจากทรงโปรด กุหลาบ มาก รัชกาลที่ 5 จึงทรงใช้ดอกกุหลาบในพระราชลัญจกรประจำพระองค์

ประเพณีขอพระราชทานชื่อพันธุ์กุหลาบยังมีมาถึงปัจจุบัน บริษัท R.Kordes ของเยอรมนีได้ขอพระราชทานชื่อกุหลาบพันธุ์ผสม (เดิมใช้ชื่อ Peer Gynt) เมื่อครั้งพระบาทสเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จประพาสเดนมาร์ก จึงพระราชทานนาม “ควีนสิริกิติ์” เป็นชื่อกุหลาบพันธุ์ดังกล่าวซึ่งมีกลีบดอกสีเหลือขอบแดงเรื่อซ้อนกันหลายชั้น

เช่นเดียวกับนายจีระ ดวงพัตรา เจ้าของไร่จีระโรสเนิร์สเซอรี่ ต.หนองเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ได้สั่งกุหลาบพันธุ์ Madras จากบริษัทผู้ผลิตกุหลาบรายใหญ่ของอเมริกามาปลูก และพบว่ามีการกลายพันธุ์เป็นสีชมพูเหลืองเหลือบ จึงขอพระราชทานนามกุหลาบพันธุ์นี้ว่า “พระนามสิรินธร” สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานพระราชานุญาต

มาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดกุหลาบเช่นกัน ในพระราชนิพนธ์หลายเรื่อง พระองค์มักทรงเปรียบเทียบกุหลาบดุจดังแก้มหรือริมฝีปากสีแดงของหญิงสาว แต่ที่เกี่ยวข้องกับกุหลาบโดยตรงคือ พระราชนิพนธ์เรื่องมัทนะพาธาหรือตำนานแห่งดอกกุหลาบ ซึ่งเป็นตำนานความรักที่เทพบุตรสุเทษณะหลงรักเทพธิดามัทนา

แต่นางไม่มีใจรักตอบ จึงถูกสาปมาเกิดในโลกมนุษย์ มัทนาขอเกิดเป็นดอกไม้กลิ่นหอมเรียก “กุพชก” พระองค์ทรงให้เหตุผลที่เลือผูกเรื่องให้เทพธิดามัทนาเป็นดอกกุหลาบว่า กุหลาบเป็นดอกไม้ที่คนทั้งโลกทุกชาติทุกภาษานิยมว่างาม และหอมชื่นใจกว่าดอกไม้อื่นๆ

เทพนิยายกรีกก็มีตำนานว่า กุหลาบเกิดจากการแปลงร่างของนางกินรีที่สิ้นชีพโดยคลอริสเทพธิดาแห่งบุปผาชาติ โดยเชื้อเชิญบรรดาเทพมาร่วมชุมนุมกัน แล้วขอให้เทพอโฟรไดท์ประทานความงาม เทพอพอลโลประทานพรแห่งอมตะมากับสุริยรังสี เทพไดโอนีเซียสประทานน้ำอมฤตและกลิ่นหอม และได้ตั้งชื่อดอกไม้นี้ว่า Rosa และได้ประทานดอกไม้นี้แก่อีโรสซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรัก

ดอกกุหลาบ หรือ ราชินีแห่งอุทยาน จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความใคร่ ไม่น่าแปลกที่มีการนำดอกกุหลาบไปใช้ในเครื่องหอมและกลั่นเป็นน้ำหอมเพื่อเป็นสิ่งเร้าสำหรับเพศตรงข้าม

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จุดเปลี่ยน “กุหลาบ” ดอกไม้ประวัติศาสตร์แพร่หลายโด่งดังทั่วโลกได้อย่างไร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...