โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องราวและผลงานที่เป็นตำนานของ Peter Green ผู้ก่อตั้งวงบลูส์ร็อกระดับตำนาน Fleetwood Mac

BT Beartai

อัพเดต 28 ก.ค. 2563 เวลา 01.39 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2563 เวลา 10.18 น.
เรื่องราวและผลงานที่เป็นตำนานของ Peter Green ผู้ก่อตั้งวงบลูส์ร็อกระดับตำนาน Fleetwood Mac

ปีเตอร์ กรีน (Peter Green) เป็นมือกีตาร์ นักร้อง นักแต่งเพลงชาวอังกฤษ และผู้ก่อตั้งวงบลูส์ร็อกระดับตำนาน Fleetwood Mac ได้เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 73 ปี สาเหตุการเสียชีวิตนั้นยังไม่ได้ระบุ แต่จากแถลงการณ์ที่ทางครอบครัวได้ออกมาเปิดเผยระบุว่า กรีนนั้นได้จากไปอย่างสงบในขณะที่กำลังนอนหลับอยู่

ปีเตอร์ กรีน

ปีเตอร์ กรีน เป็นหนึ่งในมือกีตาร์บลูส์ร็อกที่มีอิทธิพลต่อวงการดนตรีเป็นอย่างยิ่ง น้ำเสียงของเขาและบทเพลงที่เขาได้เขียนขึ้นนั้นมีห้วงอารมณ์ที่ออกไปในทางหม่นเศร้าและมักพูดถึงห้วงความคิดที่มีปัญหา โดยเอกลักษณ์ในการเล่นกีตาร์ของกรีนมักจะเน้นไปที่การเล่นโน้ตชัด ๆ ยาว ๆ มากกว่าที่จะเล่นด้วยความเร็ว

“ผมชอบที่จะเล่นให้ช้าและรู้สึกไปกับทุกตัวโน้ต”

กรีนได้ลาออกจากวง Fleetwood Mac หลังจากอยู่กับวงได้ไม่ถึง 3 ปีในช่วงปี 1967-1970 ก่อนหน้าที่วงจะกลายเป็นหนึ่งในวงยอดนิยมระดับโลกและมีเพลงฮิตมากมายในทศวรรษที่ 70s แต่ถึงอย่างนั้นกระแสความนิยมก็เริ่มเกิดขึ้นในอังกฤษมาตั้งแต่ช่วงที่กรีนอยู่แล้ว  โดยมีซิงเกิลฮิตอันดับ 1 ในปี 1968 คือเพลงบรรเลงที่มีชื่อว่า ‘Albatross’ ซึ่งเป็นฝีมือการเขียนของกรีนเอง

เพลงส่วนใหญ่ในยุคแรกของ Fleetwood Mac ต่างถูกเขียนขึ้นโดยกรีน รวมถึง ‘Black Magic Woman’ ที่ต่อมาได้กลายเป็นเพลงฮิตจากเวอร์ชันของซานตานานั่นเอง

บี.บี.คิง ราชากีตาร์บลูส์แรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ของกรีน ได้เคยกล่าวถึงเขาเอาไว้ว่า “เขามีสำเนียงการเล่นกีตาร์ที่หวานที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมา” และเสริมอีกว่า “เขาเป็นมือกีตาร์เพียงคนเดียวที่ทำให้ผมเย็นสันหลังวาบ”

ปีเตอร์ กรีนมีชื่อเต็ม ๆ ว่า ปีเตอร์ อัลเลน กรีนบอม (Peter Allen Greenbaum) เกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 1946 ในลอนดอน เริ่มเล่นกีตาร์มาตั้งแต่อยู่ชั้นประถม ในช่วงวัยรุ่นกรีนได้ร่วมเล่นในวงดนตรีหลายวงอาทิ Shotgun Express วงโซลในสไตล์โมทาวน์ซึ่งมี ร็อด สจ๊วตในวัยหนุ่มเป็นสมาชิกวง จากนั้นกรีนก็ได้ร่วมเล่นกับ John Mayall & The Bluesbreakers โดยมารับช่วงต่อในตำแหน่งมือลีดส์กีตาร์ต่อจาก อีริก แคลปตัน ฝีมือการเล่นของกรีนเป็นที่ถูกตาต้องใจถึงขนาด จอห์น มายาลล์เคยออกปากชมว่า ถึงแม้เขาจะไม่ได้ดีไปกว่าแคลปตัน แต่คอยดูเถอะ ต่อไปเขาจะเป็นนักดนตรีที่เก่งที่สุดอย่างแน่นอนและกรีนได้ฝากฝีไม้ลายมือเอาไว้ให้กับ John Mayall & The Bluesbreakers ในอัลบั้ม “A Hard Road” ในปี 1967

