โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“โดนัท” อาการป่วยกำเริบ เหตุเพราะโหมงานหนัก

daradaily

อัพเดต 05 ต.ค. 2560 เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. 2560 เวลา 11.00 น.

“โดนัท” อาการป่วยกำเริบ เหตุเพราะโหมงานหนัก

         “โดนัท มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล” เผยอาการป่วยโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเองกำเริบ เหตุเพราะโหมงานหนัก

โดนัท อัพเดท อาการป่วย โหมงานหนัก

          นาทีนี้คงต้องบอกว่า “อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” จริงๆ แต่เมื่อเป็นแล้วก็ต้องเรียนรู้และอยู่กับเขาให้ได้ โดยนักแสดงสาว “โดนัท มนัสนันท์” ก็เป็นหนึ่งในคนบันเทิงที่ป่วยเป็นโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง หรือโรคพุ่มพวง ซึ่งเมื่อโหมงานหนักเมื่อไหร่เป็นต้องกำเริบทุกที โดย โดนัท ได้เผยถึงอาการป่วยในช่วงที่ผ่านมาว่า

โดนัท อัพเดท อาการป่วย โหมงานหนัก

         ช่วงนี้พยายามนอนให้ครบเวลา เพราะว่าโรคที่โดนัทไม่สบายมันจะกำเริบตอนพักผ่อนไม่เพียงพอ แล้วก็ตากแดด อย่างตอนไปสวิตเซอร์แลนด์ เป็นช่วงซัมเมอร์เกือบแย่ ต้องทากันแดด กางร่ม ใส่เสื้อแขนยาว แต่ทุกคนก็ช่วยกันดูแลทุกครั้ง เราก็รู้สึกเป็นครั้งเดียวในชีวิต เวลาที่ทำเรื่องนี้รู้สึกยังอยู่ในอดีตอยู่เลย ยังเดินทางไม่มาถึงปัจจุบัน เหมือนเป็นการเยียวยาตัวเองไปในระดับหนึ่งด้วยเหมือนกัน การพักผ่อนก็ต้องนอนให้พอ มันเพิ่งจะมาวุ่นช่วงนี้ แต่โดนัทเป็นโรค SLE มาตั้งแต่ต้นปีที่ตรวจเจอ จนเดือนนี้เป็นช่วงเดือน สองเดือนที่อาการดีขึ้น เป็นช่วงแรกเลย เราก็กินยา ไม่ตากแดด ไปให้ยาทุกเดือน กินยาตรงเวลา หมอบอกให้นอนเยอะๆ ก็นอน สมมติทำงานดึกเราก็นับไปให้พอ อย่างวีคนี้ก็หนักหน่อย พอผ่านวีคนี้ไปก็โอเคแล้ว ข้อสำคัญจริงๆ คือโดนัทเป็นคน Positive กับโรคตัวเองมาก เรารู้สึกว่าเราป่วยแล้ว ทำตัวป่วยทำอะไรไม่ได้ มันก็มีผลต่อเนื่อง ด้วยความพัวพันมาหลายอัน ถ่ายละครด้วย 2 เรื่อง แล้วดันไปรับซ้อนเลยต้องขออนุญาตเขาถอนตัวเรื่องหนึ่ง เพราะว่าหนักมาก ตอนนี้ก็พยายามจัดการเวลา

โดนัท อัพเดท อาการป่วย โหมงานหนัก
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...