โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จักแอนติบอดี ชนิดโมโนโคลนอล ยารักษาโควิดภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ส.ค. 2564 เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2564 เวลา 03.52 น.
Photo by Gustavo Fring from Pexels (ภาพประกอบข่าวเท่านั้น)

ชวนทำความรู้จัก แอนติบอดี ชนิดโมโนโคลนอล ยารักษาโควิดภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ผลวิจัยพบลดจำนวนไวรัส ลดเสี่ยงเสียชีวิตได้

วันที่ 20 สิงหาคม 2564 โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สภากาชาดไทย เผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับ Monoclonal antibody หรือแอนติบอดี ชนิดโมโนโคลนอล สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19

โดยเป็นข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ผศ.นพ.กำธร มาลาธรรม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

รู้จัก แอนติบอดี ชนิดโมโนโคลนอล

Monoclonal antibody คือ แอนติบอดีที่สร้างจากเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ออกแบบมาให้มีความจำเพาะต่อความต้องการโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่ใช้รักษาโควิด-19 มีทั้งแบบผสมและไม่ผสม

ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุมัติการใช้ยาแอนติบอดีแบบผสมรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แบบมีเงื่อนไขภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศ

โดยยาแอนติบอดีแบบผสม เป็นแอนติบอดีชนิดโมโนโคลนอล 2 ชนิด คือ แอนติบอดีที่สกัดจากหนูซึ่งถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้มีระบบภูมิคุ้มกันอย่างมนุษย์ และแอนติบอดีที่สกัดจากผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด-19

ประสิทธิภาพแอนติบอดี ชนิดโมโนโคลนอล

เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำให้ไวรัสอ่อนกำลังลง และยับยั้งการติดเชื้อภายในร่างกายผู้ป่วยลงได้
ผลการวิจัยพบว่า ช่วยลดจำนวนเชื้อไวรัสในร่างกายของผู้ป่วย ลดระยะเวลาการรักษาในโรงพยาบาล และลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตได้ต้องให้เร็วตั้งแต่ระยะแรกในการป่วย

แอนติบอดี ชนิดโมโนโคลนอล จะถูกนำมาใช้ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงจะมีอาการรุนแรง ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน เป็นต้น

ทั้งนี้ ยังไม่มีผลการศึกษาในมนุษย์ถึงการรักษาการติดเชื้อจากสายพันธุ์ต่าง ๆ เช่น เบต้า อัลฟ่า แกมม่า และเดลต้า

Monoclonal antibody
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...