ในช่วงเวลานั้นมายาลล์ได้มอบของขวัญวันเกิดให้กับกรีนในปี 1966 ด้วยการให้ใช้ห้องบันทึกเสียงในสตูดิโอ  กรีนได้ตั้งวงขึ้นมากับทีมริทึ่มของ The Bluesbreakers ซึ่งมี มิก ฟลีตวูด เล่นกลอง และ จอห์น แม็กวีเล่นเบส การบันทึกเสียงครั้งนั้นมีเพลงบรรเลงที่มีชื่อว่า Fleetwood Mac ด้วย ซึ่งที่มาของชื่อเพลง (และต่อมากลายเป็นชื่อวง) Fleetwood Mac ที่กรีนเป็นคนตั้งก็มาจากการรวมนามสกุลของมือกลองและมือเบสนั่นเอง

ต่อมากรีนได้ลาออกจาก The Bluesbreakers และตั้งวงบลูส์ของตัวเองในปี 1967 กับ มิก ฟลีตวูด , จอห์น แม็กวี และ เจเรมี สเปนเซอร์ ในตำแหน่งมือกีตาร์  เปิดตัวด้วยอัลบั้มแรกในปี 1968 ชื่อว่า  “Peter Green’s Fleetwood Mac” ในอังกฤษ และ “Fleetwood Mac” ในอเมริกาและได้กลายเป็นหนึ่งในอัลบั้มอันทรงคุณค่าแห่งวงการดนตรีบลูส์ตั้งแต่นั้นมา

ปีเตอร์ กรีน (คนที่สองจากซ้าย) และ Fleetwood Mac ยุคก่อตั้ง
อัลบั้มชุดแรก ‘Fleetwood Mac’

ในเดือนมกราคม 1969  Fleetwood Mac ได้เดินทางไปเยือนสตูดิโอ Chess Records ในชิคาโกเพื่อบันทึกเสียงร่วมกับนักดนตรีบลูส์ชื่อดังหลายคนไม่ว่าจะเป็น โอติส สแปนน์ , วิลลี ดิกซัน, บัดดี กาย และอีกมากมายออกเป็นผลงานที่มีชื่อว่า “Fleetwood Mac in Chicago” และ “Blues Jam at Chess” นอกจากนี้ Fleetwood Mac ยังออกผลงานรวมกับโอติส สแปนน์ในชื่อ “The Biggest Thing Since Colossus”

เพื่อไม่ให้คำว่า ‘บลูส์’ จำกัดแนวทางดนตรีของวง กรีนได้สร้างผลงานเพลงบรรเลงสไตล์บัลลาดนุ่มลึกละมุนละไมที่มีชื่อว่า “Albatross” และ  “Oh Well (Part 2)” และได้ทุ่มเทสร้างสรรค์ผลงานเอาไว้ใน “Then Play On” อัลบั้มชุดสุดท้ายที่กรีนทำกับ Fleetwood Mac

“เพลงบลูส์ไม่จำเป็นจะต้องเล่นอยู่บนรูปแบบบลูส์ 12 ห้องเท่านั้น”

กรีนได้กล่าวไว้ในปี 1968

“มันสามารถใส่รูปแบบและทางเดินคอร์ดใด ๆ ก็ได้ สำหรับผมบลูส์เป็นเรื่องของอารมณ์ ถ้าเพลงมีอารมณ์ความรู้สึกที่ถูกต้องแล้ว ผมถึงจะยอมรับว่านั่นคือบลูส์”

กรีนได้ให้เหตุผลต่อการขอลาออกจากวง Fleetwood Mac ในปี 1970 ไว้ว่า

​”ผมอยากจะเปลี่ยนทั้งชีวิตของผม เพราะผมไม่อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในโลกที่เต็มไปด้วยเงื่อนไข และผมพยายามจะออกห่างจากมันให้มากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้”

ก่อนจากกันไปกรีนได้ทิ้งทวนกับ Fleetwood Mac เอาไว้ด้วยผลงานชั้นยอดอีกชิ้นคือบทเพลงที่มีชื่อว่าThe Green Manalishi (With the Two Prong Crown)

และในปีเดียวกันนี้กรีนได้ออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกที่มีชื่อว่า “The End of the Game”ซึ่งตัดออกมาจากการแจมกันในสไตล์ฟรีฟอร์มแจ๊สร็อก

“ผมพยายามที่จะไปให้ถึงในจุดผมไม่เคยทำได้มาก่อนแต่ผมเคยมีประสบการณ์แบบนั้นมาแล้วด้วยแอลเอสดีกับยาเมสคะลิน”

ต่อมากรีนพบว่าตนเองกำลังประสบปัญหาจากภาวะของโรคจิตเภทอันเป็นผลจากการใช้สารเสพย์ติดอย่างหนัก  ตลอดช่วงทศวรรษที่ 70s กรีนต้องคอยเข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลจิตเวชเป็นว่าเล่นและเข้ารับการบำบัด จนในที่สุดได้กลับมาเล่นดนตรีอีกครั้งกับวงใหม่ที่ใช้ชื่อว่า Splinter Group ในปี 1996 ซึ่งส่วนใหญ่เล่นเพลงในสไตล์บลูส์แบบดั้งเดิม โดยเพลงส่วนใหญ่ของวงแต่งโดยมือกีตาร์อีกคนคือ ไนเจล วัตสัน และออกผลงานทั้งหมด 8 อัลบั้ม จนแยกวงกันในปี 2004 และกลับมาออกทัวร์คอนเสิร์ตอีกครั้งในปี 2009 ภายใต้ชื่อ Peter Green and Friends

ในปี 1998 กรีนได้ถูกบรรจุชื่อไว้ใน Rock & Roll Hall of Fame ร่วมกับวง Fleetwood Mac และในปีเดียวกันนี้ คาร์ลอส ซานตานา ผู้นำเอาบทเพลง ‘Black Magic Woman’ ของวงไปเล่นจนโด่งดังก็ได้รับการบรรจุชื่อด้วยเช่นกันทำให้ในปีนั้นซาตานาและกรีนได้มีโอกาสมาแจมกันในเพลง ‘Black Magic Woman’

หากพูดถึงเรื่องเครื่องดนตรีคู่ใจของกรีนแล้ว คงไม่พ้นกีตาร์ Les Paul Standard ปี 1959 ที่กรีนขนานนามมันว่า ‘Greeny’ ที่มีเอกลักษณ์คือติดตั้งพิกอัพที่วางกลับด้านทำให้เกิดโทนเสียงที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ แต่หลังจากออกจาก Fleetwood Mac กรีนได้ขายกีตาร์ตัวนี้ให้กับแกรี มัวร์ ต่อมาในปี 1995 มัวร์ได้ออกอัลบั้มเพื่อเป็นการคารวะต่อกรีนด้วยการนำเอาบทเพลงของกรีนมาทำใหม่โดยใช้ชื่อว่า “Blues for Greeny” ปัจจุบันบุคคลผู้ครอบครองกีตาร์ตัวนี้คือ เคิร์ก แฮมเม็ตต์ มือกีตาร์สายเดือดแห่งวง ‘Metallica’ นั่นเอง

กรีน,มัวร์ และ แฮมเม็ต กับเจ้า Greeny

ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มิก ฟลีตวูดได้จัดงานคอนเสิร์ตทริบิวต์กรีนที่ลอนดอน พัลลาเดียม โดยเชิญนักดนตรีที่เลื่อมใสในตัวของกรีนมาร่วมงานมากมายไม่ว่าจะเป็น พีท ทาวน์เซนด์, บิลลี กิบบอนส์, สตีเวน ไทย์เลอร์ , เดวิด กิลมอร์ , บิล ไวย์แมน , โนล กัลลาเกอร์ และ เคิร์ก แฮมเม็ตต์ ที่แน่นอนต้องพกเจ้า ‘Greeny’ ขึ้นมาเล่นบนเวทีด้วย

ปีเตอร์ กรีน เป็นคนดนตรีที่มีบทบาทสำคัญต่อวงการดนตรีโลกเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะดนตรีบลูส์ร็อกที่กรีนได้ทิ้งผลงานระดับมาสเตอร์พีซเอาไว้มากมาย การจากไปในครั้งนี้ของเขาได้ทำให้เรามีโอกาสย้อนกลับไปฟังผลงานอันทรงคุณค่าเหล่านั้นอีกครั้งและพบว่าทั้งชื่อเสียงของเขาและผลงานเหล่านี้จะยังคงอยู่คู่วงการดนตรีไปตลอดกาล

RIP. Peter Green (1946-2020)

Source

NYTIMES

BBC

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เรื่องราวและผลงานที่เป็นตำนานของ Peter Green ผู้ก่อตั้งวงบลูส์ร็อกระดับตำนาน Fleetwood Mac
เรื่องราวและผลงานที่เป็นตำนานของ Peter Green ผู้ก่อตั้งวงบลูส์ร็อกระดับตำนาน Fleetwood Mac
เรื่องราวและผลงานที่เป็นตำนานของ Peter Green ผู้ก่อตั้งวงบลูส์ร็อกระดับตำนาน Fleetwood Mac
เรื่องราวและผลงานที่เป็นตำนานของ Peter Green ผู้ก่อตั้งวงบลูส์ร็อกระดับตำนาน Fleetwood Mac
เรื่องราวและผลงานที่เป็นตำนานของ Peter Green ผู้ก่อตั้งวงบลูส์ร็อกระดับตำนาน Fleetwood Mac
เรื่องราวและผลงานที่เป็นตำนานของ Peter Green ผู้ก่อตั้งวงบลูส์ร็อกระดับตำนาน Fleetwood Mac
เรื่องราวและผลงานที่เป็นตำนานของ Peter Green ผู้ก่อตั้งวงบลูส์ร็อกระดับตำนาน Fleetwood Mac
เรื่องราวและผลงานที่เป็นตำนานของ Peter Green ผู้ก่อตั้งวงบลูส์ร็อกระดับตำนาน Fleetwood Mac
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...